[Fic] Heartless -RL- up.11 แล้วจ้า >O<
posted on 20 Sep 2009 19:41 by seulki in RL
กลับมาแล้วค่า >O<
ตอนนี้แต่งตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กะลังจะลง เนตดันตัด
บัตรเนตหมดอายุ OTZ
สำหรับตอนนี้ เป็นตอนที่บรรยายเยอะจริงๆ
ซึลกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ยิ่งเขียนรู้สึกว่ายิ่งบรรยายเยอะขึ้นเรื่อยนะเนี่ย
เอาล่ะค่า enjoy!!
......................................................................................................................
Chapter 11: Bar
เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า รักแท้ก็คือ ความรักที่มั่นคงยั่งยืนนาน
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้ว…..ความรู้สึกของเขาที่กำลังสั่นไหวและร่ำร้องถึงการตัดใจลาจาก
ยังจะเป็นรักแท้อยู่อีกเหรอ…….
.
.
.
ไม่หรอก……ยังไม่อยากตัดใจ….ไม่ใช่ไม่เหนื่อย แต่เป็นเพราะไม่อาจตัดใจ
ความรู้สึกนี้คงจะเรียกได้ว่าเป็นรักแท้ใช่มั้ย……
โดยไม่รู้ตัว หยาดน้ำตาสีใสเริ่มไหลรินจากดวงเนตรสีเขียวมรกตอีกครา น้ำตาที่อยู่กับเขามาตลอดทั้งชีวิต นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ร้องไห้กับเรื่องเล็กน้อย ประสบการณ์และวัยที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับความคิดอ่าน สอนให้เขารู้ว่า น้ำตาไม่เคยช่วยอะไร แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อเขาไม่เคยหยุดยั้งน้ำตาได้เลย…..
เพียงเพราะเรื่องเดียวและเหตุผลเดียว…..ตลอดมา
ภาพวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาไปทั่วพวงแก้มใส เรียกสายตาจากทุกคู่ในบาร์แห่งนี้ให้หันมาจับจ้อง เสน่ห์ที่มาพร้อมกับความโศกชวนให้เกิดความรู้สึกน่าทะนุถนอมในใจบุรุษเพศ และความห่วงหาอาทรในใจของอิสตรี ยังคงมีเพียงคำถามหนึ่งเดียวในจิตใจ
บุรุษผู้ใดกันเล่าที่ทำให้เทพธิดาผู้แสนงดงามร่ำไห้หาด้วยความโศกเศร้า
“เฮ้ ทำไมมีลูกวัวมานั่งอยู่แถวนี้ด้วยละเว้ยเฮย”
เสียงทุ้มต่ำปรากฏขึ้นขัดห้วงคิด ทำลายบรรยากาศเคลิมเคลิ้มในร้านจนหมดสิ้น การปรากฏตัวของเขาเรียกสายตาหลายคู่ของหนุ่มสาวในร้านเลื่อนไปจับจ้อง ชายหนุ่มผมทองเจ้าของนัยน์ตาคมปลาบสีฟ้าใสราวกับเทพบุตรชวนฝัน แขนแกร่งภายใต้เสื้อกล้ามตัวบางเต็มไปด้วยมัดกล้ามชวนอิจฉา ท่อขาแข็งแรงถูกห่อหุ้มด้วงกางเกงลายทหาร มือใหญ่ถือปืนไรเฟิลคู่ใจเข้ามาในร้านอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยเพราะอิทธิพลและชื่อเสียงที่ดังกระฉ่อนในฐานะอัลโกบาเลโน่ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมีเรื่องกับเขา
ชายแก่เจ้าของร้านมีท่าทีพินอบพิเทาอย่างเห็นได้ชัด ยามเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วแต่ทว่าเงียบเชียบ ตามแบบฉบับนักฆ่ามานั่งข้างเจ้าของร่างบอบบางผู้กำลังปาดน้ำตาอย่างลวกๆออกจากแก้มของตน โคโรเนโร่หันไปสั่งเครื่องดื่มของตน ก่อนจะหันกลับมาจับจ้องวงหน้าหวานใสของลูกวัวที่กำลังก้มหน้าราวกับพยายามปิดบังความอ่อนล้า
“เรื่องเดิมอีกแล้วรึไง”
คำถามที่นำมาก่อนไม่ได้ทำให้แรมโบ้ประหลาดใจแต่อย่างใด มือเรียวคนเครื่องดื่มในแก้วของตัวเองช้าๆ เสียงน้ำแข็งกระทบขอบแก้วเป็นจังหวะเป็นเพียงเสียงเดียวระหว่างคนทั้งสอง แต่เพียงเท่านั้นก็เป็นคำตอบที่มากเกินพอแล้ว
“นี่ แรมโบ้ ฉันว่านะ….”
“ฉันรู้” เสียงหวานเอ่ยขัดขึ้นราวกับไม่ต้องการรับฟัง โคโรเนโร่เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นแต่ก็ไม่ได้พูดโต้แย้งอะไร
“นายคงคิดว่าฉันโง่ที่เฝ้ารอความรักที่ไม่มีวันเป็นจริงใช่มั้ย ไม่สิ…ฉันเป็นฝ่ายไปหลงรักรีบอร์นข้างเดียวด้วยซ้ำ ตั้งหลายปีแล้วที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างนี้ แต่ฉันก็ยังดึงดันที่จะรักเขาต่อไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะเป็นคนรักกันแต่ฉันกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด นายรู้มั้ย….มันเหมือนกับว่ามีความหวังขึ้นมา แล้ววินาทีต่อมา ด้วยคำพูดประโยคเดียว มันก็ไม่มีเหลือแม้แต่เศษเสี้ยว ฉัน….ฉันไม่น่าพูดมันออกไปเลย”
มือเรียวขาวยกขึ้นปิดบังใบหน้าของตนอย่างไม่อาจทานทน ไหล่บอบบางสะท้านไหวด้วยแรงสะอื้นพร้อมกับหยาดน้ำตามากมายที่ไหลเอ่อล้นผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วเรียว ชวนให้เกิดความรู้สึกสงสาร
ไม่ควรเลย…ไม่ควรเลยที่นายจะมาจมปรักอยู่อย่างนี้ โคโรเนโร่ถอนหายใจ แรมโบ้มาไกลเกินกว่าที่จะถอนตัวได้แล้ว ความรักที่ก่อตัวมาตั้งแต่เด็กฝังรากลึกจนยากจะตัดใจ
“แต่มันก็ไม่ใช่ว่านายจะตัดมันออกไปไม่ได้นะเว้ยเฮย”
นัยน์ตาสีเขียวมรกตชุ่มชื้นเบือนมาสบกับดวงตาสีฟ้าใส ค้นพบได้ถึงความอ่อนโยนแฝงลึกด้วยความสงสารเบาบาง ให้ตายสิ…เขาคงดูน่าสมเพชขนาดที่คนอย่างไอบ้าโคโรเนโร่ยังเห็นใจ แต่ก็รู้สึกดีกับความอ่อนโยนนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ โคโรเนโร่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ เป็นทั้งเพื่อนของเขา….และของรีบอร์น
อ่า….ความสัมพันธ์นี้จะเรียกว่าเพื่อนได้รึเปล่านะ
มันแตกต่างจากรีบอร์น….
