[Short Fic] War Of Hormone -Kookv-

posted on 06 Jan 2015 01:20 by seulki in Kookv

คำเตือน : NC นะจ๊ะ หื่นทั้งเรื่องเลยนะจ๊ะ ไม่ถึง 18 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เรื่องนี้จองกุกและวีก็ยังคงเป็นเมมเบอร์บังทัน แต่เป็นเวอร์ชั่นไม่ใส ใครรับแบบนี้ไม่ได้ไม่ควรอ่าน ^^ เพราะมันทำลายอิมเมจเด็กน้อยของวีและกุกมาก โลกสวยไปทางอื่น คิดหื่นมาทางนี้ (ไม่ใช่และ)

 

เนื้อเรื่องย่อ : จองกุก อายุ 18 ฮอร์โมนที่พุ่งพล่าน และคิมแทฮยองคนสวย ‘พี่ก็เหมือนกับโจทย์สมการที่ผมต้องแก้’

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

War of Hormone

[Pairing : Jungkook x Taehyung]

 

ผมอายุ 18 แล้วครับ

และรู้อะไรที่สมควรจะรู้แล้วด้วย ^^

บางที…อาจจะมากกว่าที่ควรรู้ด้วยซ้ำ เพราะว่าผมเน้นปฏิบัติจริงเลยไง

 

…………………………………………………………………………………………………….

 

โยกไปทางซ้าย โยกไปทางขวา

ดวงตาคมมองสะโพกกลมกลึงกับก้นงอนๆของคนตรงหน้าที่โยกไปมาเป็นจังหวะเพลง War Of Hormone อย่างสนุกสนาน

สายตาไล่มองตั้งแต่เรือนผมสีบลอนด์เหลือบม่วงอ่อนที่ยุ่งเหยิง พวงแก้มสีชมพู เสื้อสีขาวตัวบางชื้นเหงื่อเปียกแนบไปกับลำตัว เอวเล็ก และหน้าท้องแบนราบจนเห็นชัดเจนทุกสัดส่วน

 ลิ้นสีชมพูอ่อนเผลอเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวเมื่อมองไปตามเรียวขายาวภายใต้กางเกงยีนส์ขาเดฟ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่สะโพกและก้นที่กำลังส่ายไปมาตามจังหวะเพลง

ด้านหน้าก็ดูดี ด้านหลังก็ยอดเยี่ยม

อื้อหือ….

ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ร่างบางยกมือขึ้นก่อนจะโยกสะโพกไปมาตามเนื้อร้อง

เธอน่ะมันยอดเยี่ยมสุดๆ

ริมฝีปากบางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาอ้อยอิ่งไปตามสะโพกและเรียวขาสวย ใช่แล้วครับ! จอนจองกุก สมาชิกวงบังทันโซนยอดัน อายุ 18 ปี กำลังมองร่างบางสุดเซ็กซี่ของพี่ชายร่วมวงที่กำลังขยับเต้นยั่วไปตามเพลง ไปทางซ้าย ไปทางขวา อาหารตามากๆบอกได้คำเดียว

ถ้าถามว่าทำไมจองกุกถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ นั่งมองพี่ชายร่วมวง หรือที่เฉพาะเจาะจงก็คือ นั่งมอง ‘คิมแทฮยอง’ ทั้งที่ควรจะไปเต้นด้วยกัน เหตุผลง่ายๆคือวันนี้เป็นวันหยุดพัก เป็นวันหยุดที่ควรจะนอนอืดอยู่หอ แต่กลับโดนลากมาให้ช่วยซ้อมเต้นตั้งแต่เช้า

จะว่าซ้อมด้วยก็ไม่ถูกเพราะหลักๆเลยคือดูแทฮยองเต้นแล้ววิจารณ์ ถึงจองกุกจะง่วงมากแค่ไหน มีมาให้ดูฟรีถึงที่ใครจะไม่ชอบ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่กำลังจะมีคอน

ร่างบางย้อมผมสีใหม่ด้วยสีที่ทำให้ดู ‘สวย’ มากขึ้นกว่าเดิม มาซ้อมเต้นด้วยเสื้อตัวใหญ่แต่บางมากกว่าเดิมกับกางเกงยีนส์รัดรูป จองกุกปฏิเสธไม่ได้ว่าชอบมอง ชอบมากๆซะด้วย โดยเฉพาะหน้าท้องแบนราบกับเอวบางที่ขยับตอนเต้น

“จอนจองกุก!”

เสียงทุ้มหวานกระแทกกระทั้นทำให้จองกุกสะดุ้งตื่นจากอาการเหม่อลอย เพิ่งรู้ตัวว่าเพลงจบก็ตอนที่แทฮยองเดินมาหาด้วยใบหน้าบึ้งตึง นิ้วเรียวสวยจิ้มแผ่นอกหนาของมักเน่สุดหล่ออย่างแรง

“พี่บอกให้มาช่วยดูพี่เต้น ไม่ได้ให้นั่งเหม่อลอย -_- มัวแต่คิดอะไรอยู่ห๊ะ!”

ถึงแทฮยองจะโกรธ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะไล่สายตาไปตามเนื้อตามตัวของอีกฝ่าย ใบหน้าชื้นเหงื่อกับเสียงหอบหายใจของร่างบาง ทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่

“ผมก็คิดเรื่องเพลงไง พี่คิดว่าผมจะคิดอะไรได้ล่ะ ^^”

รอยยิ้มน่ารักกับใบหน้าใสซื่อทำให้แทฮยองไม่ติดใจอะไร ร่างบางถอนหายใจก่อนจะล้มตัวลงนั่งข้างๆมักเน่ ซบลงกับไหล่ของจองกุก

มือเรียวสอดประสานเข้ากับมือใหญ่ เกลี่ยบนฝ่ามือแผ่วเบา จองกุกขมวดคิ้ว นี่ถ้าไม่รู้จักแทฮยองมาก่อนเขาคงคิดไปแล้วว่าพี่วีกำลังยั่ว ทั้งเสื้อผ้าทั้งท่าทาง แถมยังเพลง War of Hormone ที่ดูเหมือนว่าจะเขียนขึ้นมาจากชีวิตของมักเน่ยังไงยังงั้น

ยกเว้นก็แต่ว่าแทนที่จะเป็นผู้หญิงคนนั้น กลับเป็นคิมแทฮยอง ที่แต่งตัวยั่วยวน เปิดโน่นโชว์นี่ จองกุกเป็นผู้ชาย เป็นธรรมชาติที่เขาชอบมอง และแทฮยองก็สวย…สวยกว่าผู้หญิงหลายๆคน จึงไม่แปลกที่สายตาของเขาจะอ้อยอิ่งอยู่ที่ร่างกายของร่างบางนานเป็นพิเศษ

สายตาดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเลสิกส์เหมือนในเพลงจริงๆ

“จะว่าไปนายก็ 18 แล้วนะ” อยู่ดีๆแทฮยองก็พูดออกมา

“ครับ แล้ว?”

“นายน่ะ ไม่คิดจะหาแฟนบ้างเหรอ แบบว่าทำโน่นนี่…”

เสียงทุ้มทอดอ่อนอย่างเซ็กซี่ตรงคำว่า โน่นนี่ จองกุกเลิกคิ้ว เขาไม่ใช่คนใสซื่อจึงเข้าใจทันทีว่าฮยองกำลังพูดเรื่องอะไร

“กำลังจะแนะนำให้ผมทำอย่างฮยองน่ะเหรอ”

เขาพูดด้วยโทนเสียงเรียบเฉย แทฮยองหัวเราะจนตาปิด ริมฝีปากอิ่มสวยคลี่ออกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ดูไร้เดียงสาจนไม่อยากจะเชื่อว่าจะแนะนำอะไรแบบนั้นออกมาได้ แต่นี่คือคิมแทฮยอง คิมแทฮยองที่รู้ดีว่าตัวเองมีเสน่ห์และรู้ว่าจะใช้เสน่ห์นั้นล่อลวงให้ใครต่อใครมาติดกับได้ยังไง

พี่ชายร่วมวงของเขาเป็นแบดบอย เป็นเพลย์บอยที่เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นแล้วแต่ใครจะเสนอตัว แต่จองกุกเองก็ไม่ได้ดีมากกว่ากันเท่าไหร่ เพียงแค่เขาเลือกจะปิด แต่พี่วีกลับเปิดเผย

แทฮยองไม่เคยปฏิเสธคนที่เข้ามาจีบ แต่ก็ไม่เคยจริงจังกับใครเหมือนกัน

“ทำแบบพี่มันทำไมเหรอ”

แทฮยองลากนิ้วเรียวสวยไปตามแขนล่ำของมักเน่

“ผิดตรงไหนที่ไม่จริงจังกับใคร คนพวกนั้นไม่มีใครมีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้พี่หยุด น่าเบื่อแบบนั้นจบกันไปก็สมควรแล้ว”

น้ำเสียงหยอกเย้า ไล้นิ้วไปจนถึงแผ่นอกล่ำ จองกุกยักไหล่ ในเมื่อพี่วีไม่แคร์เขาก็ไม่แคร์

แทฮยองเป็นแบบนี้ สวย…แต่เหมือนกับจับต้องไม่ได้ บางครั้งเขาก็สงสัยว่าพี่วีเคยรักใครจริงบ้างมั้ย จำได้ว่าพี่ชายร่วมวงเคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยรักใครมาก่อน เขาไม่ลังเลที่จะเชื่อเลยสักนิด ดูจากพฤติกรรมเล่นไปเรื่อยของแทฮยอง แต่ก็ใช่ว่าจองกุกจะเคยรักใคร

มีแค่ความใคร่บนเตียง ครั้งเดียวก็จบ เขาเป็นวัยรุ่น เป็นเรื่องปกติที่จะลอง

แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่เคยหลงเสน่ห์ใคร ไม่เคยมีใครดึงดูดใจเขาได้มากเท่ากับคิมแทฮยอง

เขาอยากเข้าไปใกล้…อยากเข้าใกล้ อยากสัมผัสพี่วีให้มากกว่านี้ เพราะร่างบางช่างสวยยวนใจ เป็นของที่เขาไม่อาจเอามาเป็นเจ้าของได้

 เป็นความปรารถนาของเขา

“ถ้าพี่อยากให้ผมโตมากขนาดนั้น….”

จองกุกดึงมือบางซุกซนที่กำลังไต่เล่นไปที่หน้าท้องของตัวเองออกก่อนจะสอดประสานมือเข้าด้วยกัน แทฮยองชะงักเล็กๆกับการกระทำนั้นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

“พี่วีก็ช่วยสอนผมหน่อยสิครับ ^^”

เงียบ….

ตากลมโตมองสบตากับดวงตาคมครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มมีเสน่ห์

“พี่ว่าแบบนาย….คงไม่ต้องสอนแล้วละมั้ง อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะจอนจองกุก”

พูดแค่นั้นแทฮยองก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ทิ้งมักเน่เอาไว้กับความสับสน วูบนึงที่จองกุกเห็นแววตาเย็นชาของแทฮยอง แต่เพราะแทฮยองก็คือแทฮยองที่เขาไม่เคยเข้าใจ และเขาก็เป็นผู้ชายถือทิฐิ ที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง จองกุกจึงเลือกที่จะปล่อยร่างบางไปโดยไม่รั้งเอาไว้

เขารู้ว่าไม่อาจเป็นเจ้าของพี่วี….แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้อีกฝ่ายปั่นหัว

ทฤษฎีความสัมพันธ์แบบดึงและผลัก ยั่วเย้าจนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทนไม่ไหวยังใช้ได้อยู่เสมอ

ยอมแต่ไม่มากเกินไป แข็งกร้าวแต่ก็ยังอ่อนโยน อยู่ที่ว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกันก็เท่านั้น

…………………………………………………………………………………………………..

 

“ฮัลโหล ครับ”

ร่างสูงของมักเน่ที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาในคาเฟ่เล็กๆแถวหอพักหยุดชะงัก เมื่อโทรศัพท์ปรากฏชื่อคนที่ควรจะนอนอยู่ที่บ้าน ก่อนมาที่นี่เขายังเห็นว่าพี่วีหลับอยู่เลย แต่ว่าตอนนี้กลับโทรมาหาซะได้

“จองกุก”

อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน แค่เสียงเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เขาตัวสั่นเพราะความรู้สึกตื่นเต้นได้ บางทีแทฮยองก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกของเขามากเกินไป

“แทแทฮยอง…..”

เขาตอบกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจของปลายสายสะดุดไปวูบหนึ่งจนจองกุกแอบยกยิ้ม อย่างน้อยพี่วีก็ไม่ได้มีอิทธิพลกับหัวใจเขาฝ่ายเดียว

“หิวข้าว”

พูดแค่นั้นร่างบางก็รีบร้อนวางสายไป

.

.

.

“กลับมาแล้วครับ”

จองกุกเปิดประตูห้อง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบสนิท เหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนก่อนจะเริ่มคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ พวกฮยองคงจะออกไปข้างนอกกัน

แต่เขารู้ว่ามีคนนึงที่กำลังรออยู่

“กลับมาแล้วเหรอ”

ร่างบางเดินขยี้ตาออกมาจากห้องนอนมือก็ลูบท้องของตัวเองไปด้วย จองกุกฉวยโอกาสที่พี่วียังตื่นไม่เต็มตา กวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่เรือนผมสีบลอนด์เหลือบม่วงยุ่งเหยิง ดวงตาปรือ ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม มาจนกระทั่งถึงเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาสีน้ำผึ้ง

มันก็เป็นชุดนอนปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะเสื้อที่แทฮยองใส่อยู่คือเสื้อของจองกุกที่ตัวใหญ่จนดูเซ็กซี่มากกว่าเดิมเมื่อมาอยู่บนร่างเพรียว

จอนจองกุกเลียริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

บางทีวันนี้อาจจะเป็นโอกาสดีที่เขาจะเริ่มรุก ในเมื่อพี่วีก็ดูจะให้ความร่วมมือกันซะขนาดนี้ด้วยการใส่เสื้อของเขาออกมายั่วในวันที่ไม่มีใครอยู่

อาจจะไม่ตั้งใจ แต่ใครสนล่ะ ยังไงสุดท้ายคนมองก็ยังเป็นจองกุกอยู่ดี

“นั่นข้าวของพี่รึเปล่า”

แทฮยองไม่สนใจท่าทางแปลกๆของมักเน่ที่กำลังมองมาเหมือนจะกลืนกิน

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจองกุกกำลังคิดอะไร แทฮยองโตมากับเด็กคนนี้ ร่างบางปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็ชอบ…ชอบให้จองกุกมอง สายตาของมักเน่ทำให้รู้สึกร้อนและประหม่าแบบที่ไม่เคยมีใครคนไหนทำได้ ถึงแม้ว่าจะไม่แสดงออกชัดเจน แต่แทฮยองก็มีความรู้สึก

เขาก็แค่ไม่อยากให้ตัวเองดูง่าย….โดยเฉพาะกับจอนจองกุกที่เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น  ครั้งสองครั้งก็เบื่อ นับครั้งไม่ถ้วนที่เห็นน้องชายร่วมวงตัดเยื่อใยอย่างเย็นชา

 แทฮยองไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงพวกนั้น

เพราะฉะนั้นการแสดงออกว่าไม่สนใจ ไม่รับรู้ อาจจะดีกว่า ในเมื่อเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไว้ใจตัวเองได้มากขนาดไหน ถ้าหากจองกุกยังเป็นแบบนี้

“ครับ ผมซื้อมาให้พี่ มีแต่ของที่พี่ชอบ”

ว่าแล้ว มักเน่ก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อจัดอาหารใส่จานออกมากินด้วยกัน ดูแลเอาใจใส่จนในวงล้อบ่อยๆว่ายังกับแฟนกัน

แต่ไม่ใช่….แทฮยองไม่ใช่ของจองกุก ไม่มีทางเป็นของใครทั้งนั้น

ร่างบางอมยิ้มนิดๆกับความเอาใจใส่ของมักเน่ ก่อนจะนั่งลงแล้วกินข้าวด้วยกัน พูดอะไรเรื่อยเปื่อยไร้สาระไปเรื่อยจนกระทั่งกินหมดแล้วจองกุกก็เอาจานไปเก็บ

หันหลังกลับมาก็ต้องตกใจเพราะคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง ยกแขนขึ้นเหมือนกำลังจะแกล้งอะไรเขาสักอย่าง

แต่คนที่ช็อกกว่าคงจะเป็นแทฮยอง ร่างบางกำลังจะแกล้งแหย่มักเน่แต่จองกุกที่หันกลับมากะทันหันทำให้เขาตกใจซะเอง

ทั้งสองคนมองสบตากันอยู่สักพัก จองกุกจ้องใบหน้าหวานที่กำลังเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ข้าวเม็ดเล็กๆเปื้อนที่มุมปากของร่างบางเหมือนกับเด็กน้อย

“กินยังไงเนี่ย เลอะหมดแล้ว”

มือใหญ่ยื่นมือไปเกลี่ยข้าวที่เลอะออกไป ข้าวเม็ดนั้นหลุดออกไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่ละมือไปจากแก้มเนียน สัมผัสนุ่มนิ่มทำให้เผลอไล้ไปมา สายตาไม่ละไปจากดวงตากลมโตไร้เดียงสากับท่าทางประหม่านิดๆตอนที่เขาสัมผัส

แทฮยองจ้องเขาตาไม่กระพริบ กัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างเป็นกังวล เพราะบรรยากาศที่ดูจะอึดอัดขึ้นมา ทั้งสองคนยืนจ้องกันอยู่เนิ่นนานราวกับจะลองเชิง ไม่รุกล้ำต่อ ไม่ขยับหนี เหมือนกับเกมส์การแข่งขัน อยู่ที่ว่าใครจะหมดความอดทนก่อนกัน

“จอง…”

 และแล้วก่อนที่จะทันรู้ตัว ริมฝีปากร้อนผ่าวก็บดขยี้ลงที่ริมฝีปากอิ่มสวยของแทฮยองอย่างร้อนแรง ร่างบางหลับตาลงรับจูบนที่เหมือนกับคนกระหายนั้นอย่างเต็มใจ เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของร่างบางก่อนจะแทรกลิ้นเข้าไปกวาดหาความหวานตามแรงอารมณ์

คำว่าพี่น้อง…กำแพงความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นมากั้นระหว่างกันพังทลายลงอย่างไม่มีชื้นดีเพียงแค่จูบจูบเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็ต้องการสิ่งนี้ ไม่ใช่จองกุกเพียงฝ่ายเดียวที่ต้องอดทนกับแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงระหว่างกัน

มือเรียวเอื้อมไปรั้งท้ายทอยของจองกุกดึงให้เข้ามารับจูบแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง

มือใหญ่ประคองเอวบางก่อนจะดันอีกฝ่ายให้นอนราบไปกับโต๊ะกินข้าว จองกุกแทรกตัวเข้าไปตรงระหว่างขาเรียว ตามไปทาบทับทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากกัน

ร่างบางเกี่ยวขารัดเอวของมักเน่ตามสัญชาตญาณจนส่วนนั้นที่เริ่มจะแข็งขืนสัมผัสกันแผ่วเบา

“อืม….จองกุก”

เสียงหวานครางแผ่วเบาเมื่อร่างสูงเริ่มขยับสะโพกเสียดสีกันเบาๆก่อนจะเพิ่มความเร็วจนแทฮยองหอบหายใจแรง ทั้งที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบแต่จองกุกกลับทำให้เขาต้องการได้มากขนาดนี้

ริมฝีปากร้อนไล่จูบลงมาที่ซอกคอ ดูดดุนไปทั่วแต่ไม่ประทับรอย ถึงเขาจะมีอารมณ์มากขนาดไหนแต่ก็ยังมีสติมากพอที่จะรู้ว่าไม่ควรทำให้พี่วีเกิดปัญหาด้วยการประทับรอยนอกร่มผ้า

“แทฮยอง”

เขาเรียกชื่อร่างบางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและมันทำให้แทฮยองได้สติในที่สุด ร่างบางยันตัวขึ้นมาจากโต๊ะอาหารและแล้วก่อนที่จองกุกจะทันตั้งตัว เขาก็โดนผลักจนลงไปนั่งกับเก้าอี้ทานอาหาร

เกือบจะคิดว่าแทฮยองกำลังปฏิเสธอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะร่างบางกำลังแยกขาออกกว้าง จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ที่ตัวเองสวมอยู่ด้วยท่าทางยั่วยวน

มือเรียวเล่นกับชายเสื้อตัวเองด้วยท่าทางเซ็กซี่ สายตาไม่ละไปจากจองกุกสักวินาที เขารู้ว่าแทฮยองชอบแกล้ง และแน่นอนว่าท่าทางและรอยยิ้มยั่วอย่างเปิดเผยทำให้เขาแทบคลั่ง

ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ แทฮยองเองก็จะไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนกระทำฝ่ายเดียวเหมือนกัน

ร่างบางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อตัวเองออกช้าๆ เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบตามมาด้วยแผ่นอกบางและจุดเล็กๆสองจุดที่กำลังท้าทายสายตาจอนจองกุก และดูเหมือนว่าแค่นั้นจะทำให้เขาคลั่งไม่พอ เมื่อแทฮยองเริ่มต้นเล่นกับขอบกางเกงขาสั้นที่ตัวเองใส่อยู่ กัดริมฝีปากเป็นเชิงยั่วยวน ดึงรั้งกางเกงตัวนั้นออกจากต้นขาตัวเองจนเหลือแค่เนื้อตัวเปลือยเปล่าต่อหน้าจองกุก

ร่างสูงไล่สายตามองทั้งตัวของแทฮยองด้วยแววตากระหายเหมือนกับเจ้าป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ แต่ดูเหมือนว่าเหยื่อครั้งนี้จะชอบยั่วยวนแถมยังไล่ล่ามาได้ยากซะเหลือเกิน

ดวงตากลมโตมองสบตาเขาด้วยสายตาร้อนแรงราวกับจะบอกว่าใครที่อยู่เหนือกว่า แต่จองกุกไม่สน เขาจะยอมปล่อยให้ร่างบางคิดว่าตัวเองเป็นคนควบคุม ไปทบต้นทบดอกอีกครั้งก็ไม่เสียหาย ตอนนี้ก็แค่นั่งเฉยๆรอดูโชว์สุดเซ็กซี่ของแทฮยอง

คนเซ็กซี่เดินเข้ามาหาเขาช้าๆก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนตัก

ริมฝีปากอิ่มสวยกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อนจนจองกุกต้องตอบรับด้วยความเร่าร้อนพอกัน ลิ้นเรียวเกี่ยวรัดกันจนเสียงจูบดังก้องไปทั่วห้องครัว โชคดีที่พวกบังทันคนอื่นตัดสินใจออกไปเที่ยวกันและไม่กลับมาในเร็วๆนี้แน่ๆ ทั้งคู่จึงไม่ใส่ใจอะไร

เป็นร่างบางที่ละริมฝีปากออกมาก่อน ริมผีปากแดงสวยจู่โจมไปที่ซอกคอขาวของมักเน่จนจองกุกแทบจะห้ามเสียงครางไว้ไม่ไหวเมื่อแทฮยองทั้งจูบทั้งขบเม้มจนเขากลัวว่าจะเป็นรอย ร่างบางไม่หยุดอยู่แค่นั้น เลื่อนริมฝีปากลงมาจูบไปทั่วแผ่นอกกว้าง ก่อนจะกัดเม็ดทับทิมเล็กๆผ่านทางเนื้อผ้าแผ่วเบา

“อืม……”

จองกุกแทบจะเอนศีรษะไปด้านหลังเพราะความรู้สึกเสียวซ่านที่แล่นขึ้นมา คงไม่ต้องบอกว่ารวมถึงสะโพกกลมที่ขยับเสียดสีไปมากับส่วนนั้นของเขาอย่างร้อนแรง

“พี่ว่านายมีเสื้อผ้าอยู่บนตัวมากเกินไป…….”

เสียงหวานขาดห้วงเพราะแรงอารมณ์ แทฮยองคุกเข่าลงตรงหน้ามักเน่ก่อนจะแยกขาทั้งสองข้างของจองกุกออกจากกัน มือเรียวเอื้อมไปปลดเข็มขัดของร่างสูงอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยซิปและกางเกงชั้นใน จองกุกยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยให้อีกฝ่ายดึงรั้งกางเกงเขาออกไป

แทฮยองโยนกางเกงตัวนั้นมั่วๆไปที่ไหนสักที่

“นี่นายแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้เพราะแค่ออกไปแถวหอพักเนี่ยนะ”

ร่างบางถามออกมาด้วยความสงสัย จองกุกอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ ดูหล่อเหลาเกินกว่าที่จะไปซื้อของแถวบ้าน ร่างสูงหัวเราะ ไม่ตอบอะไร

แน่ละเขาไม่ได้ไปแค่ซื้อของ เขากำลังไปเดทแต่ว่าเดทนั้นกลับถูกยกเลิกในทันที เพียงแค่แทฮยองโทรมาบอกว่า หิวข้าว สำหรับเขาพี่วีเป็นที่หนึ่งเสมอ

และแน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น

“จะสำคัญอะไร ในเมื่อพี่ก็ถอดมันออกไปอยู่ดี”

เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์แต่ร่างบางดูจะไม่ขำไปด้วย

“ปากดีแบบนี้ให้ตลอดเหอะ”

แทฮยองพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย เขาเกือบจะกวนกลับไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะมือบางที่กำลังส่วนอ่อนไหวที่กำลังแข็งตัวเต็มที่ของเขาเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกชัยชนะ พร้อมกับเริ่มขยับด้วยจังหวะเชื่องช้าจนจองกุกแทบขาดใจ โดยที่สายตายังไม่ละไปจากดวงตาของเขา แทฮยองยิ้มยั่วยวน

“เร็ว…เร็วกว่านี้”

เสียงทุ้มขาดห้วงเพราะแรงอารมณ์ คิมแทฮยองที่กำลังเปลือยเปล่า ใบหน้าเซ็กซี่กับมือที่กำลังขยับช่วยเขาทำให้เขามีอารมณ์แบบสุดๆ แต่เพราะร่างบางยังคงขยับด้วยจังหวะทรมานใจทำให้รู้สึกเหมือนกำลังโดนลงโทษ

“เงียบน่ามักเน่”

และแล้วก่อนที่จองกุกจะทันตั้งตัว ริมฝีปากอิ่มสวยก็เลียส่วนนั้นเบาๆก่อนจะครอบครองเข้าไปทั้งหมดด้วยท่าทางยั่วยวนชนิดที่นางเอกเอวียังอาย

“อืม…..”

ร่างสูงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อแทฮยองเริ่มต้นขยับริมฝีปากด้วยจังหวะเชื่องช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ มือใหญ่กำเส้นผมสีบลอนด์เบาๆเพื่อระบายความเสียวซ่าน

มือเรียวลูบไล้ต้นขาของอีกคนแผ่วเบาจนจองกุกต้องกำเส้นผมนุ่มมากกว่าเดิมจนรู้สึกเจ็บนิดๆ

“อืออออ”

แทฮยองประท้วงออกมาแผ่วเบา ครางงึมงำทั้งที่ยังคงช่วยเขาทำให้จองกุกมีอารมณ์มากกว่าเดิมจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสร็จอยู่รอมร่อ และเหมือนแทฮยองก็รู้ดีเมื่อร่างบางเร่งจังหวะมากกว่าเดิม ครอบครองส่วนนั้นลึกกว่าเดิมจนมิดลำ

“อ่า…..แทฮยอง”

เสียงเรียกชื่อของร่างบางดังขึ้นพร้อมกับหยาดน้ำสีขาวขุ่นที่พุ่งทะลักจนแทฮยองต้องกลืนทั้งหมดลงคอไป เลียริมฝีปากตัวเองเบาๆเมื่อบางส่วนไหลเปื้อนที่มุมปาก

“อร่อยดี”

เสียงหวานเอ่ยชมออกมาก่อนจะเลียบางส่วนที่เปื้อนมือตัวเองออกพร้อมกับรอยยิ้มยั่ว จองกุกหอบหายใจแรงพยายามควบคุมลมหายใจที่ถี่แรงของตัวเองให้กลับมาเป็นจังหวะปกติ มือใหญ่เอื้อมไปหวังจะรั้งแทฮยองให้เข้ามาใกล้ แต่ร่างบางกลับพริ้วตัวหลบแล้วลุกขึ้นยืน

จองกุกที่กำลังหอบหายใจจากจุดสุดยอดถึงขั้นเบิกตากว้างเมื่อแทฮยองเดินกลับไปที่โต๊ะกินข้าว โน้มตัวลงจนหน้าท้องแบนราบแนบกับโต๊ะ ขาเพรียวสวยแยกออกกว้าง โชว์แผ่นหลังเนียนสะโพกสวยและก้นกลมกลึงให้เห็นเต็มตา

แทฮยองท้าวข้อศอกกับโต๊ะกินข้าว เหลียวหลังกลับไปมองร่างสูงที่กำลังเลียริมฝีปาก นิ้วเรียกสวยกระดิกเรียกอีกคนให้เข้ามาหาอย่างยั่วยวน

“เข้ามาสิ โชว์ให้พี่ดูหน่อย ว่าเด็กอายุ 18 อย่างนายมีดีอะไร นอกจากฮอร์โมน”

จองกุกลอบสบถเบาๆเมื่อรู้สึกว่าส่วนนั้นของเขาที่เพิ่งสงบไป กลับมาแข็งขืนอีกครั้งเพราะความตื่นเต้นและเพราะแทฮยองช่างเซ็กซี่เหลือเกิน

ท่าทางประหม่าตอนที่เขาสัมผัสอย่างอ่อนโยนขัดกับท่าทางร้อนแรงในเรื่องอย่างว่าทำให้เขาร้อนรุ่ม รู้สึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เขารู้จักกับร่างบาง คนสวยขนาดนี้น่าจะจัดเก็บเป็นสมบัติของชาติซะจริง

แต่คิดอีกที…ไม่ดีกว่า เป็นสมบัติของจอนจองกุกแค่คนเดียวก็พอแล้ว

ร่างสูงยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆราวกับจะแกล้งเอาคืน เขารู้ว่าแทฮยองกำลังมีอารมณ์มากๆเพราะยังไม่ได้รับการปดปล่อยแถมยังต้องมาช่วยให้เขาเสร็จโดยที่เขาไม่ได้แตะต้อง เอาคืนเล็กๆคงไม่เสียหายอะไร

มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองทีละเม็ดทีละเม็ดจนร่างบางเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น เขาก็ชอบอยู่หรอกเวลาเห็นจองกุกถอดเสื้อผ้า แต่ไม่ใช่ด้วยความเร็วที่ช้าเหมือนกับจะแกล้ง ร่างสูงส่งสายตายั่วยวนเหมือนกับจะรอให้เขาทนไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอร้องออกมาเอง

ซึ่งคนอย่างแทฮยองไม่มีทางทำแน่ๆ

จองกุกโยนเสื้อที่เพิ่งถอดของตัวเองไว้มุมไหนสักมุมของห้อง สองขาก้าวเข้ามาหาแทฮยอง นิ้วเรียวไล้ไปตามผิวสีแทนสวยตามแนวกระดูกสันหลังโค้งเว้าจนร่างบางตัวสั่น

“พี่นี่มันน่าโดนลงโทษชะมัด”

ไม่พูดเปล่ายังตีก้นสวยๆไปหนึ่งครั้งจนเป็นรอยแดงจางๆ จากนั้นก็ทำสิ่งที่แทฮยองคาดไม่ถึงด้วยการจูบซ้ำที่รอยแดงนั้นอย่างอ่อนโยน สองมือก็บีบเฟ้นไปตามก้นนิ่มๆที่เต็มไม้เต็มมือ

มือข้างหนึ่งเลื่อนไปปลุกเร้าอารมณ์ของร่างบางกระตุกข้อมือด้วยจังหวะถี่เร็วสลับช้าจนแทฮยองแทบขาดใจ

“จองกุก…อย่า….แกล้ง”

ตามมาด้วยเสียงครางหวานลอดผ่านริมฝีปากอิ่มสะท้อนดังไปทั่วห้อง แทฮยองจิกนิ้วกับโต๊ะกินข้าวจนข้อนิ้วเกร็งขาว

“แกล้งตรงไหน นี่ยังไม่เรียกว่าแกล้งด้วยซ้ำ ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหาก”

พูดจบก็ลากริมฝีปากขบเม้มไปตามเนื้อนุ่มนิ่มจนถึงช่องทางสวาท ลิ้นร้อนไล้เลียรอบๆเบาๆเพื่อเปิดทาง สัมผัสที่ทำให้แทฮยองเกร็งกระตุกเมื่อนิ้วเรียวสวยสอดเข้ามาในช่องทางของเขาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะขยับอย่างชำนาญเหมือนกับรู้จักร่างกายของเขาไปซะทุกส่วน ทั้งที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

“อ่า….อื้อ…..”

ร่างบางครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ขาสั่นจนแทบอ่อนแรงจากการปรนเปรอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ถ้าไม่ใช่เพราะแขนเรียวที่พยุงโต๊ะเขาคงลงไปทรุดกองกับพื้น เพราะความรู้สึกสุขสมทั้งที่เป็นนิ้วแค่นิ้วเดียว

“คนเก่งเมื่อกี๊หายไปไหนแล้ว”

เสียงทุ้มหัวเราะแผ่วเบาเมื่อเห็นปฏิกิริยาน่ารักของพี่ชายร่วมวง แทฮยองแทบจะหันไปแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย ถ้าไม่ใช่เพราะจองกุกสอดนิ้วที่สองเข้ามา แต่เหมือนว่าจะแกล้งกันไม่พอเมื่อลิ้นร้อนกลับเข้ามาฉกชิงกวาดต้อนช่องทางรักจนแทฮยองสะอื้นเพราะความรู้สึกดี

“จองกุก….จองกุก”

น้ำเสียงหวานที่ครางเรียกชื่อเขาซ้ำๆไปมาทำให้แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ อยากจะรักพี่วีซะเดี๋ยวนี้ แต่มันจะสนุกอะไรถ้าร่างบางไม่อ้อนวอนออกมา

“ว่าไงครับ แทฮยองต้องการอะไรจากผมเหรอ ^^”

“อ่ะอื้อ……”

สะโพกบางส่ายร่อนไปตามจังหวะการขยับนิ้วของเขา แรงบีบรัดที่นิ้วทำให้เขารู้ว่าพี่วีใกล้จะเสร็จ จองกุกจึงละมือออกจากส่วนอ่อนไหวของร่างบาง เพิ่มนิ้วที่สามเข้าไปและขยับเข้าออกด้วยจังหวะรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม ความคับแน่นปนเสียวซ่านทำให้ร่างบางน้ำตาคลอ ทั้งเจ็บทั้งอายที่พ่ายแพ้เด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปีอย่างง่ายดาย

“จะ…จะเสร็จแล้ว”

ร่างบางครางกระท่อนกระแท่น นิ้วเรียวขยับรวดเร็วด้วยจังหวะร้อนแรง ช่องทางสีสวยบีบรัดแน่นพร้อมกับหยาดน้ำสีขาวขุ่นไหลเปื้อนเต็มหน้าท้องร่างบาง บางส่วนไหลนองลงที่พื้นครัว จองกุกเลียริมฝีปากกับภาพอันยั่วยวน

และก่อนที่แทฮยองจะทันตั้งตัว คนตัวเล็กก็โดนอุ้มขึ้นจนนอนราบไปกับพื้นโต๊ะกินข้าว

“เสร็จก่อนผมแบบนี้ก็แย่สิครับ จองกุกทำดีใช่มั้ย ตอนนี้ขอรางวัลละกัน”

พูดจบก็ดันส่วนแข็งขืนของตัวเองเข้าไปในช่องทางร้อนทันทีจนมิดลำ

“อ๊า…….อือออ…………”

เสียงหวานกรีดร้องพร้อมกับเอนศีรษะไปด้านหลังเพราะความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว เจ็บ….จองกุกขยับแก่นกายช้าๆก่อนจะเพิ่มจังหวะเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มจะปรับตัวได้ เขากระแทกกายเข้าใส่จุดอ่อนไหวในร่างกายของพี่วีซ้ำแล้วซ้ำแล้ว

ร่างบางน้ำตาคลอทั้งเจ็บทั้งรู้สึกดี อย่าจะด่าที่จองกุกไม่ยอมให้เขาเตรียมความพร้อม แต่ลึกๆแล้วแทฮยองรู้ว่าเขาเองก็รู้สึกดี ไม่ว่าจองกุกจะทำแบบนี้หรือแบบไหน เขาก็ยินดีรับ ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้

“แทฮยอง”

เขาครางเรียกชื่ออีกฝ่ายพลางจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างปลอบโยน แทฮยองรั้งท้ายทอยของอีกฝ่าย ตอบรับจูบด้วยความอ่อนโยนไม่แพ้กัน มือใหญ่ละจากสะโพกมาลูบไล้สัมผัสไปทั่วร่างกายของคนตัวเล็ก ผิวนุ่มเนียนละเอียดมือยิ่งทำให้สุขสม บดขยี้นิ้วลงบนเม็ดทับทิมเล็กๆสองข้างทั้งที่ส่วนล่างก็ยังทำหน้าที่เป็นอย่างดี

แทฮยองกอดแผ่นหลังกว้างเอาไว้แน่น พรุ่งนี้เช้าหลังจองกุกอาจจะเต็มไปด้วยรอยข่วนแต่ทั้งสองคนก็ไม่แคร์ ขาเพรียวเกี่ยวรัดเอวของร่างสูงเอาไว้แน่น

“อ๊า อืออ เร็ว…เร็วกว่านี้”

เสียงหวานครางเร่งเร้าเมื่อปลายทางแห่งความสุขเริ่มใกล้จะเข้ามาทุกที เมื่อแทฮยองต้องการ จองกุกก็ทำให้ตามนั้นด้วยการขยับสะโพกเร็วขึ้นแรงขึ้น ซึ่งเขาแน่ใจว่าข้างห้องต้องได้ยินเสียงแน่ๆ

“อือออออ จองกุก”

ร่างบางกรีดร้องเรียกชื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย แทฮยองปลดปล่อยออกมาเป็นรอบที่สองจนเปื้อนทั้งหน้าท้องของตัวเองและจองกุก ช่องทางคับแคบบีบรัดจองกุกแน่น เขากระแทกแรงๆสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยออกมาในช่องทางสีหวาน

จองกุกซบหน้าลงกับไหล่ของร่างบางที่ยกมือเรียวขึ้นลูบกลุ่มผมสีดำของจองกุกซ้ำๆไปมาอย่างนั้น ทั้งสองอยู่ด้วยกันแบบนั้นสักพักจนเป็นความเงียบที่น่าอึดอัด

หลังจากพายุความใคร่ผ่านพ้นไป เหตุการณ์ความเป็นความจริงก็ถาโถมเข้ามาเหมือนกับพายุ เพราะความจริงที่รู้อยู่ว่าต่างฝ่ายมีสถานะแบบไหน มีความสัมพันธ์กันยังไง

“พี่วี”

จองกุกเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ร่างสูงยันตัวขึ้นมองใบหน้าหวานที่ยังคงชื้นเหงื่อ ดวงตายังเต็มไปด้วยคราบน้ำตาจางๆ เขาจูบซับหางตาของคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน

“คบกับผมมั้ย”

“อืม….”

To Be Continue in Danger 

edit @ 6 Jan 2015 12:06:42 by [SeulKi]~~