[Fic] Heartless -RL- 21
posted on 30 Dec 2011 01:34 by seulki in RLอ่าน nc แล้วเม้นกลับด้วยนะค่ะ ไม่งั้นจะเก็บไว้รู้เองคนเดียวจริงๆนะ อิอิอิ
ทางด้านอีกฝั่งฟากของเมือง ณ ซอกหลืบของสังคมสวยหรูของประทศอิตาลี่ที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมอันงดงาม ในตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลอันเน่าเหม็น เมื่อกวาดสายตาไปรอบด้านก็พบกับผู้ยากไร้ไร้ที่อยู่อาศัยมากมายที่นอนขดตัวบนพื้นปูนแข็งๆ ห่อหุ้มร่างกายอันหนาวเหน็บด้วยเสื้อกันหนาวที่เก็บมาจากถังขยะในย่านที่อยู่อาศัย เหล่าแก๊งค์ชั้นต่ำยืนสูบบุหรี่อยู่ตามมุมต่างๆรอคอยผู้ที่หลงผ่านเข้ามาทางตรอกนี้เพื่อจะขู่กรรโชกรีดไถทรัพย์
มือหลายกร้านของหัวหน้าแก๊งค์ที่ผ่านทุกสมรภูมิมาอย่างโชกโชนล้วงเอาบุหรี่ในอกเสื้อออกมาอย่างเชื่องช้า จุดไฟพร้อมกับพ่นควันออกไปอย่างผ่อนคลาย เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับเงาร่างสูงที่ปรากฏตัว ณ หัวมุมถนน
เรือนผมสีทองเปล่งประกายรับกับดวงตาสีอะเมทิสต์ เสื้อเชิ๊ตสีดำที่เปิดเปลือยลงมาถึงกลางอกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจากกระสุนนับไม่ถ้วนบนแผ่นอกแกร่งนั้น รอยแผลเป็นนูนสีดำตัดกับผิวขาวซีด ดวงตาคมกริบที่ดูเฉยชา บรรยากาศกดดันอันแสนประหลาดแผ่ออกมาจากตัวชายผู้นั้นอย่างชัดเจน ทุกสายตาของเหล่าคนจรจัดไม่เว้นแม้แต่เหล่าแก๊งค์จับตามองชายผู้นั้นอย่างใกล้ชิด
หนึ่งในชายจรจัดมองสบสายตาเขาเขม็งราวกับจะบดขยี้ให้แหลกเป็นผุยผง ชายหนุ่มมองสายตานั้นด้วยความเฉยชาแม้จะประหลาดใจอยู่เล็กๆพร้อมกันนั้นรอยยิ้มประหลาดก็ปรากฏขึ้นเหนือริมฝีปาก
"ต้องการอะไร?" หัวหน้าแก๊งคนนั้นกระชากเสียงถามด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มเล็กๆก่อนจะเอ่ยตอบ "ก็แค่มาหาคน"
คราวนี้กลับเป็นชายร่างใหญ่ที่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ผู้ชายที่ดูท่าทางจะเป็นคนมีอำนาจขนาดนี้มาทำอะไรที่ตรอกซอกอันโสมมเพื่อตามหาคนๆหนึ่ง
"ก็อย่างที่เห็นที่นี่ไม่มีอะไรให้แก มีแต่คนจรจัดพวกนี้ กลับไปซะเถอะฉันไม่ได้อยากมีเรื่องกับรีซอตโตแฟมิลี่"
"นึกว่าจะลืมกันไปแล้วซะอีกนะ รัสเซล"
"ใครจะไปลืมแกได้ลงกันล่ะ ผมสีทองกับนัยน์ตาสีม่วงที่น่าสมเพชนั่น ฉันได้ข่าวมาว่าแกตายไปแล้วนี่นา แล้วมาทำอะไรในที่นี่ หรือคิดจะกบดานแบบที่หนูชั้นต่ำทำน่ะเหรอ"
ชายหนุ่มร่างสูงไม่เอ่ยตอบอะไร มีแต่เพียงรอยยิ้มหยันอยู่บนริมฝีปาก
"แกอยากจะพูดอะไรก็ตามใจ ฉันมาที่นี่เพียงเพื่อแค่มาตามหาผู้ชายที่ชื่อเอียน"
ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่ยังหยิบธนบัตรหลายใบออกมาจากอกเสื้อ รอยยิ้มน่ารังเกียจปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากหยาบกร้านของคู่
สนทนา แต่ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมือไปหยิบฉวย มืออีกคู่หนึ่งก็กดมือที่กำลังยื่นธนบัตรลง ชายหนุ่มมองตามก็พบว่าเป็นชายจรจัดคนนั้นที่จ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา
"เก็บเงินของแกไว้เถอะ รีออนแห่งรีซอตโตแฟมิลี่ ฉัน เอียน อิวาคานอฟที่แกอยากจะเจอ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร"
"ฉันอยากให้แกใช้ความสามารถในการสืบหาข่าวของแกตามหาคนให้กับฉัน"
ชายหนุ่มเข้าเรื่องอย่างไม่อ้อมค้อม มือใหญ่เก็บปึกธนบัตรเข้ากระเป๋า รัสเซลมองตามด้วยความเสียดายแต่ก็ยอมเดินจากไป
แต่โดยดี เอียนจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาคมเข้มก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ถ้าเป็นคนๆนั้นล่ะก็...เขาก็อยู่ที่เดิมอย่างที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ ฉันคงบอกแกได้แค่นี้"
พูดจบชายหนุ่มร่างเล็กผมสีดอกเลาที่ดูซอมซ่อก็เดินหัวเราะจากไป และรีออนเองก็ไม่คิดจะเรียก
จุดเริ่มต้นและจุดจบงั้นเหรอ
'คฤหาสน์ตระกูลรีซอตโตที่แสนเก่าแก่ นานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้ไปเหยียบที่นั่น ป่านนี้คงจะรกร้างไร้ซึ่งคนดูแล หวังว่านายคงจะรอฉันอยู่ที่นั่นจริงๆนะไรอัส เพราะระหว่างเรายังมีหนี้แค้นที่ต้องได้รับการสะสางอยู่'
โทษฐานของคนที่คิดหักหลังเขา...ฉันจะทำให้จำไปจนวันตาย ฉันจะให้นายทรมานจนตายไปทั้งเป็น
........................................................................................................................................................
ริมฝีปากบางเฉียบพยายามสะกัดกั้นอารมณ์โกรธที่พุ่มพรวงขึ้นมาเป็นริ้วๆอย่างสุดกำลัง มือเรียวยาวคีบบุหรี่ยี่ห้อดังเอาไว้ ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปที่เจ้าของร่างบางซึ่งกำลังโก่งคออาเจียนจนแทบจะหมดไว้หมดพุงอยู่ตรงพงหญ้าข้างทาง
น่าสมเพชเป็นบ้า!
รีบอร์นคิดด้วยความหงุดหงิด เขากับไอ้วัวสวะออกจากผับมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ยังไปไม่ถึงทางกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่ขึ้นมาบนรถไอวัวโง่ก็เอาแต่บ่นเวียนหัวจนร้องขออยากจะจอดทุกๆ 5 นาที แล้วนี่ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เขาต้องจอดรถรอให้มันทำธุระ แต่จะให้เขาไปลูบหลังช่วยเหลือมันน่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอก!
"รีบอร์น ฉันขอน้ำหน่อยสิ"
มันคิดว่าคนอย่างเขาเป็นใคร คนรับใช้ส่วนตัวมันรึไง? หลังจากอ้วกไป 6 ครั้งไอวัวโง่ก็ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น การพูดการจาก็กลับมาชัดเหมือนเดิม แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้สำนึกถึงสิทธิ์ของมันเลยสักนิด
"แกเป็นใคร มีสิทธิ์มาสั่งฉันด้วยรึไง?"
"ถ้านายไม่เอามาให้ ฉันจะอ้วกตรงนี้...ในรถสุดที่รักของนาย"
"อ๋อ เดี๋ยวนี้แกกล้าขู่ฉันแล้วเหรอ ไอ้วัวโง่"
ขวดน้ำในมือใหญ่ลอยละลิ่วไปโดนหัวของร่างบางอย่างแรงจนเซหงายไปด้านหลัง บวกกับยังไม่สร่างดีนักแรมโบ้จึงล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นพร้อมกับขวดน้ำที่กลิ้งตกลงไปอยู่ปลายเท้า
"เจ็บนะ ขว้างมาได้"
ร่างบางเบ้ปากพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ รีบอร์นถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปลอบสั้นๆ
"กินน้ำนั่นแล้วรีบกลับบ้านได้แล้ว ฉันง่วงนอนจะตายอยู่แล้วไอ้วัวโง่ ถ้าอีก 2 นาทีแกยังไม่ลุก ฉันจะไปลากหัวแกขึ้นมาเข้าใจมั้ย"
ท้ายประโยคขู่สำทับ ร่างบางดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่อยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกแต่อย่างใดจนนักฆ่าผู้มีความอดทนต่ำต้องเดินไปใกล้พร้อมกับกระชากแขนบอบบาง แต่แล้วเหตุการณ์อันไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อร่างบอบบางนั้นเซถลาเข้ามาอยู่อกกว้างจนได้กลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆมาจากเรือนผมสีดำสนิทนั่น ดวงตาสีเขียวมรกตชื้นด้วยหยาดน้ำตาช้อนมองเขา แก้มป่องๆนั่นทำให้ร่างบางดูน่ารักน่าชังราวกับรอให้เขางอนง้อ
แก้มป่องๆ....!?
!!!!!!!
จะมาสำนึกตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อมโนสติสุดท้ายของรีบอร์นถูกกระชากหลุดไป ของเหลวสีใสพุ่งใส่เสื้อสูทราคาแพงลิ่วของเขาเต็มรัก มือเรียวบางคลายออกจากการเกาะกุมเสื้อสูทของเขาที่เป็นที่ใช้พยุงตัว ใบหน้าหวานสวยนั้นซีดเผือดเมื่อสำนึกได้ว่าตนเองได้กระทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดไปแล้ว ทั่วทั้งร่างชาดิก สติสตังที่หายไปเริ่มกลับมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคอันแสนเยียบเย็นที่ไม่ได้ฟังมาเนิ่นนาน
"ไอ้วัวโง่ ฉันสาบานได้ว่าวันนี้แกจะไม่ตายดี!"
"หา อารายยยอ่า โคนมาวววม๊ายยยผิด"
แนบเนียนเข้าไว้! หนึ่งในเทคนิคการหลอกลวงอันแยบยลเพื่อให้พ้นจากสถานการณ์อันตรายของแรมโบ้ข้อที่ 5!!!
ร่างบางแกล้งทำเป็นเซล้มวูบลงไป ตามสเตปแล้วมือใหญ่ต้องเข้ามาโอบประคองแล้วก็คงให้อภัยอย่างง่ายดาย แต่เขาคงลืมไปว่ารีบอร์น 'ไม่ใช่คนทั่วไป' ดวงตาคมกริบสีดำสนิทปรายตามองไอ้วัวโง่ที่แกล้งทำเป็นเมาจนล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นแต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะเข้าไปช่วยประคองเลยสักนิด
"ถ้าอีก 3 วินาทีแกยังไม่เลิกสำออย ฉันจะปล่อยแกไว้กลางทางนี่แหละ"
เสียงทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา มือใหญ่ปลดเสื้อสูทออกก่อนจะขว้างทิ้งไปในพงหญ้าอย่างไม่ไยดีรวดเร็วพอๆกับที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวในออกจนหมด
"นายจะทำบ้าอะไรน่ะรีบอร์น นี่มันถนนใหญ่นะ!!"
แรมโบ้ร้องเสียงหลง ใบหน้าขาวที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดขึ้นไปเองเมื่อรีบอร์นย่างสามขุมเข้ามาหา คิดๆดูแล้ววเหตุการณ์นี้มันก็ชวนให้คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราอ้วกใส่รีบอร์นซะหน่อย...
พยายามคิดทบทวนความทรงจำไปถึงคราวที่เขากับรีบอร์นไปประชุมแฟมิลี่ที่ญี่ปุ่น จำได้ว่าเขากินไวน์บนโต๊ะอาหารเข้าไปมากเกินควรเพราะอึดอัดกับสายตาที่จับจ้อง ในตอนนั้นรีบอร์นก้าวเข้ามาหาแล้วก็โยนเสื้อสูทใส่หน้าเรานี่นา
ใช่แล้ว! เขาจะต้องโยนเสื้อใส่หน้าเราอีกแน่ๆ
แรมโบ้ยืนขึ้นหลับตาพริ้ม เตรียมรับเสื้อเปื้อนอ้วกที่กำลังจะพุ่งมาหาเขาอย่างเต็มใจ ริมฝีปากบางของรีบอร์นยกขึ้นเล็กน้อยราวกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ที่แกทำหน้าอย่างนั้นเพราะเตรียมรอรับเสื้อที่เปื้อนของเหลวชวนอาเจียนนี่หรือว่าแกรอรับรอยจูบจากฉันกันแน่"
ถ้อยคำกระเซ้าที่น่าจะน่ารักกลับกลายเป็นชวนขนลุกเมื่อร่างสูงพูดออกมาด้วยโทนเสียงเรียบเฉย ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกโพลงขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจพร้อมกับที่ดวงหน้าคมวูบเข้ามาใกล้จนเห็นเค้าโครงหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ริมฝีปากบางของรีบอร์นอยู่ใกล้แค่คืบ สัมฝัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดริมฝีปาก รีบอร์นยิ้มอีกครั้ง
"เหม็นอ้วกเป็นบ้า ได้กลิ่นแล้วหมดอารมณ์"
กล่าวแค่นั้นร่างสูงก็ผละออกไปราวกับรังเกียจก่อนจะเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วผลักเขาเข้าไปอย่างไม่ไยดีไม่สนใจว่าหัวเขสจะกระแทกเบาะที่นั่งคนขับเข้าเต็มเปา
"เจ็บนะ" แรมโบ้บ่นอุบเมื่อรีบอร์นเปิดประตูรถเข้ามานั่งที่ตัวเองอย่างรวดเร็ว
"เรื่องของแก ไปกันได้แล้ว เสียเวลา"
ดวงตาคู่นั้นจับจ้องที่ถนน ไม่เหลียวมามองเขาสักครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่กระชากตัวไปในความมืดจนเหลือทิ้งไว้เพียงรอยล้อรถกับควันบางเบาที่ตลบขึ้นมา
แรมโบ้จมเงียบอยู่กับภวังค์
น่าจะชาชินแต่เขากลับนึกน้อยใจขึ้นมาอีกแล้ว
"จะมีสักครั้งนึงมั้ยที่นายจะอ่อนโยนกับฉันน่ะรีบอร์น"
เสียงหวานถามแผ่วเบาแต่กลับได้ยินชัดเจนในความเงียบสงัดของรถ
และมีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำตอบกลับมา...
กี่ปีแล้วนะ...ที่ไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่
ดวงตาสีอะเมทิสต์คู่คมจับจ้องไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ในอดีต...คฤหาสน์หลังนี้เคยงดงามสมบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยผู้คนนับร้อยนับพัน ประตูเหล็กใหญ่โตซึ่งเคยได้รับการขัดถูเสียจนขึ้นเงาบัดนี้ได้ผุพังไปตามกาลเวลา มือใหญ่ผลักประตูนั้นออกอย่างแผ่วเบา เสียงเสียดสีของสนิมเหล็กดังเสียดหู รองเท้าหนังอย่างดีเหยียบย่างลงบนถนนพื้นยางมะตอย สองข้างทางยังคงมีต้นไม้ใหญ่เรียงรายอยู่เช่นเคย ใบไม้สีส้มแดงปลิดปลิวร่วงหล่นปกคลุมไปทั่วถนนบ่งบอกว่าคฤหาศน์หลังนี้ขาดการดูแลรักษามาเนิ่นนาน
นาน...มากเท่าๆกับปีที่เขาขึ้นเป็นหัวหน้าแฟมิลี่หลังจากที่หัวหน้าคนเก่าตายไป
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ใบหน้าที่เคยเย็นชาก็เหยียดยิ้มสมเพชออกมาเล็กน้อย พ่อของเขา ไม่ใช่สิ...คนที่เก็บเขาเข้ามาเลี้ยงคงไม่ได้นึกหรอกว่ากำลังเลี้ยงดูและสร้างเขี้ยวเล็บให้กับสัตว์ร้ายที่จะมาแว้งกัดในภายหลัง ภาพดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของคนซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อยังคงติดตรึงใจผสานไปกับเสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของแม่ผู้ซึ่งไม่เหลือแม้เพียงเศษเสี้ยวของความมีชีวิตชีวา ได้แต่นั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตอยู่ในสถานพยาบาลผู้ป่วยทางจิต สถานที่ที่เขาไม่เคยแม้จะสักครั้งจะเหยียบย่างเข้าไป
ยังจำได้ดีถึงดวงหน้าสวยหวานหากแต่ไร้ชีวิตที่ทำให้หัวใจเจ็บแปลบทุกครั้งยามนึกถึง...สายตาผิดหวัง เสียใจ อาการปิดกั้นไม่อยากรับรู้ความจริงทำให้เธอถึงกับช๊อกจนกลายเป็นเพียงตุ๊กตาแสนสวย นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่เคยไปเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง
การแก้แค้น...ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของเขา มีแต่รังจะทำให้เจ็บยิ่งขึ้นเมื่อมองดูสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำถึงพี่ชายฝาแฝดที่ไม่อาจไขว่คว้ามา
เขาทนอยู่ที่นี่ไม่ได้จนต้องปล่อยให้ทิ้งร้างแล้วไปสร้างคฤหาสน์ของแฟมิลี่หลังใหม่...ไกลออกไปคนละมุมเมืองเสมือนกับพยายามหลีกหนีความทรงจำ ทำให้ที่แห่งนี้ถึงทิ้งร้างมานานนับ 10 ปี
สายลมแผ่วเบาเจือแฝงไปด้วยความหนาวเย็นเล็กน้อยด้วยเพราะย่างเข้าสู่ฤดูหนาวหอบพัดเอากลิ่นอันหอมหวานแผ่วบางลอยมาตามสายลม กลิ่นอันคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจที่นิ่งสงบกลับสั่นไหว โดยไม่รู้ตัวรีออนสาวเท้าเข้าไปใกล้กับสวนด้านข้างของคฤหาสน์ ต้นไม้ใหญ่ขึ้นสูงไปทั้วจนดูราวกับป่าไม้สีแดงส้ม สถานที่อันแสนคุ้นเคย ถ้าจำไม่ผิดสมัยก่อนนั้นเขาชอบพาหญิงสาวมากหน้าหลายตามาที่แห่งนี้เสมอๆ
ไม่ใช่เพราะว่ามันบรรยากาศดีแต่เพราะว่าที่แห่งนี้สามารถมองเห็นระเบียงห้องของใครบางคนได้ชัดเจน
บัดนี้ระเบียงห้องที่เคยว่างเปล่าปรากฏร่างสูงใหญ่ที่หน้าตาเหมือนกับเขาแทบทุกกระเบียดนิ้วจนดูราวกับว่าไม่ใช่ความจริง รีออนนิ่งงันไปกับความเหมือนที่ราวกับว่าสร้างขึ้นมาจากภาพมายา รอยยิ้มที่หาความหมายไม่ได้ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก
เขาคงจะแอบดูนานกว่านี้หน่อยถ้าหากว่าร่างนั้นจะไม่มองลงมาสบตากับเขาตรงๆ ริมฝีปากนั้นผุดรอยยิ้มเย็นชา เสียงทุ้มต่ำที่เหมือนกับเสียงของเขาเองแบบไม่มีผิดเพี้ยนเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแรกหลังจากไม่ได้พบเจอกันนานนับ 10 ปี
"ติดกับแล้วสินะ"
และนั่นก็เป็นถ้อยคำสุดท้ายก่อนที่สติทั้งมวลจะดับวูบไป
........................................................................................................................
เงียบ...
ความเงียบงันแบบนี้มันน่าอึดอัดเกินไปแล้ว ร่างบางก้มหน้าต่ำคิ้วเรียวบางขมวดมุ่น ริมฝีปากเม้มแน่น เป็นเวลากว่า 20นาทีแล้วที่รีบอร์นเอาแต่อ่านเอกสารมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟาสีดำสนิท ร่างสูงทิ้งตัวนอนโดยใช้ที่เท้าแขนบนโซฟาต่างหมอน มือใหญ่ถือเอกสารฉบับสำคัญ ขาเรียวยาวเหยียดไปบนโซฟาจนโซฟาตัวยาวซึ่งสามารถนั่งได้ถึง 3คนจนไม่มีที่ว่าง
มือเรียวเล็กกำแน่นอยู่บนตัก อึดอัดจนจะเป็นบ้า
รีบอร์นปล่อยให้เขานั่งบนเตียงแบบนี้มาตั้งแต่กลับมาที่บ้าน หลังจากที่เขาใช้เวลาอาบน้ำเพียง 10 นาทีก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อย รีบอร์นก็ยังคงไม่สนใจเขาอยู่เช่นเคย ปล่อยให้เขานั่งรอบนเตียงเป็นเวลานานมากแล้วจนชักจะเริ่มง่วงนอน
นายจะมานอนได้รึยัง?
อยากจะถามคำถามนี้ออกไปเหลือเกิน แต่ไม่มีความกล้าพอ หนึ่งเดือนที่ผ่านมารีบอร์นไม่เคยนอนร่วมเตียงกับเขาเลยด้วยซ้ำ ร่างสูงใช้เวลาส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับก็ดึกดื่น และเมื่อเขากลับมาบ้านที่บ้าน...
ไม่มีแม้แต่คำทักทายออกมาจากริมฝีปาก มีเพียงรอยจูบที่ประทับแนบแน่นทันทีที่แรมโบ้รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากเสียงเปิดประตู มีเพียงบทรักอันร้อนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรีบอร์นก็ผละจากไปโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลาหลังจากบทรักนั้น
ทำราวกับว่าเขาเป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่
จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนด้วยซ้ำที่รีบอร์นเอ่ยปากคุยกับเขา เป็นเรื่องที่แปลกมากแล้วที่ร่างสูงหอบเอาเอกสารจากหลังรถกลับมาทำที่บ้าน
"งานที่แฟมิลี่หนักมากเลยเหรอ นายถึงได้กลับบ้านดึกดื่นทุกวัน"
ถามไปแล้วก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง คงเป็นเพราะบรรยากาศอึดอัดพวกนี้แน่ๆที่ทำให้เขาหลุดคำถามพิลึกพิลั่นออกไป แบบนี้มันคำถามที่พวกภรรยาใช้ถามสามีชัดๆ และอย่างที่เขาคิด รีบอร์นยังคงไม่ละสายตาจากเอกสาร
"แกคิดว่าเป็นมาเฟียมันงานเบารึไงถึงได้ถามอะไรที่เหมือนพวกเมียจู้จี้แบบนั้น"
"ฉันไม่ได้จู้จี้ซะหน่อย ฉันก็แค่เป็นห่ว..."
"ห่วงตัวเองเหอะ ไอ้วัวโง่ พรุ่งนี้แกมีงานเช้าไม่ใช่รึไง"
คิ้วเรียวบางเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ รีบอร์นรู้ได้ยังไงว่าเขามีงาน? แต่ก็อีกนั่นแหละ...มีเรื่องอะไรในแฟมิลี่บ้างที่รีบอร์นไม่รู้
"ฉันรู้ แต่ว่านายเอาแต่อ่านเอกสารตั้งแต่เมื่อกี๊ ฉันอยากให้เรานอนด้วยกันบ้างนี่นา"
ท้ายประโยคเบาลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่ให้ตายเหอะ! รีบอร์นเป็นนักฆ่านะไม่มีทางที่เขาจะไม่ได้ยินแน่ๆ ดวงตาที่
เคยจับจ้องเอกสารเปลี่ยนมาจับจ้องที่เขาจนรู้สึกร้อนๆหนาวๆกับแววตาที่อ่านไม่ออกนั้น
"แกพูดเหมือนกับว่าจะเชิญชวนให้ฉันมีเซ็กส์ด้วย...หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี่แกมีพัฒนาการขึ้นเยอะนะ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ฉันหมายถึงแค่นอนด้วยกันเฉยๆต่างหาก"
ร่างบางร้องเสียงหลง ดวงหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำไปหมด วงหน้าหล่อเหลาเย็นชามากยิ่งขึ้น
"คิดอะไรเป็นเด็กอนุบาล นอนกอดกันเฉยๆกับฉันเนี่ยนะ งี่เง่าเป็นบ้า"
"แต่ว่ารีบอร์น..."
"ฉันจะขึ้นไปบนเตียงนั่นกับแกก็ต่อเมื่อเรามีเซ็กส์กันเท่านั้น ไอ้วัวโง่อย่างแกน่ะหุบปากซะ ฉันจะทำงาน"
ไม่ว่าเปล่าดวงตาคู่นั้นก็กลับไปจับจ้องเอกสารนั้นเหมือนเดิมจนแรมโบ้รู้สึกใจฝ่อขึ้นมา แต่เหนืออื่นใดเขาจะไม่มีทางปล่อยให้รีบอร์นละเลยเขาอีกแล้ว หลังจากที่เขาคิดทบทวนมานานในเมื่อรีบอร์นชอบเรื่องแบบนั้นเขาก็จะตอบสนองความต้องการนั้น เป็นแบบนั้นก็ยังดีซะกว่าที่จะโดนเมินทั้งที่อยู่ใกล้ๆกัน
"ถ้านายต้องการ...เรามามีเซ็กส์กันก็ได้นะ"
เงียบ…ไม่มีคำตอบรับจากร่างสูง เนิ่นนานจนเขาคิดว่าคนตรงหน้าไม่ใส่ใจ ตอนที่เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมารู้มั้ยว่าต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน แม้กระทั่งหันไปมองรีบอร์นก็ยังไม่กล้าได้แต่ก้มหน้าก้มตา รีบอร์นอาจจะอยากทำงาน…แต่ว่ายิ่งรีบอร์นเงียบมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งใจเสีย บรรยากาศอึดอัดกดทับแน่นจนรู้สึกราวกับว่าหายใจไม่ออก แก้มขาวๆขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย
ไม่น่าพูดออกไปเลยจริงๆ เขาคิดว่าพูดอย่างนั้นออกไปแล้วรีบอร์นจะใส่ใจเขา แต่ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ร่างบางถอนหายใจเงยหน้าขึ้นมอง
เขา…ไม่ได้กำลังอ่านเอกสารอยู่หรือ? ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้จับจ้องเอกสาร จริงอยู่ที่รีบอร์นถือเอกสารไว้ในมือแต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ร่างสูงไม่พูดอะไรเลยสักคำ แรมโบ้เม้มริมฝีปาก ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ…ทำเหมือนกับว่า…?
“ฉันเหนื่อย” อยู่ดีๆเขาก็พูดขึ้นมา “ถ้าแกอยากขนาดนั้นก็มาจัดการเองสิ”
“น…นายจะบ้ารึไง ให้ฉันเนี่ยนะ…”
“แกทำให้ฉันมีอารมณ์ เพราะฉะนั้นมานี่ มาช่วยฉันเดี๋ยวนี้”
ท้ายประโยคกดเสียงต่ำจนแรมโบ้ใจฝ่อ นึกแล้วว่าเรื่องนี้จะต้องไม่จบสวยๆแบบในหนัง ที่ว่าพระเอกจะเดินมาตามคำเชิญชวนอะไรนั่นลืมไปได้เลย เจ้าบ้านี่…ตั้งใจจะทำให้เขาอับอาย ให้เหมือนกับว่าเขาต้องการรีบอร์นเอามากๆ แต่พอเขาไม่ทำก็ถูกขู่เข็ญบังคับ
มันจะเลวร้ายเกินไปแล้ว
“ฉันทำไม่ได้หรอกรีบอร์น”
“แกเป็นคนเชิญชวนฉันเอง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ มานี่!”
ไม่ต้องรอให้รีบอร์นพูดซ้ำสอง ร่างบางรีบลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปหาทันที ในขณะที่รีบอร์นเริ่มกลับไปอ่านเอกสารอีกครั้ง มันอะไรกัน? แรมโบ้คิดอย่างไม่พอใจ ขาเรียวยาวเดินตรงไหที่โซฟาที่ร่างสูงทอดกายนอนอยู่ เขานั่งลงคร่อมเอวรีบอร์นแต่นักฆ่าคนสำคัญก็ยังไม่หยุดอ่านเอกสาร
“นายไม่สนใจฉัน” เสียงหวานพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ รีบอร์นไม่ลดเอกสารลงด้วยซ้ำ มือเรียวบางจึงถือวิสาสะเอื้อมไปดึงกระดาษนั้นออกวางไว้บนโต๊ะ แต่แล้วก็นึกได้ว่าตัวเองทำพลาดอย่างมหันต์
เมื่อไม่มีกระดาษมากั้นกลางระหว่างพวกเขา ความกล้าเมื่อครู่ก็ดูจะหายไปทันที เพียงแค่มองสบดวงตาสีดำสนิทที่ราวกับว่าจะดูดกลืนเรี่ยวแรง ใบหน้าหล่อเหลาที่เขาชอบยังคงไร้อารมณ์ ดวงตาสีมรกตจ้องมอง พิจารณาไล่ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิท หน้าผากนูนสวย ดวงตา จมูก จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก มือเรียวแตะริมฝีปากนั้นโดยไม่รู้ตัว
ตระหนักได้ว่าเขาคิดถึงรีบอร์นมากมายขนาดไหน
ใบหน้าขาวโน้มต่ำลงไปจนกระทั่งริมฝีปากสัมผัสกัน ริมฝีปากของร่างสูงอบอุ่นลิ้นเล็กสอดแทรกเข้าไปในริมฝีปากของรีบอร์น พยายามทำเหมือนที่รีบอร์นทำก่อนจะผละออก
“ไม่ได้เรื่อง”
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา และก่อนที่ร่างบางจะรู้ตัว มือใหญ่ก็เอื้อมมากดศีรษะจนริมฝีปากแนบชิดกวาดต้อนความหอมหวานที่คุ้นเคย แต่ยิ่งเขาจูบไอวัวโง่มากเท่าไหร่ ยิ่งเขามีเซ็กส์กับมันมากเท่าไหร่เขากลับไม่เคยรู้สึกพอ กลับต้องการมากขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนกับเสพติด เขาไม่เป็นอันทำอะไร เขาคิดถึงแต่รสชาติริมฝีปากของมัน ไม่ว่าเขาจะจูบผู้หญิงคนไหนก็ไม่เคยมีใครจุดความต้องการในส่วนลึกได้อย่างมากมายเท่ามัน…เพียงแค่จุมพิตเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มด้วยความปรารถนา
“รีบอร์น” ไอ้วัวโง่เรียกชื่อเขา มือของมันปลดกระดุมเสื้อของเขาออกจนหมดแต่ถึงกระนั้นมือคู่นั้นก็สั่นระริกด้วยความขลาดเขิน
ดวงตาสีเขียวคู่สวยกวาดมองไปทั่วเรือนร่างสมบูรณ์แบบนั้น เพราะเป็นอย่างนี้ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนถึงได้ยอมทอดกายให้สินะ ผู้หญิงพวกนั้นแค่อยากมีเซ็กส์กับรีบอร์น น้อยคนนักที่ปรารถนาจะผูกมัดเขาไว้ คิดแล้วก็ยิ่งสงสารตัวเองที่ทั้งโง่ทั้งบ้าอยากจะครอบครองรีบอร์นไว้คนเดียว ทั้งๆที่มันเป็นไปไม่ได้
“เมื่อกี๊ก่อนที่จะมาหาฉัน นายไปหาผู้หญิงพวกนั้นมาใช่มั้ย”
เสียงหวานเอ่ยถามผะแผ่ว ดวงหน้าหวานก้มต่ำลงเพราะกลัว…กลัวสายตาที่เฉยชาของรีบอร์น
“ทำไม หึงรึไง”
“ฉัน…มีสิทธืด้วยเหรอ?”
“ก็แล้วแต่จะคิด แกจะหึงฉันมันก็เรื่องของแก ไม่เกี่ยวกับฉัน” คำพูดที่ทำให้ร่างบางใจหาย
“นายรู้ว่าฉันไม่ชอบนายก็ยังอยากจะทำงั้นเหรอ ทั้งๆที่นายเป็นคนห้ามไม่ให้ฉันมีคนอื่นแต่นายยังมีได้เลย!”
เรื่องนี้มันชักจะไปกันใหญ่ แต่แรมโบ้ก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ได้แล้ว จริงอยู่ที่ว่าตั้งแต่คบกันมาเดือนกว่าแล้วรีบอร์นไม่ได้มีผู้หญิงคนไหนเลย แต่ว่าเมื่อสองวันมานี้เองที่รีบอร์นเริ่มกลับไปควงกับผู้หญิงคนอื่นอีกครั้ง
เขาเจ็บ…เจ็บยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้คบกันเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก แต่ตอนนี้ขนาดเป็นคนรักกันแท้ๆรีบอร์นยังกล้าไปมีคนอื่น
“เพราะอย่างนี้ถึงประชดฉันออกไปกับไอ้บ้าโคโรเนโร่รึไง” ประโยคนั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง แรมโบ้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “ที่บอกว่าอยากอยู่กับมันเพราะเห็นฉันออกไปกับผู้หญิงพวกนั้นแล้วแกจะทำมั่งรึไง ไอ้วัวโง่”
รีบอร์นกำลังโกรธ…บรรยากาศเยียบเย็นกดดันเป็นตัวช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นอย่างนี้ เขาแค่อยากถามว่าทำไมรีบอร์นต้องนอกใจเขา ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้
“เกี่ยวอะไรกับโคโรเนโร่ เขาแค่ชวนฉันไปดื่ม นายนั่นแหละที่ออกไปกับผู้หญิงพวกนั้น ออกไปเลยนะ เหม็นน้ำหอม!”
ไม่ว่าเปล่าร่างบางยังยันกายขึ้นจากทำท่าจะผละออก แต่เห็นได้ชัดว่าร่างสูงไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น มือใหญ่โอบรัดเอวบางไว้แน่น
“แค่ไม่เหม็นน้ำหอมก็พอใช่มั้ย เอาอย่างนั้นก็ได้”
ไม่ว่าเปล่ารีบอร์นยังช้อนร่างนั้นขึ้นแนบอกมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ รวดเร็วจนร่างบางตกใจ
“นายเป็นบ้ารึไงรีบอร์น ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้ ฉันเกลียดนาย!”
ราวกับว่าคำนั้นเป็นฟางเส้นสุดท้ายกว่าจะรู้ตัวเพดานห้องก็หมุนคว้าง แผ่นหลังบางกระแทกกับเตียงนุ่มจนจุกเพราะแรงเหวี่ยง พร้อมกับที่ร่างสูงตามเข้ามาทาบทับ ข้อมือเล็กถูกรวบด้วยมือข้างเดียวชูเอาไว้เหนือศีรษะ ริมฝีปากที่เคยพูดจาถากถางเขาประกบแนบแน่นปิดคำด่าทอที่ไม่ต้องการฟัง
รีบอร์นระบายความโกรธผ่านรสจูบที่รุนแรง ความดื้อรั้นของไอ้วัวโง่ทำให้เขาอยากจะบดขยี้มันให้แหลกคามือ ไม่ให้มันพ่นถ้อยคำที่เขาไม่ต้องการฟัง ถ้อยคำที่ทำให้หัวใจเขาเจ็บแปลบ มือใหญ่เลื่อนไล้สอดเข้าไปในเสื้อเชิ๊ตตัวบางผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นไปยังจุดที่ไวต่อการสัมผัส
มือหยาบบดขยี้ยอดอกนุ่มมืออย่างรุนแรงจนมันแข็งขืน สัมผัสที่นุ่มละมุนทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่วใจ ริมฝีปากบางผละออกซุกไซ้ลงไปที่ซอกคอขาวผ่องซึ่งยังคงมีรอยแดงจางๆจากบทรักเมื่อวาน เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะเริ่มประทับตราความเป็นเจ้าของใหม่อีกครั้ง ซ้อนทับรอยเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า
ไอ้วัวโง่เป็นของเขา…ของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น
เพียงแค่คิดว่าถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่เขาได้สัมผัส หัวใจก็ร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกที่ตนไม่อาจเข้าใจ
“อ๊ะ รีบอร์น ปละ…ปล่อยนะ”
เสียงหวานครางแหบพร่า สัมผัสที่คุ้นเคยพาให้สติเลือนหายไป แม้ว่าสมองจะสั่งให้ปฎิเสธแต่ร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง รีบอร์นเป็นคนที่ทำร้ายเราไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังปล่อยให้เขาทำตามใจชอบได้อีก ทุกๆครั้งที่เริ่มพูดเรื่องผู้หญิงคนอื่น ทุกๆครั้งที่เริ่มทะเลาะกัน แต่เขากลับปล่อยให้รีบอร์นทำตามใจชอบ สุดท้ายเรื่องที่จะพูดก็เลือนหายไปจากสมอง…แล้วเขาก็ต้องยอมเรื่อยไป
รีบอร์นไม่เคยรักเราเลย…เขาต้องการเพียงแค่ร่างกายเท่านั้น
“ไม่!”
มือเรียวบางผลักไหล่กว้างออกอย่างรุนแรงจนทำให้ริมฝีปากซึ่งกำลังซุกไซ้ที่แผ่นอกเรียวบางนั้นผละออกไป รีบอร์น
ชะงัก…ไม่เคยเลยสักครั้งที่แรมโบ้จะปฎิเสธแต่ว่าวันนี้…
ร่างแกร่งใช้แขนของตนค้ำกับเตียงกว้างเอาไว้เพียงเพื่อจะจ้องมองใบหน้าหวานว่ามันรู้สึกยังไง กล้าดียังไงถึงปฎิเสธเขา หรือเพราะโคโรเนโร่? ความคิดที่ทำให้อารมณ์โกรธพุ่งขึ้นมาอีกครา หากแต่สิ่งที่ปรากฎบนใบหน้าของร่างบางทำให้เขาชะงัก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรังเกียจแบบที่เขาเข้าใจ แต่มันคือ
หยาดน้ำตา…
“แก…ร้องไห้?” เสียงทุ้มถามผะแผ่ว “ทำไม?”
นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นไอ้วัวอ่อนแอเจ้าน้ำตานี่ร้องไห้ เป็นเดือนๆที่เจ้านี่ไม่มีแม้แต่หยาดน้ำตาให้เขาเห็น ทุกครั้งที่มีอะไรกันแรมโบ้ก็ยินยอมเขา ไม่เคยขัดขืนเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนที่ทะเลาะกันก็ไม่มีน้ำตา มีเพียงความเงียบงันจากนั้นทุกอย่างก็จบลงที่เตียงแล้วเรื่องที่ทะเลาะกันก็เลือนหายไปจากสมอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เป็นเหมือนคนรักทั่วๆไป
แต่วันนี้เจ้านี่กลับร้องไห้…เขาไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด
แล้วเราจะอยากเข้าใจอารมณ์ของมันไปทำไม? คำถามที่รีบอร์นเองก็ไม่เข้าใจ รู้เพียงแค่ว่าไม่อยากเห็นไอ้วัวโง่ร้องไห้…เพราะว่ามันน่ารำคาญ เสียร้องไห้นั่นน่ารำคาญจนไม่อยากให้มันร้องไห้อีกเลย
“แกร้องไห้ทำไม?” ถามซ้ำอีกครั้งพร้อมกับมือแกร่งที่เอื้อมไปปาดน้ำตาที่ข้างแก้มขาวออกอย่างอ่อนโยน แผ่วเบาราวกับขนนก ทะนุถนอมเกินกว่าที่สมองจะสั่งให้ทำ
“อย่าร้องไห้” คำปลอบโยนเพียงสั้นๆก็เพียงพอแล้วสำหรับแรมโบ้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเลิกร้องไห้ไปในทันที นี่เขากำลังฝันไปใช่มั้ย? รีบอร์นเนี่ยนะจะพูดคำว่าอย่าร้องไห้ออกมา ผู้ชายที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงร้องไห้คร่ำครวญจากการสูญเสียไม่อยากให้เขาร้องไห้ ร่างบางนิ่งงันไป กระพริบตาด้วยความมึนงง
“แกไม่ชอบน้ำหอมพวกนี้งั้นฉันไปล้างออกก่อนก็แล้วกัน”
รีบอร์นถอนหายใจก่อนจะผละจากไป สัมผัสอบอุ่นที่ทาบทับจางหายไปพร้อมกับที่สัมผัสเยือกเย็นจากเครื่องปรับอากาศเข้ามาแทนที่ตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ความฝัน รีบอร์นปลอบโยนเขาจริงๆ เป็นครั้งแรกที่แรมโบ้รู้สึกอยากร้องไห้ออกมาด้วยความยินดีและโล่งใจ โดยไม่รู้ตัวสองขาก็วิ่งเข้าไปหาร่างสูงก่อนจะโถมตัวเข้ากอดที่แผ่นหลังกว้าง ใบหน้าน่ารักซบลงที่แผ่นหลังนั้น…อยากจะให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันที่เมื่อเขาตื่นมารีบอร์นก็จะไม่อยู่ข้างกายอีกต่อไป
มือใหญ่แกะมือเรียวเล็กซึ่งกำลังโอบรัดรอบเอวเขาไว้ออกไปก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับร่างบาง
“แกเป็นอะไรของแกไอ้วัวโง่ ตอนแรกแกผลักไสฉัน แต่ว่าตอนนี้แกกลับวิ่งเข้ากอดฉัน สมองมีปัญหารึไง?”
“เปล่านะ คือว่าฉัน…”
“จะพูดอะไรก็พูดมาซะที น่ารำคาญ”
ดวงตาสีดำฉายแววคุกคามราวกับว่าความอ่อนโยนเมื่อครู่คือเรื่องโกหก บรรยากาศหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากรีบอร์นทำให้ร่า
งบางยื่งนึกคำพูดไม่ออก
“ก็…เอ่อ…คือว่าฉัน…นาย”
“อะไร?”
“คือว่าฉันไม่อยากให้นายออกไปหาผู้หญิงพวกนั้น!!”กว่าจะรู้ตัว ก็หลุดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปแล้ว ดวงตาของรีบอร์นเย็นชายิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ก็นายวันๆเอาแต่ทำงาน ไม่สนใจฉัน พอกลับมากลางคืนก็…ก็…เอาแต่ก..กอดฉัน ไม่พุดอะไรกับฉันสักคำ พอทำเสร็จก็ออกไปไม่คิดถึงความรู้สึกของฉันสักนิด ทำเหมือนฉันเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ แล้วสองวันมานี่ก็เอาแต่ไปหาผู้หญิงคนอื่น แม้แต่บ้านก็ไม่กลับ ฉัน…ฉันทนไม่ไหวแล้วนะรีบอร์น”
เพราะอารมณ์ตื่นเต้นบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์แน่ๆที่ทำให้เขาพูดอะไรบ้าๆออกไป หวา~รีบอร์นในตอนนี้ดูน่ากลัวเป็นบ้าเลย ร่างบางคิดอย่างหวาดๆเมื่อเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของร่างสูงกำลังโกรธถึงขีดสุดแล้ว และนั่นไง…
“แกร้องไห้ด้วยเรื่องงี่เง่าแค่นี้เนี่ยนะ”
เรื่องงี่เง่า…เขาบอกว่าเรื่องงี่เง่า? อารมณ์โกรธของแรมโบ้เริ่มกลับมาปะทุอีกครั้งหนึ่ง
“นายกล้าบอกว่าเรื่องงี่เง่าอย่างนั้นเหรอ ใช่สิ! นายไม่ใช่คนโดนทิ้งนี่!”
“ไม่มีสมองรึไง ไอ้วัวโง่”
“ว่าไงนะ!!”
“ถ้าฉันทิ้งแกแล้วฉันจะมาหาแกทุกคืนทำไม” ถ้อยคำย้อนนั้นทำให้ร่างบางชะงัก ดวงตาสีเขียวมรกตกระพริบถี่ๆด้วยความสับสน ก็ใช่…ร่างบางคิด เขามาหาเราทุกคืนช่วงดึกๆแล้วก็รีบผละออกไป นั่นก็เพราะเขาไม่อยากนอนร่วมเตียงกับเราไม่ใช่รึไง?
“มันก็จริง แต่ว่านายไม่เคยกลับมานอนบ้านเลยสักครั้งนี่นา”
“ถ้าฉันพูดไม่ชัดเจน แกคงจะไม่เข้าใจซะทีสินะ ไอ้วัวงี่เง่า” ร่างสูงถอนหายใจ ดวงตาสีนิลจับจ้องมองเขาชวนให้หายใจติดขัด
เพียงแค่รีบอร์นจ้องมองเขาก็รู้สึกประหม่า ควบคุมตัวเอง กลายเป็นคนอีกคนที่เขาไม่ต้องการจะเป็น…กลายเป็นคนงี่เง่า
“วองโกเล่กำลังเจอศึกหนัก แกก็รู้ใช่มั้ย ช่วงนี้…นับตั้งแต่ที่รีซอตโตแฟมิลี่ล่ม แฟมิลี่อื่นๆที่เป็นพันธมิตรกับรีออนและร่วมมือกับมันทรยศวองโกเล่ก็โดนพวกเรากำจัด แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าหนึ่งในแฟมิลี่พวกนั้นกำลังพยายามแทรกแซงการทำงานของวองโกเล่ ที่ไอ้ไรอัสมันบุกเข้าบ้านฉันได้ตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาที่เราต้องเร่งสืบ แต่ว่าเบื้องหลังของเรื่องนี้คงจะไม่ใช่แค่ไรอัส อาจจะเป็นแฟมิลี่ใหญ่ๆที่หนุนหลังมันอยู่ แล้วนั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันต้องกลับบ้านดึกๆ”
หลังจากที่บ้านของรีบอร์นในหมู่บ้านวองโกเล่ถูกบุกรุก พวกเขาก็ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์วองโกเล่ชั่วคราวก่อนที่บ้านหลังใหม่ของรีบอร์นจะสร้างเสร็จเมื่อราวๆสองอาทิตย์ที่แล้ว คราวนี้พวกเขาย้ายไปอยู่ในบริเวณคฤหาสน์วองโกเล่แต่ห่างไกลออกมาจากตัวคฤหาสน์ใหญ่ราว 5 กิโลเมตรแต่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนากว่ามาก
“ฉันพูดถึงขนาดนี้แล้วแกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ฉันขับรถมาที่นี่ทุกคืนแต่แกไม่เข้าใจเลยสินะ ไอ้วัวโง่”
งั้นก็หมายความว่ารีบอร์นทำงานหนักมากแต่ก็ยังคิดถึงเขาเพราะฉะนั้นถึงมาหาทุกคืนสินะ? เขาจะคิดอย่างนั้นได้จริงๆเหรอ หัวใจที่เคยเยียบเย็นเริ่มจะเต้นไม่เป็นจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความคาดหวัง
“แต่นายไม่ได้กลับมานอนที่นี่ซะหน่อย” เสียงหวานพูดงึมงำ ใบหน้าก้มต่ำลงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ก็ฉันมีงานต้องสะสาง ฉันเจียดเวลางานอันมีค่าของฉันมาหาแก รู้เอาไว้ซะ ไอ้วัวงี่เง่า”
งั้นก็หมายความว่าเขาเข้าใจรีบอร์นผิดมาตลอดหนึ่งเดือนเลยเหรอเนี่ย…แก้มของเขาเริ่มร้อนขึ้น และขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย คนที่ไม่รู้อะไรเลยคือเขาต่างหาก
รีบอร์นทำงานหนักมากแต่ก็ยังหาเวลามาหาเขาก่อนจะรีบผละออกไปเพราะมีงานต้องสะสาง
น่าอายชะมัด! เขาต่อว่ารีบอร์นไปมากมายทั้งๆที่รีบอร์นก็แสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าไม่ได้ทอดทิ้งเขา
“แต่นายก็น่าจะพูดอะไรกับฉันบ้างนี่นา ไม่ใช่เอาแต่…”
“จะให้พูดอะไร เรื่องงานงั้นเหรอ? หรือจะให้ถามว่าสบายดีมั้ย ในเมื่อเห็นอยู่ว่าแกไม่เป็นไร”
ก็ถูกของเขา…แรมโบ้แทบอยากจะร้องไห้ เขาเครียดเรื่องงานจะตายอยู่แล้วคงไม่เหมาะที่จะพูดเวลาเจอกัน แล้วอย่างรีบอร์นก็ไม่ใช่คนที่จะถามในสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้ว เขานี่มันงี่เง่าอย่างที่รีบอร์นบอกจริงๆนั่นแหละ แต่ว่า…
“ทีนายยังมีเวลาออกไปหาผู้หญิงพวกนั้นได้เลยนี่นา”
ร่างสูงถอนหายใจกับปัญหาที่ดูราวกับว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดถ้าเขาไม่พูดออกไปอย่างชัดเจน ไอ้วัวโง่คงจะไม่เลิกทำตัวงี่เง่า
“ก็สองวันมานี่แกมีงานเช้าไม่ใช่เหรอ หรือว่าอยากจะลุกไม่ขึ้น”
ลุกไม่ขึ้น…นั่นมัน…ไม่ใช่ซะหน่อยแรมโบ้ อย่าหลงประเด็นสิที่เราต้องการจะพูดก็คือ
“ฉันไม่อยากให้นายไปหาคนอื่น ถ…ถึงฉันจะลุกไม่ขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ว่านายอย่าไปกับผู้หญิงพวกนั้นเลยนะ”
กว่าที่เขาจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วเมื่อรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎขึ้นที่ริมฝีปากของรีบอร์นทำให้ร่างบางรู้สึกตัวว่าพลาดไปถนัดใจ คนอย่างรีบอร์นไม่มีทางจะพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาอยู่แล้วถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ ไอ้เจ้าบ้านั่น…มันหลอกให้เขาหลงดีใจ หลอกให้เขาหึงหวงแล้วยอมรับว่าจะทำทุกๆอย่าง ร้ายกาจเกินไปแล้ว
“แกพูดเองนะ ไอ้วัวโง่”
เสียงทุ้มๆที่เขาเคยมองว่ามีเสน่ห์ตอนนี้กลับเริ่มจะน่ากลัวเสียแล้วเมื่อมือใหญ่เอิ้อมมาคว้าเอวของเขาที่ทำท่าจะวิ่งหนีไป
ก่อนจะยกตัวเขาขึ้นอย่างง่ายดายโยนไปบนเตียง
ริมฝีปากร้อนระอุทาบทับลงไปที่ริมฝีปากอิ่มตักตวงความหอมหวานด้วยปลายลิ้นให้สมกับที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานถึงสองวัน รสจูบร้อนแรงหากแต่อ่อนโยนเต็มไปด้วยความกระหายหา ไม่ใช่ว่าไอ้วัวโง่คนเดียวที่คิดถึงเขา เขาก็คิดถึงใบหน้าโง่ๆของมันแต่ก็ต้องอดทนไว้เพราะว่าไอ้วัวโง่และเขามีงานต้องทำ แต่เมื่อไอ้เจ้าบ้าเลี้ยงเหยี่ยวโทรมา มันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สำคัญอีกต่อไป
แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ร่างสูงคิดยามที่ปลายลิ้นไล้เลียประทับจุมพิตไปที่ซอกคอขาวผ่องจนเกิดเป็นรอยแดงรูปกลีบกุหลาบชวนมอง ไอ้วัวโง่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ คิดถึง…ใคร่หา…หลงใหลจนเหมือนกับเสพติด แม้ว่าเขาจะจูบกับผู้หญิงคนไหน มีอะไรกับใครไปกี่คนก็ไม่อาจเพียงพอ ไม่เคยมีใครจุดความปรารถนาและเติมเต็มให้เขาได้เท่าผู้พิทักษ์อัสนีโง่ๆนี่ ร่างกายของเขาโหยหาสัมผัสนุ่มละมุนจนดูราวกับเสพติด
ราวกับว่าเขาขาดไอวัวโง่ไม่ได้
“อ๊ะอา…รีบอร์น”
เสียงหวานครางพร่าเรียกชื่อเขายามที่เขาสอดใส่เข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่ม กระชับและตอดรัด รู้สึกดีจนแทบจะคลั่งกับน้ำเสียงหวานๆและเรือนร่างเย้ายวนใจ ร่างสูงขยับกายเริ่มจากจังหวะช้าๆเพื่อให้แรมโบ้ปรับตัวจนกระทั่งรวดเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ แม้ว่าอยากจะรุนแรงแทบขาดใจแต่ก็ยังอยากจะทะนุถนอมร่างบางนี้ไว้เพราะความบอบบาง ไม่อยากจะให้มันร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
“อ๊า…รีบอร์น….ฉันรู้สึกดีมากเลย อ๊ะ…”
เสียงหวานครวญครางดังมากยิ่งขึ้นตามจังหวะการร่วมรักที่รวดเร็วมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊า รีบอร์นนนน”
ร่างบางหวีดร้อง เกร็งกระตุกตอดรัดรุนแรง หยาดน้ำสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องของร่างสูงพร้อมๆกับที่รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่อุ่นร้อนฉีดเข้ามาในช่องทางอ่อนนุ่ม มากมายเสียจนเปรอะเปื้อนไปตามเรียวขาขาวเรื่อยไปจนถึงผ้าปูที่นอนสีดำ เรือนร่างขาวยั่วยวนใจซึ่งนอนหมดแรงอยู่บนเตียงกว้างปลุกเร้าอารมณ์ของร่างสูงขึ้นอีกครา แรมโบ้หน้าแดงวาบเมื่อรู้สึกได้ถึงความตื่นตัวนั้น
“ฉ…ฉันไม่ไหวแล้วนะ”
ร่างสูงเริ่มต้นขยับกายอีกครา ทำให้เสียงหวานที่เคยประท้วงเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวาน แต่แล้วรีบอร์นกลับถอนถอดแก่นกายนั้นออกไปก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงกว้าง ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความมึนงง ส่วนที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยเริ่มจะชาหนึบกับอารมณ์ที่คั่งค้าง
“รีบอร์น…?”
“ถ้าอยากขนาดนั้นก็แกทำเองสิ”
เขาเอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด ร่างบางกลืนน้ำลายก่อนจะจ้องมองส่วนนั้นของร่างสูงที่เด่นชัดขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเขาต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ร่างบางค่อยๆปีนขึ้นไปบนลำตัวของรีบอร์น กลั้นหายใจก่อนจะค่อยๆใช้ร่างกายของตัวเองดูดกลืนส่วนนั้น รีบอร์นมองแก่นกายซึ่งกำลังถูกช่องทางอ่อนนุ่มกลืนกินด้วยความพึงพอใจ
มองจากตรงนี้ไอวัวโง่ดูเร้าอารมณ์ยิ่งกว่าเคย เขามองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำ เรือนร่างขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอบรักสีหวานกับส่วนนั้นของร่างบางซึ่งกำลังสั่นระริกยั่วยวน
“ขยับสิ” เขาออกคำสั่ง แรมโบ้ขยับอย่างเงอะงะ มือใหญ่ประคองสะโพกขาวมนก่อนที่ร่างบางจะขยับรวดเร็วขึ้น
“อ๊า!” รู้สึกดีกว่าที่เคยอาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนควบคุมให้ตัวเองรู้สึกดี ร่างสูงเองก็รู้สึกได้ถึงช่องทางบอบบางที่บีบรัดยิ่งกว่าเคยจวบจนกระทั่งถึงปลายทางของความรู้สึก ร่างบอบบางถูกผลักลงไปนอนเบื้องล่างก่อนที่รีบอร์นจะเป็นฝ่ายควบคุมอีกครั้งด้วยจังหวะการร่วมรักที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ร่างสองร่างปลดปล่อยออกมาแทบจะพร้อมกัน ร่างบางหอบหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้นเหมือนเช่นทุกๆครั้งและมันคงยังจะเป็นเช่นนั้น
“ฉันรักนาย รีบอร์น”
“นอนซะเถอะ ไอ้วัวโง่”
ร่างบางขยับหัวทุยสวยซบลงที่แผ่นอกกว้าง แขนเรียวกอดก่ายไปที่หน้าท้องเปลือยเปล่าของร่างสูง รีบอร์นเพียงแค่ปรายตามองก่อนที่มือใหญ่จะโอบกระชับหัวไหล่มน ดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดกว่าเดิม รอยยิ้มหวานปรากฎขึ้นบนใบหน้าของแรมโบ้ ดวงตากลมโตพริ้มหลับพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับขับกล่อม
“แค่วันนี้เท่านั้นไอ้วัวโง่ ฉันยังต้องทำงาน”
แค่วันนี้…ก็เพียงพอแล้ว
To be continue
..................................................................................................................................
SeulKi's Talk
เสร็จตอนนี้ซะที >O< ขอโทษค่ะที่หายไปนาน สารภาพว่าคิด nc ไม่ออก 55555+
ตอนแรกเหมือนจะซาดิสม์ บอร์นโกรธโบ้แต่ไปๆมาๆดันหวานแหววซะได้ >O< ตอนนี้ซึลไม่ค่อยเน้นไปที่ nc นะค่ะ จะเน้นที่ความรู้สึกของนรีบอร์นมากขึ้นว่ามันมีการพัฒนานะ (ขนาดไม่เน้น 5555)
ออกแนวใกล้กันก็ผูกพันธ์กัน วั๊ดวิ๊วว ไม่ได้เย็นชาอย่างเดียว เรื่องนี้ใกล้จะดำเนินมาถึงตอนจบทุกทีแล้วค่า
ตอนหน้าคู่พี่น้องพร้อมกับเฉลยว่าทำไมพวกศัตรูมันถึงบุกบ้านบอร์นจังของเราได้ อย่าได้พลาดเชียวล่ะ หึหึหึหึ
เจอกันตอนหน้าค่า >O<
edit @ 30 Dec 2011 03:07:06 by [SeulKi]~~