รีบอร์นไม่ใช่เพื่อน….ไม่ใช่ศัตรู….ไม่ใช่คนรัก
เป็นบางสิ่งที่เขาให้คำนิยามไม่ได้ถึงสายสัมพันธ์นั้น….
“ไม่ใช่ว่านายจะตัดรีบอร์นออกไปไม่ได้” ร่างสูงย้ำคำเดิม
“นายไม่สมควรจะมาจมปลักอยู่กับผู้ชายแบบนี้ ฉันพูดในฐานะเพื่อน….นายดีเกินไปสำหรับรีบอร์น ผู้ชายคนนั้นรักใครไม่เป็น ต่อให้นายพยายามยังไง คนแบบนั้นก็ไม่มีวันหันมาใส่ใจ คนที่ทั้งเย็นชาทั้งร้ายกาจแบบนั้น นายรู้ดีนี่ว่ารีบอร์นเป็นยังไง เลือดเย็นแค่ไหน นายไม่สมควรจะอยู่กับเขา ตัดใจซะเถอะ…ฉันไม่อยากเห็นนายทนทุกข์ไปมากกว่านี้แล้ว”
ร่างสูงระบายอารมณ์ออกมาด้วยความเหลืออด ไม่ใช่ว่าไม่รู้…กี่ปีแล้วที่เขาได้แต่เฝ้ามองความสัมพันธ์เช่นนี้ดำเนินไป โดยที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรได้ ใครๆก็รู้ว่าแรมโบ้นั้นยึดติดกับรีบอร์นมากแค่ไหน ถึงแม้ว่ารีบอร์นจะไม่ใส่ใจแต่ก็ยังไม่ตัดใจ ตอนแรกเขาคิดว่า เป็นเพราะรีบอร์นคือเป้าหมายที่ร่างบางต้องการจะทำลาย
แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความรู้สึกนั้นได้แปรเปลี่ยนไป คนอื่นอาจจะไม่รู้…แต่คนที่ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาตลอดอย่างเขากลับรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่นั้นไม่ได้ทอประกายด้วยความมุ่งมั่นอยากเอาชนะอีกแล้ว
แต่กลับทอประกายด้วยความหลงใหลระคนปวดร้าว ยามจับจ้องแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีดำสนิทนั้น
“ฉัน…ดีเกินไปสำหรับรีบอร์นงั้นเหรอ…” ร่างบางทวนคำด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“ดีเกินไปยังไง ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่น่ะ…อันที่จริง ฉันไม่เห็นว่า รีบอร์นจะไม่ดีตรงไหน”
น้ำเสียงจริงจังนั้นบ่งบอกเขาว่า…นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โคโรเนโร่ทบทวนและพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยความจริงจัง แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี คนอย่างเราน่ะเหรอ ดีเกินไปสำหรับรีบอร์น….ไม่ใช่ว่าเราดีไม่พอ เขาถึงไม่เคยใส่ใจอย่างนั้นเหรอ นัยน์ตาสีเขียวมรกตฉายแววสับสน แล้วรีบอร์นไม่ดีตรงไหนกัน…เขาเป็นผู้ชายที่น่าชื่นชม เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งที่ทุกคนเกรงกลัว
“มันทำร้ายจิตใจนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายยังคิดว่าคนอย่างมันดีอีกเหรอ ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าให้ตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ นายจะเจ็บถ้าคิดจะไปคาดหวังกับรีบอร์น ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ แรมโบ้ อันที่จริงฉันไม่เห็นว่า นายควรจะรักมันที่ไหนด้วยซ้ำ ผู้ชายเย็นชางี่เง่าแบบนั้น”
“รีบอร์นไม่ได้เป็นแบบนั้น!!”
เสียงหวานตะโกนด้วยความลืมตัว ศีรษะของผู้คนในร้านเริ่มหันมามองด้วยความตื่นตระหนก โดยเฉพาะเมื่อมีการเอ่ยพาดพิงถึงนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ที่ทุกคนเกรงกลัว
“แล้วเป็นแบบไหน”
ชายหนุ่มร่างสูงไม่มีท่าทางยอมแพ้ แม้จะตกใจอยู่บ้างที่เห็นปฏิกิริยานั้น แต่ยังไงเขาก็จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้…
“บอกฉันมาสิว่า เป็นแบบไหน นายกล้าปฏิเสธเหรอว่า มันไม่ได้ทำให้นายเจ็บด้วยการควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกครั้ง”
“ฉ…ฉัน…”
“บอกมาสิ แรมโบ้ นายเข้าไปอยู่ในบ้านรีบอร์นในฐานะไหนกันแน่ ที่พวกนายคบกัน ทุกวันนี้นายมีความสุขดีแล้วอย่างงั้นเหรอ นายจะแน่ใจได้ไงว่ามันไม่ได้มีคนอื่น มันเคยบอกว่า รัก นายมั่งรึเปล่า”
“รีบอร์นไม่เคยบอกอะไรฉันทั้งนั้นแหละ! ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดว่า รัก นายพอใจแล้วรึยัง!!”
ร่างบางตะโกนพร้อมกับเริ่มร้องไห้ออกมา
“ที่เราคบกัน มันก็แค่ชั่ววูบนึงที่หมอนั่นสับสนแค่นั้นแหละ เขาไม่เคยรักฉันแล้วก็ไม่คิดที่จะรักด้วย ฉ…ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เมื่อเช้าเราก็ทะเลาะกัน…แล้วรีบอร์นก็เดินหนีไป ฉันนี่มันงี่เง่าชะมัดเลย”
ฝ่ามือบางยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตัวเองพร้อมกับเริ่มร้องไห้มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ จนมือเรียวไม่อาจกักเก็บหยาดน้ำตา โคโรเนโร่หันไปมองรอบด้านด้วยความวิตก เรื่องของรีบอร์นกับรูปร่างหน้าตาของร่างบางดูจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเกินพอแล้ว ขืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปคงต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน
มือหยาบเลื่อนลงมาแตะท่อนแขนบอบบางแผ่วเบา นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยกวาดมองไปรอบด้านก่อนจะเอื้อนเอ่ย
“ฉันว่าเราไปจากที่นี่กันเถอะ”
“ไม่ได้หรอก…ฉันต้องทำงาน”
เสียงหวานพึมพำอู้อี้ แรมโบ้สูดลมหายใจช้าๆอย่างสะกัดกั้นอารมณ์ก่อนจะเลื่อนตัวลงมาแนบชิดร่างหนา ทำทีเป็นเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้าของร่างสูงมา
“อีกไม่กี่นาที เป้าหมายจะเข้ามาที่ร้านนี้ ฉันไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญนี้ไป”
กระดกเหล้าดีกรีแรงเข้าปาก ความร้อนแรงของมันดูจะช่วยเรียกสติและความตื่นตัวขึ้นมาได้มาก คืนนี้เขามีงานต้องทำ เรื่องงานต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ วองโกเล่มองหมายภารกิจมาให้เขาแล้ว ยังไงซะเขาก็ต้องทำให้ได้ เพื่อวองโกเล่…และเพื่อไม่ให้ถูกใครคนนั้นเย้ยหยันเมื่อทำงานพลาด
“งั้นฉันไปทำงานก่อนนะเว้ยเฮย แล้วเจอกัน”
ร่างสูงพูดออกมาก่อนจะวางเงินไว้ที่เคาน์เตอร์ แล้วสะพายปืนไรเฟิลเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกทั้งของเจ้าของร้านและของลูกค้าในบาร์แห่งนี้ ความสนใจทั้งมวลเริ่มหันกลับมาที่ร่างบางอีกครั้ง เมื่อแรมโบ้เริ่มสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองอีกแก้ว หากแต่คราวนี้กลับเป็นนมสดที่ทำให้คนมองเกิดความประหลาดใจไปตามๆกัน
เจ้าของร้านเอ่ยปากจะทักท้วง หากแต่สายตากลับเหลือบแลไปเห็นแหวนอัสนีที่นิ้วมือเรียวบาง ชายแก่ผงะไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ มิน่าเล่าถึงได้เอ่ยถึงได้เอ่ยนาม รีบอร์น โดยไร้ความเกรงกลัวขนาดนั้น หากแต่ที่เขาได้ยิน…ผู้พิทักษ์อัสนีมักจะสวมใส่เสื้อเชิ๊ตลายวัวมิใช่หรือ
แต่ร่างบางตรงหน้าเขากลับสวมใส่เพียงแค่สวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวธรรมดากับกางเกงหนังเท่านั้นเอง เรื่องจริงเพียงเรื่องเดียว…คงจะเป็นใบหน้าหวานล้ำกับรอยขีดใต้ตานี่กระมังที่ตรงกับเสียงร่ำลือ
ร่างบางมองตามสายตาของชายแก่ที่ดูจะชะงักไปเนิ่นนาน ก่อนจะพบว่าสายตานั้นกำลังจับจ้องมองไปที่นิ้วของตนอยู่ ช้อนดวงตาสีเขียวมรกตขึ้นมาจับจ้องด้วยสายตาเย็นชาจนคนมองถึงกับผงะด้วยความผิดติดชะนักที่คิดจะวางยาร่างบางในตอนแรก เพียงเพราะความงดงามเย้ายวนใจ
เลื่อนสายตาไปจับจ้องที่แก้วของผู้พิทักษ์คนสำคัญที่ยังไม่ถูกยกขึ้นมาจิบเลยแม้แต่อึกเดียว ถูกจับได้! ชายแก่เริ่มออกอาการลนลานในทันที เขาไม่อยากมีเรื่องกับวองโกเล่หรอกนะ…บ้าชิบ น่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกที่อัลโกบาเลโน่เถือไรเฟิลนั่นเดินมาทักแล้ว แล้วยังเรื่องของนักฆ่าไร้หัวใจนั่น…
เขาเคยได้ยินมา…คนรักของรีบอร์นคือ ผู้พิทักษ์อัสนีแห่งวองโกเล่
เรื่องที่ทั้งสองย้ายไปอยู่ด้วยกันเป็นข่าวลือไปทั้งอิตาลี่ บ้างก็ว่าจริง บ้างก็ว่าเป็นข่าวลวง แต่พูดคุยกันถึงขนาดนี้คงจะเป็นเรื่องจริงแล้วสินะ ความรักนี่ทำให้คนเราไม่ระมัดระวังตัวกันมั่งเลย….
“โอนเนอร์ครับ ผมรอนมวัวอยู่นะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกคราเร่งให้ชายแก่ต้องไปเอานมมาอย่างช่วยไม่ได้…. เสียงประตูร้านเปิดขึ้นอีกครั้ง สายตาทุกคู่เหลียวไปมองก่อนจะหลบตาลงไปแทบจะทันที หลายคนตัวสั่นสะท้านเพียงแค่จ้องมองดวงตาสีดำสนิทเยือกเย็น
ร่างสูงของนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ยืนอยู่ตรงนั้น เรือนร่างกำยำยังคงอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทเหมือนเคย ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองไปรอบร้านราวกับพญาเหยี่ยว น่ากลัว…แต่กลับมีเสน่ห์ร้อนแรงจนแทบหยุดหายใจ ผู้ชายอันตรายที่ชวนให้เกิดความรู้สึกท้าทายอยากเอาชนะของหญิงสาว แม้ว่าจะหวาดกลัวแต่ความร้อนแรงนั้นกลับชวนให้เข้าหาอยู่ร่ำไป
หญิงสาวหลายคนก้าวเดินเข้าหาเขาด้วยท่าทางมั่นใจ หากแต่ร่างสูงกลับแค่ชายตามองผ่านพลางออกเดินอย่างไม่ใส่ใจไยดี ก้าวตรงไปหาคนที่เขามาดหมายตามหามาตั้งแต่แรก…ร่างบอบบางที่นั่งอยู่เพียงลำพังที่เคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเหม่อลอยไม่ใส่ใจ คิดแล้วพาลให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น
ถ้าเป็นนักฆ่าคนอื่น ปานนี้มันคงตายไปแล้ว
“ไอวัวโง่ ปืนของฉันอยู่ไหน”
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยเรียกให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ วงหน้าหวานหันไปมองด้านข้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงของชายที่เขารักหมดหัวใจยืนอยู่ตรงนั้น วงหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจเมื่อพบว่า ปืนคู่ใจของตนนั้นได้หายไปเสียแล้ว ที่เขาได้มาคือปืนของไอวัวโง่ที่เขาไม่ชอบเอาซะเลย
บ้าชะมัด คงเป็นเมื่อเช้าที่เขาทะเลาะกับมันแล้วบังเอิญหยิบปืนผิดไป
“ปืน? ปืนอะไร ก็วางอยู่ข้างเตียงไม่ใช่รึไง”
คิ้วเข้มขมวดมุ่นขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ ในขณะที่ร่างบางดูจะสับสนเล็กน้อย
“แกเอาปืนฉันไป ไอวัวโง่ แล้วฉันก็ไม่ชอบปืนแกด้วย”
คิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ร่างบางยืนขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสบตากับรีบอร์น ก่อนที่นิ้วเรียวจะจิ้มลงไปที่หน้าอกคนตรงหน้าเต็มแรงด้วยความโกรธ เรียกความตกตะลึงให้ทุกสายตาในร้านซึ่งกำลังจับจ้อง
“นี่! นายมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ปืนฉัน แล้วนายก็เป็นคนหยิบผิดไปเองนะ ฉันไม่ได้เอาปืนนายไปซะหน่อย”
เสียงหวานแหวใส่ด้วยความลืมตัวก่อนจะเสริม “นายกลับมาหาฉันด้วยเรื่องงี่เง่านี่รึไง นายตกเครื่องบินแล้วนะ”
“ยกเลิกแล้ว”
คำกล่าวนั้นทำให้นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยกเลิก ยกเลิกยังไง เมื่อไหร่ รีบอร์นกวาดตามองไปรอบร้านก่อนจะพบว่า ตัวเองเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว แถมผู้ชายกว่าครึ่งยังจับจ้องมาที่ไอวัวโง่นี่ หรี่ตาลงเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิดที่วาบขึ้นมาโดยที่ไม่มีเหตุผล
มือหยาบกระชากแขนบอบบางเข้ามาแนบชิดอย่างแรงจนร่างบางต้องร้องอุทาน เมื่อหน้าผากกลมมนชนกับแผ่นอกกว้างจนเซเล็กน้อยโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของนาย”
ได้แค่คลำหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนจะโวยวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อร่างสูงเริ่มกระชากแขนตนให้เดินออกนอกร้าน โดยไม่แคร์สายตาใครสักนิด แต่อาการดิ้นรนขัดขืนด่าทอทำให้เขาชักจะเริ่มรำคาญมากขึ้นทุกที
“นายเป็นบ้าอะไรของนาย อยู่ดีๆก็ลากออกมาโดยไม่ถามความเห็นฉันสักนิด…ฉันไม่ได้ว่างมาตามใจนาย 24 ชั่วโมงหรอกนะ ก็บอกแล้วไงว่าปืนอยู่ข้างเตียง ฉันไม่ได้เอาปืนนายมา พูดไม่รู้เรื่องรึไง”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสุดจะทน หากแต่ราวกับพูดอยู่กับตัวเองเมื่อร่างสูงทำท่าราวกับไม่ใส่ใจ วงหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนเคย หากแต่สิ่งที่เขาสนใจ กลับเป็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดพรายที่ขมับของรีบอร์นเมื่อมองจากระยะใกล้อย่างนี้ มือเรียวยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวไปตรงหน้า รีบอร์นเพียงแค่ปรายตามอง ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่คิดใส่ใจ
ร่างบางถอนหายใจเล็กน้อยกับอาการเอาแต่ใจนั้น ก่อนที่มือเรียวจะถือวิสาสะยื่นผ้าไปเช็ดเหงื่อนั้นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเขียวมรกตประสานสบกับนับน์ตาสีนิลคู่คม ใจที่เคยเจ็บช้ำเริ่มเต้นถี่รัวขึ้นทุกที ทุกๆครั้งที่อยู่แนบชิด มือหยาบยกขึ้น ไล้วนไปที่พวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงก่ำอย่างน่าเอ็นดูด้วยฤทธิ์สุรา ริมฝีปากอิ่มเต็มสีสดบวมเจ่อเล็กน้อยจากรสจูบเมื่อคืนวาน ชวนให้บดขยี้ครอบครองอีกครา เพียงแค่คิดถึงรสจูบหวานที่มิอาจลืม
ร่างสูงสูดลมหายใจหนักอย่างข่มกลั้นอารมณ์ รสสัมผัสอ่อนหวานกับกลิ่นหอมยั่วยวนลอยวนเวียนอยู่ในห้วงคิด ท่าทางร้อนแรงยามถูกเขากกกอด น่ารัก…จนยากที่ยั้งใจไม่ให้เผลอไผลไปกับความอ่อนหวานนั้น
จมูกโด่งคมก้มลง ซุกไซ้สูดดมความหอมหวานจากพวงแก้มใส มือหยาบข้างหนึ่งรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิด อีกข้างล้วงลึกเข้าไปในเสื้อตัวเก่งของตนคว้าปืนออกมาก่อนจะผละออกจากร่างบาง เล็งไปที่ตำแหน่งมุมมืดท้ายซอยนั้น
“ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยตบตาคุณได้เลยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังมาจากมุมมืดนั้น เรียกความสนใจจากร่างบางได้เป็นอย่างดี รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้นอย่างบอกไม่ถูก ฝีเท้าหนักเดินก้าวออกมาจากมุมมืดข้างตึกเข้าสู่แสงสว่าง ปรากฏเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมทองระต้นคอ นัยน์ตาสีม่วงอะเมทิสต์คู่คมกวาดมองร่างสูงสง่าของนักฆ่าหนุ่มและร่างบางตรงหน้า พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูป เมื่อพบความตกตะลึงในดวงตาสีเขียวมรกตคู่โต
“รักกันดีจริงๆนะครับ คุณรีบอร์นกับ….ผู้พิทักษ์อัสนีคนสวย”
“รีออน!!”
ร่างบางกรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึง สองขาพลันถลันจะก้าวไปข้างหน้าหากแต่ติดที่มือใหญ่ที่ยึดจับไว้อย่างทันท่วงทีพร้อมกับเสียง กริ๊ก ดังจากด้านหลัง
“กรุณาถอยห่างออกมาจากบอส ด้วยนะครับ ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือน”
ร่างบางหันขวับไปด้านหลังทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น มือเรียวเล็งปืนไปที่ต้นเสียงทันทีตามแบบฉบับนักฆ่า ประสบการณ์ที่สั่งสมมาสอนให้เขารู้จักระวังตัวทุกวินาที
คิ้วเรียวบางกระตุกเล็กน้อยเมื่อพบว่า คนที่เขากำลังเล็งปืนใส่นั้นคือเป้าหมายที่เขาถูกส่งมากำจัด
‘เลโซ’ รองหัวหน้า รีซอตโต แฟมิลี่ ซึ่งควรจะตายไปแล้วพร้อมกับ รีออน เมื่อครั้งเขาบุกเข้าไปฆ่าล้างแฟมิลี่ครั้งนั้นเอง!!
TBC.
................................................................................................
p.s. เอ่อ...จำรีออนกันได้มั้ยค่ะ >O< นานมากแล้ว กลัวว่าจะลืมง่ะ จำไม่ได้กลับไปอ่านตอนแรกๆใหม่นะค่ะ OTZ
ตอนนี้แต่งตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กะลังจะลง เนตดันตัด
บัตรเนตหมดอายุ OTZ
สำหรับตอนนี้ เป็นตอนที่บรรยายเยอะจริงๆ
ซึลกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ยิ่งเขียนรู้สึกว่ายิ่งบรรยายเยอะขึ้นเรื่อยนะเนี่ย
เอาล่ะค่า enjoy!!
......................................................................................................................
Chapter 11: Bar
เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า รักแท้ก็คือ ความรักที่มั่นคงยั่งยืนนาน
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้ว…..ความรู้สึกของเขาที่กำลังสั่นไหวและร่ำร้องถึงการตัดใจลาจาก
ยังจะเป็นรักแท้อยู่อีกเหรอ…….
.
.
.
ไม่หรอก……ยังไม่อยากตัดใจ….ไม่ใช่ไม่เหนื่อย แต่เป็นเพราะไม่อาจตัดใจ
ความรู้สึกนี้คงจะเรียกได้ว่าเป็นรักแท้ใช่มั้ย……
โดยไม่รู้ตัว หยาดน้ำตาสีใสเริ่มไหลรินจากดวงเนตรสีเขียวมรกตอีกครา น้ำตาที่อยู่กับเขามาตลอดทั้งชีวิต นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ร้องไห้กับเรื่องเล็กน้อย ประสบการณ์และวัยที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับความคิดอ่าน สอนให้เขารู้ว่า น้ำตาไม่เคยช่วยอะไร แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อเขาไม่เคยหยุดยั้งน้ำตาได้เลย…..
เพียงเพราะเรื่องเดียวและเหตุผลเดียว…..ตลอดมา
ภาพวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาไปทั่วพวงแก้มใส เรียกสายตาจากทุกคู่ในบาร์แห่งนี้ให้หันมาจับจ้อง เสน่ห์ที่มาพร้อมกับความโศกชวนให้เกิดความรู้สึกน่าทะนุถนอมในใจบุรุษเพศ และความห่วงหาอาทรในใจของอิสตรี ยังคงมีเพียงคำถามหนึ่งเดียวในจิตใจ
บุรุษผู้ใดกันเล่าที่ทำให้เทพธิดาผู้แสนงดงามร่ำไห้หาด้วยความโศกเศร้า
“เฮ้ ทำไมมีลูกวัวมานั่งอยู่แถวนี้ด้วยละเว้ยเฮย”
เสียงทุ้มต่ำปรากฏขึ้นขัดห้วงคิด ทำลายบรรยากาศเคลิมเคลิ้มในร้านจนหมดสิ้น การปรากฏตัวของเขาเรียกสายตาหลายคู่ของหนุ่มสาวในร้านเลื่อนไปจับจ้อง ชายหนุ่มผมทองเจ้าของนัยน์ตาคมปลาบสีฟ้าใสราวกับเทพบุตรชวนฝัน แขนแกร่งภายใต้เสื้อกล้ามตัวบางเต็มไปด้วยมัดกล้ามชวนอิจฉา ท่อขาแข็งแรงถูกห่อหุ้มด้วงกางเกงลายทหาร มือใหญ่ถือปืนไรเฟิลคู่ใจเข้ามาในร้านอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยเพราะอิทธิพลและชื่อเสียงที่ดังกระฉ่อนในฐานะอัลโกบาเลโน่ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมีเรื่องกับเขา
ชายแก่เจ้าของร้านมีท่าทีพินอบพิเทาอย่างเห็นได้ชัด ยามเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วแต่ทว่าเงียบเชียบ ตามแบบฉบับนักฆ่ามานั่งข้างเจ้าของร่างบอบบางผู้กำลังปาดน้ำตาอย่างลวกๆออกจากแก้มของตน โคโรเนโร่หันไปสั่งเครื่องดื่มของตน ก่อนจะหันกลับมาจับจ้องวงหน้าหวานใสของลูกวัวที่กำลังก้มหน้าราวกับพยายามปิดบังความอ่อนล้า
“เรื่องเดิมอีกแล้วรึไง”
คำถามที่นำมาก่อนไม่ได้ทำให้แรมโบ้ประหลาดใจแต่อย่างใด มือเรียวคนเครื่องดื่มในแก้วของตัวเองช้าๆ เสียงน้ำแข็งกระทบขอบแก้วเป็นจังหวะเป็นเพียงเสียงเดียวระหว่างคนทั้งสอง แต่เพียงเท่านั้นก็เป็นคำตอบที่มากเกินพอแล้ว
“นี่ แรมโบ้ ฉันว่านะ….”
“ฉันรู้” เสียงหวานเอ่ยขัดขึ้นราวกับไม่ต้องการรับฟัง โคโรเนโร่เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นแต่ก็ไม่ได้พูดโต้แย้งอะไร
“นายคงคิดว่าฉันโง่ที่เฝ้ารอความรักที่ไม่มีวันเป็นจริงใช่มั้ย ไม่สิ…ฉันเป็นฝ่ายไปหลงรักรีบอร์นข้างเดียวด้วยซ้ำ ตั้งหลายปีแล้วที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างนี้ แต่ฉันก็ยังดึงดันที่จะรักเขาต่อไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะเป็นคนรักกันแต่ฉันกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด นายรู้มั้ย….มันเหมือนกับว่ามีความหวังขึ้นมา แล้ววินาทีต่อมา ด้วยคำพูดประโยคเดียว มันก็ไม่มีเหลือแม้แต่เศษเสี้ยว ฉัน….ฉันไม่น่าพูดมันออกไปเลย”
มือเรียวขาวยกขึ้นปิดบังใบหน้าของตนอย่างไม่อาจทานทน ไหล่บอบบางสะท้านไหวด้วยแรงสะอื้นพร้อมกับหยาดน้ำตามากมายที่ไหลเอ่อล้นผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วเรียว ชวนให้เกิดความรู้สึกสงสาร
ไม่ควรเลย…ไม่ควรเลยที่นายจะมาจมปรักอยู่อย่างนี้ โคโรเนโร่ถอนหายใจ แรมโบ้มาไกลเกินกว่าที่จะถอนตัวได้แล้ว ความรักที่ก่อตัวมาตั้งแต่เด็กฝังรากลึกจนยากจะตัดใจ
“แต่มันก็ไม่ใช่ว่านายจะตัดมันออกไปไม่ได้นะเว้ยเฮย”
นัยน์ตาสีเขียวมรกตชุ่มชื้นเบือนมาสบกับดวงตาสีฟ้าใส ค้นพบได้ถึงความอ่อนโยนแฝงลึกด้วยความสงสารเบาบาง ให้ตายสิ…เขาคงดูน่าสมเพชขนาดที่คนอย่างไอบ้าโคโรเนโร่ยังเห็นใจ แต่ก็รู้สึกดีกับความอ่อนโยนนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ โคโรเนโร่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ เป็นทั้งเพื่อนของเขา….และของรีบอร์น
อ่า….ความสัมพันธ์นี้จะเรียกว่าเพื่อนได้รึเปล่านะ
มันแตกต่างจากรีบอร์น….
รีบอร์นไม่ใช่เพื่อน….ไม่ใช่ศัตรู….ไม่ใช่คนรัก
เป็นบางสิ่งที่เขาให้คำนิยามไม่ได้ถึงสายสัมพันธ์นั้น….
“ไม่ใช่ว่านายจะตัดรีบอร์นออกไปไม่ได้” ร่างสูงย้ำคำเดิม
“นายไม่สมควรจะมาจมปลักอยู่กับผู้ชายแบบนี้ ฉันพูดในฐานะเพื่อน….นายดีเกินไปสำหรับรีบอร์น ผู้ชายคนนั้นรักใครไม่เป็น ต่อให้นายพยายามยังไง คนแบบนั้นก็ไม่มีวันหันมาใส่ใจ คนที่ทั้งเย็นชาทั้งร้ายกาจแบบนั้น นายรู้ดีนี่ว่ารีบอร์นเป็นยังไง เลือดเย็นแค่ไหน นายไม่สมควรจะอยู่กับเขา ตัดใจซะเถอะ…ฉันไม่อยากเห็นนายทนทุกข์ไปมากกว่านี้แล้ว”
ร่างสูงระบายอารมณ์ออกมาด้วยความเหลืออด ไม่ใช่ว่าไม่รู้…กี่ปีแล้วที่เขาได้แต่เฝ้ามองความสัมพันธ์เช่นนี้ดำเนินไป โดยที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรได้ ใครๆก็รู้ว่าแรมโบ้นั้นยึดติดกับรีบอร์นมากแค่ไหน ถึงแม้ว่ารีบอร์นจะไม่ใส่ใจแต่ก็ยังไม่ตัดใจ ตอนแรกเขาคิดว่า เป็นเพราะรีบอร์นคือเป้าหมายที่ร่างบางต้องการจะทำลาย
แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความรู้สึกนั้นได้แปรเปลี่ยนไป คนอื่นอาจจะไม่รู้…แต่คนที่ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาตลอดอย่างเขากลับรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่นั้นไม่ได้ทอประกายด้วยความมุ่งมั่นอยากเอาชนะอีกแล้ว
แต่กลับทอประกายด้วยความหลงใหลระคนปวดร้าว ยามจับจ้องแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีดำสนิทนั้น
“ฉัน…ดีเกินไปสำหรับรีบอร์นงั้นเหรอ…” ร่างบางทวนคำด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“ดีเกินไปยังไง ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่น่ะ…อันที่จริง ฉันไม่เห็นว่า รีบอร์นจะไม่ดีตรงไหน”
น้ำเสียงจริงจังนั้นบ่งบอกเขาว่า…นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โคโรเนโร่ทบทวนและพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยความจริงจัง แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี คนอย่างเราน่ะเหรอ ดีเกินไปสำหรับรีบอร์น….ไม่ใช่ว่าเราดีไม่พอ เขาถึงไม่เคยใส่ใจอย่างนั้นเหรอ นัยน์ตาสีเขียวมรกตฉายแววสับสน แล้วรีบอร์นไม่ดีตรงไหนกัน…เขาเป็นผู้ชายที่น่าชื่นชม เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งที่ทุกคนเกรงกลัว
“มันทำร้ายจิตใจนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายยังคิดว่าคนอย่างมันดีอีกเหรอ ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าให้ตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ นายจะเจ็บถ้าคิดจะไปคาดหวังกับรีบอร์น ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ แรมโบ้ อันที่จริงฉันไม่เห็นว่า นายควรจะรักมันที่ไหนด้วยซ้ำ ผู้ชายเย็นชางี่เง่าแบบนั้น”
“รีบอร์นไม่ได้เป็นแบบนั้น!!”
เสียงหวานตะโกนด้วยความลืมตัว ศีรษะของผู้คนในร้านเริ่มหันมามองด้วยความตื่นตระหนก โดยเฉพาะเมื่อมีการเอ่ยพาดพิงถึงนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ที่ทุกคนเกรงกลัว
“แล้วเป็นแบบไหน”
ชายหนุ่มร่างสูงไม่มีท่าทางยอมแพ้ แม้จะตกใจอยู่บ้างที่เห็นปฏิกิริยานั้น แต่ยังไงเขาก็จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้…
“บอกฉันมาสิว่า เป็นแบบไหน นายกล้าปฏิเสธเหรอว่า มันไม่ได้ทำให้นายเจ็บด้วยการควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกครั้ง”
“ฉ…ฉัน…”
“บอกมาสิ แรมโบ้ นายเข้าไปอยู่ในบ้านรีบอร์นในฐานะไหนกันแน่ ที่พวกนายคบกัน ทุกวันนี้นายมีความสุขดีแล้วอย่างงั้นเหรอ นายจะแน่ใจได้ไงว่ามันไม่ได้มีคนอื่น มันเคยบอกว่า รัก นายมั่งรึเปล่า”
“รีบอร์นไม่เคยบอกอะไรฉันทั้งนั้นแหละ! ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดว่า รัก นายพอใจแล้วรึยัง!!”
ร่างบางตะโกนพร้อมกับเริ่มร้องไห้ออกมา
“ที่เราคบกัน มันก็แค่ชั่ววูบนึงที่หมอนั่นสับสนแค่นั้นแหละ เขาไม่เคยรักฉันแล้วก็ไม่คิดที่จะรักด้วย ฉ…ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เมื่อเช้าเราก็ทะเลาะกัน…แล้วรีบอร์นก็เดินหนีไป ฉันนี่มันงี่เง่าชะมัดเลย”
ฝ่ามือบางยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตัวเองพร้อมกับเริ่มร้องไห้มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ จนมือเรียวไม่อาจกักเก็บหยาดน้ำตา โคโรเนโร่หันไปมองรอบด้านด้วยความวิตก เรื่องของรีบอร์นกับรูปร่างหน้าตาของร่างบางดูจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเกินพอแล้ว ขืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปคงต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน
มือหยาบเลื่อนลงมาแตะท่อนแขนบอบบางแผ่วเบา นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยกวาดมองไปรอบด้านก่อนจะเอื้อนเอ่ย
“ฉันว่าเราไปจากที่นี่กันเถอะ”
“ไม่ได้หรอก…ฉันต้องทำงาน”
เสียงหวานพึมพำอู้อี้ แรมโบ้สูดลมหายใจช้าๆอย่างสะกัดกั้นอารมณ์ก่อนจะเลื่อนตัวลงมาแนบชิดร่างหนา ทำทีเป็นเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้าของร่างสูงมา
“อีกไม่กี่นาที เป้าหมายจะเข้ามาที่ร้านนี้ ฉันไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญนี้ไป”
กระดกเหล้าดีกรีแรงเข้าปาก ความร้อนแรงของมันดูจะช่วยเรียกสติและความตื่นตัวขึ้นมาได้มาก คืนนี้เขามีงานต้องทำ เรื่องงานต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ วองโกเล่มองหมายภารกิจมาให้เขาแล้ว ยังไงซะเขาก็ต้องทำให้ได้ เพื่อวองโกเล่…และเพื่อไม่ให้ถูกใครคนนั้นเย้ยหยันเมื่อทำงานพลาด
“งั้นฉันไปทำงานก่อนนะเว้ยเฮย แล้วเจอกัน”
ร่างสูงพูดออกมาก่อนจะวางเงินไว้ที่เคาน์เตอร์ แล้วสะพายปืนไรเฟิลเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกทั้งของเจ้าของร้านและของลูกค้าในบาร์แห่งนี้ ความสนใจทั้งมวลเริ่มหันกลับมาที่ร่างบางอีกครั้ง เมื่อแรมโบ้เริ่มสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองอีกแก้ว หากแต่คราวนี้กลับเป็นนมสดที่ทำให้คนมองเกิดความประหลาดใจไปตามๆกัน
เจ้าของร้านเอ่ยปากจะทักท้วง หากแต่สายตากลับเหลือบแลไปเห็นแหวนอัสนีที่นิ้วมือเรียวบาง ชายแก่ผงะไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ มิน่าเล่าถึงได้เอ่ยถึงได้เอ่ยนาม รีบอร์น โดยไร้ความเกรงกลัวขนาดนั้น หากแต่ที่เขาได้ยิน…ผู้พิทักษ์อัสนีมักจะสวมใส่เสื้อเชิ๊ตลายวัวมิใช่หรือ
แต่ร่างบางตรงหน้าเขากลับสวมใส่เพียงแค่สวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวธรรมดากับกางเกงหนังเท่านั้นเอง เรื่องจริงเพียงเรื่องเดียว…คงจะเป็นใบหน้าหวานล้ำกับรอยขีดใต้ตานี่กระมังที่ตรงกับเสียงร่ำลือ
ร่างบางมองตามสายตาของชายแก่ที่ดูจะชะงักไปเนิ่นนาน ก่อนจะพบว่าสายตานั้นกำลังจับจ้องมองไปที่นิ้วของตนอยู่ ช้อนดวงตาสีเขียวมรกตขึ้นมาจับจ้องด้วยสายตาเย็นชาจนคนมองถึงกับผงะด้วยความผิดติดชะนักที่คิดจะวางยาร่างบางในตอนแรก เพียงเพราะความงดงามเย้ายวนใจ
เลื่อนสายตาไปจับจ้องที่แก้วของผู้พิทักษ์คนสำคัญที่ยังไม่ถูกยกขึ้นมาจิบเลยแม้แต่อึกเดียว ถูกจับได้! ชายแก่เริ่มออกอาการลนลานในทันที เขาไม่อยากมีเรื่องกับวองโกเล่หรอกนะ…บ้าชิบ น่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกที่อัลโกบาเลโน่เถือไรเฟิลนั่นเดินมาทักแล้ว แล้วยังเรื่องของนักฆ่าไร้หัวใจนั่น…
เขาเคยได้ยินมา…คนรักของรีบอร์นคือ ผู้พิทักษ์อัสนีแห่งวองโกเล่
เรื่องที่ทั้งสองย้ายไปอยู่ด้วยกันเป็นข่าวลือไปทั้งอิตาลี่ บ้างก็ว่าจริง บ้างก็ว่าเป็นข่าวลวง แต่พูดคุยกันถึงขนาดนี้คงจะเป็นเรื่องจริงแล้วสินะ ความรักนี่ทำให้คนเราไม่ระมัดระวังตัวกันมั่งเลย….
“โอนเนอร์ครับ ผมรอนมวัวอยู่นะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกคราเร่งให้ชายแก่ต้องไปเอานมมาอย่างช่วยไม่ได้…. เสียงประตูร้านเปิดขึ้นอีกครั้ง สายตาทุกคู่เหลียวไปมองก่อนจะหลบตาลงไปแทบจะทันที หลายคนตัวสั่นสะท้านเพียงแค่จ้องมองดวงตาสีดำสนิทเยือกเย็น
ร่างสูงของนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ยืนอยู่ตรงนั้น เรือนร่างกำยำยังคงอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทเหมือนเคย ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองไปรอบร้านราวกับพญาเหยี่ยว น่ากลัว…แต่กลับมีเสน่ห์ร้อนแรงจนแทบหยุดหายใจ ผู้ชายอันตรายที่ชวนให้เกิดความรู้สึกท้าทายอยากเอาชนะของหญิงสาว แม้ว่าจะหวาดกลัวแต่ความร้อนแรงนั้นกลับชวนให้เข้าหาอยู่ร่ำไป
หญิงสาวหลายคนก้าวเดินเข้าหาเขาด้วยท่าทางมั่นใจ หากแต่ร่างสูงกลับแค่ชายตามองผ่านพลางออกเดินอย่างไม่ใส่ใจไยดี ก้าวตรงไปหาคนที่เขามาดหมายตามหามาตั้งแต่แรก…ร่างบอบบางที่นั่งอยู่เพียงลำพังที่เคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเหม่อลอยไม่ใส่ใจ คิดแล้วพาลให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น
ถ้าเป็นนักฆ่าคนอื่น ปานนี้มันคงตายไปแล้ว
“ไอวัวโง่ ปืนของฉันอยู่ไหน”
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยเรียกให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ วงหน้าหวานหันไปมองด้านข้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงของชายที่เขารักหมดหัวใจยืนอยู่ตรงนั้น วงหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจเมื่อพบว่า ปืนคู่ใจของตนนั้นได้หายไปเสียแล้ว ที่เขาได้มาคือปืนของไอวัวโง่ที่เขาไม่ชอบเอาซะเลย
บ้าชะมัด คงเป็นเมื่อเช้าที่เขาทะเลาะกับมันแล้วบังเอิญหยิบปืนผิดไป
“ปืน? ปืนอะไร ก็วางอยู่ข้างเตียงไม่ใช่รึไง”
คิ้วเข้มขมวดมุ่นขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ ในขณะที่ร่างบางดูจะสับสนเล็กน้อย
“แกเอาปืนฉันไป ไอวัวโง่ แล้วฉันก็ไม่ชอบปืนแกด้วย”
คิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ร่างบางยืนขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสบตากับรีบอร์น ก่อนที่นิ้วเรียวจะจิ้มลงไปที่หน้าอกคนตรงหน้าเต็มแรงด้วยความโกรธ เรียกความตกตะลึงให้ทุกสายตาในร้านซึ่งกำลังจับจ้อง
“นี่! นายมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ปืนฉัน แล้วนายก็เป็นคนหยิบผิดไปเองนะ ฉันไม่ได้เอาปืนนายไปซะหน่อย”
เสียงหวานแหวใส่ด้วยความลืมตัวก่อนจะเสริม “นายกลับมาหาฉันด้วยเรื่องงี่เง่านี่รึไง นายตกเครื่องบินแล้วนะ”
“ยกเลิกแล้ว”
คำกล่าวนั้นทำให้นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยกเลิก ยกเลิกยังไง เมื่อไหร่ รีบอร์นกวาดตามองไปรอบร้านก่อนจะพบว่า ตัวเองเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว แถมผู้ชายกว่าครึ่งยังจับจ้องมาที่ไอวัวโง่นี่ หรี่ตาลงเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิดที่วาบขึ้นมาโดยที่ไม่มีเหตุผล
มือหยาบกระชากแขนบอบบางเข้ามาแนบชิดอย่างแรงจนร่างบางต้องร้องอุทาน เมื่อหน้าผากกลมมนชนกับแผ่นอกกว้างจนเซเล็กน้อยโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของนาย”
ได้แค่คลำหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนจะโวยวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อร่างสูงเริ่มกระชากแขนตนให้เดินออกนอกร้าน โดยไม่แคร์สายตาใครสักนิด แต่อาการดิ้นรนขัดขืนด่าทอทำให้เขาชักจะเริ่มรำคาญมากขึ้นทุกที
“นายเป็นบ้าอะไรของนาย อยู่ดีๆก็ลากออกมาโดยไม่ถามความเห็นฉันสักนิด…ฉันไม่ได้ว่างมาตามใจนาย 24 ชั่วโมงหรอกนะ ก็บอกแล้วไงว่าปืนอยู่ข้างเตียง ฉันไม่ได้เอาปืนนายมา พูดไม่รู้เรื่องรึไง”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสุดจะทน หากแต่ราวกับพูดอยู่กับตัวเองเมื่อร่างสูงทำท่าราวกับไม่ใส่ใจ วงหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนเคย หากแต่สิ่งที่เขาสนใจ กลับเป็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดพรายที่ขมับของรีบอร์นเมื่อมองจากระยะใกล้อย่างนี้ มือเรียวยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวไปตรงหน้า รีบอร์นเพียงแค่ปรายตามอง ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่คิดใส่ใจ
ร่างบางถอนหายใจเล็กน้อยกับอาการเอาแต่ใจนั้น ก่อนที่มือเรียวจะถือวิสาสะยื่นผ้าไปเช็ดเหงื่อนั้นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเขียวมรกตประสานสบกับนับน์ตาสีนิลคู่คม ใจที่เคยเจ็บช้ำเริ่มเต้นถี่รัวขึ้นทุกที ทุกๆครั้งที่อยู่แนบชิด มือหยาบยกขึ้น ไล้วนไปที่พวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงก่ำอย่างน่าเอ็นดูด้วยฤทธิ์สุรา ริมฝีปากอิ่มเต็มสีสดบวมเจ่อเล็กน้อยจากรสจูบเมื่อคืนวาน ชวนให้บดขยี้ครอบครองอีกครา เพียงแค่คิดถึงรสจูบหวานที่มิอาจลืม
ร่างสูงสูดลมหายใจหนักอย่างข่มกลั้นอารมณ์ รสสัมผัสอ่อนหวานกับกลิ่นหอมยั่วยวนลอยวนเวียนอยู่ในห้วงคิด ท่าทางร้อนแรงยามถูกเขากกกอด น่ารัก…จนยากที่ยั้งใจไม่ให้เผลอไผลไปกับความอ่อนหวานนั้น
จมูกโด่งคมก้มลง ซุกไซ้สูดดมความหอมหวานจากพวงแก้มใส มือหยาบข้างหนึ่งรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิด อีกข้างล้วงลึกเข้าไปในเสื้อตัวเก่งของตนคว้าปืนออกมาก่อนจะผละออกจากร่างบาง เล็งไปที่ตำแหน่งมุมมืดท้ายซอยนั้น
“ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยตบตาคุณได้เลยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังมาจากมุมมืดนั้น เรียกความสนใจจากร่างบางได้เป็นอย่างดี รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้นอย่างบอกไม่ถูก ฝีเท้าหนักเดินก้าวออกมาจากมุมมืดข้างตึกเข้าสู่แสงสว่าง ปรากฏเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมทองระต้นคอ นัยน์ตาสีม่วงอะเมทิสต์คู่คมกวาดมองร่างสูงสง่าของนักฆ่าหนุ่มและร่างบางตรงหน้า พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูป เมื่อพบความตกตะลึงในดวงตาสีเขียวมรกตคู่โต
“รักกันดีจริงๆนะครับ คุณรีบอร์นกับ….ผู้พิทักษ์อัสนีคนสวย”
“รีออน!!”
ร่างบางกรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึง สองขาพลันถลันจะก้าวไปข้างหน้าหากแต่ติดที่มือใหญ่ที่ยึดจับไว้อย่างทันท่วงทีพร้อมกับเสียง กริ๊ก ดังจากด้านหลัง
“กรุณาถอยห่างออกมาจากบอส ด้วยนะครับ ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือน”
ร่างบางหันขวับไปด้านหลังทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น มือเรียวเล็งปืนไปที่ต้นเสียงทันทีตามแบบฉบับนักