[Fic] Heartless -RL- up.10 ครึ่งแรก จ้า >O<

posted on 03 Jul 2009 22:43 by seulki  in RL

Chapter 10: One word, one reason


“แล้วเหตุผลล่ะ”



คำกล่าวนั้นทำให้ร่างบางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เหตุผลงั้นเหรอ….แล้วเรื่องที่เขาเล่ามาทั้งหมดนั่น เรื่องความรู้สึกต่างๆทั้งหลายนี่ ไม่เพียงพอจะให้คนตรงหน้าเข้าใจขึ้นมั่งรึไง คำตอบมันเด่นชัดอยู่แล้ว….



“ไม่มีเหตุผล”



คราวนี้กลับกลายเป็นรีบอร์นที่ขมวดคิ้วจนน่ากลัวว่ามันจะพันกันเป็นปม บอกตามตรงว่า เรื่องที่ไอวัวโง่นั่นเล่ามา แน่ล่ะ! เขานี่เองที่เป็นคนรู้ดีเสียยิ่งกว่าใครๆ และมันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรมากกว่าเดิมเลย นอกจากความพยายามงี่เง่าของไอวัวโง่ที่พยายามจะปกป้องเขา สิ่งที่เขากำลังแสวงหาก็คือเหตุผล



เหตุผลที่แท้จริงของการกระทำนั้น….



“แกหมายความว่ายังไงว่าไม่มีเหตุผล นี่แกกำลังจะบอกว่า อยู่ดีๆแกก็อยากเจ็บตัวจนเอาตัวเองไปรับกระสุนแทนฉันงั้นเหรอ หรือว่าแกเป็นมาโซคิสต์?”



บางที….ความรู้สึกพวกนี้อาจจะละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ผู้ชายอย่างเขาจะเข้าใจ



ชายผู้มีชีวิตอยู่ด้วยในท่ามกลางสมรภูมิแห่งเสียงปืน การแก่งแย่ง การทรยศหักหลังเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เขาคือผู้ที่ยืนบนจุดสูงสุดของเหล่านักฆ่านั้นต้องยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง ละทิ้งห่วงโซ่แห่งความอาลัยอาวรณ์ เดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตน



…..ชายชื่อรีบอร์นนั้นไร้ซึ่งหัวใจ…..



ถึงแม้ว่าจะมี…..ก็คงมีไว้เพื่อภักดีต่อแฟมิลี่เท่านั้นกระมัง




“ฉันไม่รู้”



บอกไม่ได้…….เสียงๆหนึ่งลอยเข้ามาในห้วงความคิด



“ฉันไม่รู้จริงๆ….ตอนนั้นฉันรู้แค่ว่าฉันปล่อยให้นายตายไม่ได้ แล้วมารู้ตัวอีกทีฉันก็พุ่งตัวออกไปแล้ว”



ไม่ใช่……นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะพูด……..



ไม่ใช่ตอนนี้……



ฉัน….



.



.



.



“งี่เง่าเป็นบ้า”



เสียงสบถเบาๆดังลอดออกมาจากริมฝีปากคม ดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดใจ ร่างบางดันตัวเองออกจากแผ่นอกกว้างของรีบอร์นอย่างแผ่วเบา รีบอร์นก็ยังคงเป็นรีบอร์น คำพูดที่ออกมาจากปากของเขาไม่เคยมีถ้อยคำปลอบประโลมใจ มีแต่ซ้ำเติมให้รู้สึกเจ็บใจมากยิ่งขึ้น



ก็ใช่……..เรามันก็งี่เง่าจริงๆนั่นแหละ



ทั้งงี่เง่าทั้งบ้า……



บ้าที่ไปหลงรักคนอย่างหมอนี่ยังไงล่ะ…….



“นี่นายกล้าพูดอย่างนี้กับคนที่ช่วยนายไว้อย่างนั้นเหรอ”



ไม่สนอีกแล้วว่าคนตรงหน้าจะเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งหรืออะไรก็ตามแต่ ตอนนี้ความโกรธมันเข้ามาแทนที่จนแทบจะลืมจุดประสงค์หลักแทบจะทั้งสิ้น….ความพยายามที่จะสารภาพรักคนตรงหน้ามลายหายไปพร้อมกับบรรยายกาศโรแมนติกแทบจะทันทีเมื่อร่างสูงเอ่ยปากต่อว่า



“ก็ไม่ได้ขอให้ช่วย กระสุนแค่นั้นฉันหลบได้อยู่แล้ว”



“ไม่ต้องมาว่าฉันเลย ไอคนไม่สำนึกบุญคุณคน….”



“อ่อ…เดี๋ยวนี้ปากกล้าขึ้นนะ ไอวัวโง่”



ดวงตาสีดำสนิททอประกายวิบวับ ดูท่าทางว่ารีบอร์นเองก็คงจะเริ่มหงุดหงิดใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันกับความงี่เง่าไม่รู้จบของไอวัวโง่ เรามันก็แค่วับสนไปเอง เห็นได้ชัดว่า เรากับไอวัวโง่คงไม่มีทางอยู่ด้วยกันแบบปกติได้ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ เรื่องสารภาพอะไรนั่นลืมมันไปได้เลย……ถึงแม้ว่าจะรำคาญแค่ไหนแต่รีบอร์นก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ตรงกันข้ามกับร่างบางที่เริ่มจะเบ้หน้าอย่างอดไม่อยู่



ทำไมหมอนี่ถึงได้เป็นอย่างนี้นะ……นอกจากจะไม่ขอบคุณแล้วยังว่าเราโง่อีก



“เครื่องออกกี่โมง”



เสียงหวานเอ่ยถามราวกับพยายามเบี่ยงประเด็น เขาไม่อยากทะเลาะกับรีบอร์นเพราะเรื่องงี่เง่า ไม่ใช่วันนี้……..



“สองทุ่ม”



“แล้วนายจัดกระเป๋าทำไมตั้งแต่ตอนนี้”



เอ่ยถามออกมาอย่างอย่างอดไม่ได้ ทำไงได้ก็ตอนนี้เพิ่งจะเช้าอยู่มาก แล้วที่ที่เขาอยู่ก็ไม่ได้ไกลจากสนามบินมากมาย แน่นอนว่า วองโกเล่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการสร้างหมู่บ้านและคฤหาสน์ไว้ใกล้ๆลานบิน และแน่นอนอีกว่า ต้องเป็นลานบินส่วนตัว เพราะเหล่าผู้พิทักษ์คนไม่อาจไปนั่งร่วมกับประชาชนธรรมดาได้



“ฉันจะเตรียมล่วงหน้าไม่ได้รึไง เลิกถามคำถามไร้สาระซะที มันน่ารำคาญ”



ว่าเสร็จก็สบถยาวเหยียดเป็นภาษาอิตาลี่ เสียเวลาเป็นบ้าที่เขาต้องมานั่งเฉยๆอยู่บนเตียงตัวเอง นั่งฟังไอวัวโง่รำลึกความหลังงี่เง่า ผลสุดท้ายก็แค่เล่าเรื่องโดยไม่ได้ตอบคำถามอะไร ทั้งคำที่เขาอยากจะฟังก็หมดอารมณ์เกินกว่าจะฟังไปซะแล้ว ก็มันดันบอกแค่ว่าไม่มีเหตุผล อีกทั้งเรื่องนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่เขาอยากจะลืมๆมันไปซะ ด้วยเพราะความสับสนที่เกาะกุมอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ………



เรื่องในอดีต…..คำพูดเกี่ยวกับบาซูก้าทศวรรษ…..



และเรื่องที่สำคัญที่สุด……การตายของบอสทั้งสองของโบวีโน่



ลึกๆแล้วตัวเขาเองรู้ดีว่า ตัวเองก็ช่างไร้เหตุผลไม่ต่างอะไรไปกับไอวัวโง่เลย………



“นี่ ฉันอยากไปห้องน้ำ”



เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดัง หากแต่ร่างสูงกลับทำแค่เพียงขมวดคิ้วเท่านั้น



“แล้วมาบอกฉันทำไม”



“ช่วยพยุงหน่อยสิ”



น้ำเสียงกึ่งจะออกแนวคำสั่งนั้นทำให้เขาต้องลอบถอนหายใจ มือใหญ่ออกแรงดึงรั้งท่อนแขนขาวขึ้นมาอย่างแรง กวาดตามองใบหวานที่เหงเกด้วยความเจ็บแปลบด้วยความหงุดหงิด น่ารำคาญเป็นบ้า น่ารำคาญที่สุด ทั้งๆที่เขาต้องใช้เวบาอันมีค่าอยู่กับคนที่มีประโยชน์มากกว่านี้แท้ๆ แต่กลับต้องมาติดอยู่กับไอวัวโง่นี่



“อ่า….”



แรมโบ้ครางเบาๆเมื่อรีบอร์นดูจะไม่ทะนุถนอมเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงกระชากแขนขาวอย่างแรงลงมาจากเตียงกว้าง มือบางทำท่าจะหยิบฉวยผ้าห่มมาคลุมกายแต่กลับทำไม่ได้ดั่งใจ เมื่อมือหนาดึงผ้าห่มออกไปแทบจะทันที



“ฉัน…..”



“หุบปาก!!”



เรือนร่างขาวนวลล้มลงไปกองกับพื้นแทนคำตอบรับความเจ้บแปลบที่สะโพกแล่นขึ้นมาเป็นริ้วจากการขยับกาย ทำให้ต้องกัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกเจ็บ….ทั้งกายและใจ….



เจ็บใจ….เพียงเพราะคนตรงหน้าไม่คิดจะถนอมเขาเลยแม้แต่น้อย



“สำออย”



คำกล่าวนั้น ทำให้นัยน์ตาสีเขียวคู่สวยวาววับขึ้นมาในทันที พร้อมกับอารมณ์คุกรุ่นที่เริ่มจะโหมกระพืออีกครั้ง แม้จะรู้ว่าไม่ควรใส่ใจ แต่กลับไม่อาจทานทน กี่ครั้งแล้วที่เขาโดนดูถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ไม่อาจเข้าใจเหตุผลแม้แต่น้อย….



“นายไม่ได้โดนอย่างฉัน นายก็พูดได้น่ะสิ บอกตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจการกระทำของนายเลยสักนิด นายทำอย่างนี้ทำไม อยุ่ดีๆนายก็โมโห พออารมณ์ดีนายก็กลับมาทำตัวอ่อนโยน ฉันไม่เข้าใจ…..ไม่เข้าใจนายเลยสักนิด!!”



ตะโกนออกมาด้วยความเหลืออด กายบางหอบเร่าเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยจากการตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากแต่ร่างสูงดูจะไม่สะทกสะท้าน สีหน้าเรียบเฉยนั่นคือตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี แรมโบ้คิดว่าตัวเองกำลังจะประสาทเสียราวกับความรู้สึกที่ว่า ตัวเองไม่มีคุณค่าต่อคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขากำลังกลัว…….



กลัวว่าจะเป็นได้แค่ของเล่นแก้เบื่อเหมือนผู้หญิงพวกนั้น……..



“ไม่มีเหตุผล”



ราวกับจะยอกย้อนเมื่อรีบอร์นเอ่ยตอบกลับมาด้วยประโยคเดียวกัน ชัดเจนจนร่างบางสะอึกไปเล็กน้อยหากแต่ไม่อาจยอมแพ้ได้ตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบถามคำถาม ไม่เคยต้องการคาดคั้นคำตอบ แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันบีบบังคับจนไม่อาจทนอยู่เฉย



“อะไรกัน…..เรามีอะไรกัน ถ้าจะพูดให้ชัดเจนคือ นายลากฉันมา แล้วนายกลับบอกแค่ว่าไม่มีเหตุผล ถึงฉันจะงี่เง่าแต่ก็ไม่ได้โง่นะรีบอร์น!!”



“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ฉันก็แค่ไม่ชอบ……..แกเป็นแฟนฉัน แล้วแกก็ไปทำอย่างนั้นกับใครต่อใคร”



“ฉันเปล่า!! แล้วทีนายล่ะ….นายก็ยังออกไปกับผู้หญิงพวกนั้น!!”



เสียงหวานตะโกนออกมาอย่างเหลืออด บ้าชะมัด…..ไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลย แต่เราควบคุมตัวเองไม่ได้ ความสับสน ความไม่เข้าใจหลอมรวมกันกลายเป็นความโมโหอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน……



ร่างบางผ่อนลมหายใจช้าๆอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ ในขณะที่ร่างสูงย่อตัวลงไปอุ้มเลออนที่กำลังดุนจมุกเบาๆที่ข้อเท้า มือหนาลูบเจ้าสัตว์เลี้ยงคู่ใจช้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา



“ฉันเปล่า…..ให้ตายเหอะ ไอวัวโง่”



ถอนหายใจเล็กน้อย จริงอยู่ที่ว่าเขารำคาญแต่ก็คงไม่มากพอที่จะเดินหนี เขาเดินออกจากห้องนี้ไปขึ้นเครื่องก่อนกำหนดการก็ได้……แต่เขาก็ไม่ทำ เขาเมินเฉยต่อคำถามนั้นเหมือนทุกครั้งก็ยังได้……แต่เขาก็ตอบคำถาม เขาเลือกที่จะทิ้งไอวัวโง่ไว้เบื้องหลังก็ได้…..แต่เขาก็ไม่ทิ้ง



“ฉันยังไม่ได้นอนกับผู้หญิงคนไหนเลยหลังคบแก ฉันไม่ได้อยากจะทะเลาะกับแกด้วยเรื่องงี่เง่าพวกนี้ เพราะฉะนั้นลืมมันไปซะเถอะ”



เขาเลือกที่จะทิฐิได้…….แต่เขาก็ยอมลงให้คนตรงหน้า……



ร่างใหญ่วางเลออนไว้บนบ่าก่อนจะช้อนร่างบอบบางที่ยังคงนั่งเปลือยกายอยู่บนพื้นอย่างแผ่วเบา ดูทะนุถนอมผิดกว่าครั้งแรกมากนัก ท่อนแขนเรียวขาวยกขึ้นมาโอบรัดรอบคอร่างสูงราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ ใบหน้าหวานซุกลงกับอกกว้างอย่างเผลอไผล



ไร้คำพูดใดระหว่างคนทั้งสอง………



ขาเรียวยาวมุ่งตรงไปยังส่วนของห้องอาบน้ำซึ่งรองน้ำไว้จนเต็มอ่าง วางร่างบางลงไปช้าๆ กายบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความเย็นกระทบกับผิวหนังบอบบาง ร่างสูงทำท่าจะผละออกไป ถ้าหากไม่ติดที่มือเรียวที่ยื่นมาฉุดรั้งข้อมือของเขา



“ฉันก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับนาย แต่ว่าฉัน……”



ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อย ในขณะที่เลออนเริ่มไต่ลงไปอยู่ในอ่างอาบน้ำเดียวกับเจ้าของร่างบางที่ปล่อยมือจากเขาไปจับตัวเจ้ากิ้งก่าสีเขียวตัวน้อยแทบจะทันที



“รีบอร์น…..จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตผลหรอกนะ”



เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วหวาน ร่างสูงทรุดตัวลงพิงขอบอ่างนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น เมื่อแรมโบ้เริ่มรวบรวมความกล้าอีกครั้งแม้ว่าทั่วทั้งร่างจะสั่นสะท้าน ไม่ว่าจะด้วยความหนาวเย็นของสายน้ำหรือแม้กระทั่งความหวาดหวั่นในใจก็ไม่อาจหยุดยั้งความตั้งใจที่จะบอกกล่าวออกไป



ก่อนที่เราจะทะเลาะกันมากกว่านี้………



ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง……….



ก่อนที่นายจะจากไป………



นายกำลังบีบบังคับ…..ให้ฉันต้องเอื้อนเอ่ยคำนั้น……



“รีบอร์น…..ฉันรักนาย”



ราวกับสรรพเสียงทุกอย่างไร้การเคลื่อนไหว เงียบ……เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นถี่แรงราวกับจะสะท้อนไปตามกำแพง ดังก้องเหลือเกินในความรู้สึกของคนทั้งสอง



“ฉันรักนาย……นั่นคือเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่อธิบายทุกการกระทำของฉัน”



ทุกสิ่งที่ทำไป………



นั่นก็เพราะฉันรักนาย……..



เพราะฉันรักนายจริงๆ………



แม้ว่านายจะไม่เคยรักฉันเลยก็ตาม………..

.............................................................................................................

TBC. on 10.2 จ้า ฮือๆๆๆๆๆ

edit @ 4 Jul 2009 21:37:51 by [SeulKi]~~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อัพครึ่งหล้ ง ต่ อ เถ อะ จ้ะ . ..

#1 By ^ ^ V (125.26.191.169) on 2009-07-12 13:29

>////<

น่าร้ากกกก ก ก ก ...

#2 By Do (222.123.172.145) on 2009-07-27 22:15

เเก ไอรีบอร์น เเกกล้าดียังไงมากระทำรุนเเรงกับเเรมจังของช้านนนนนนนนนน

น่ารัก~

#3 By little fujoshi *-* on 2009-07-30 06:22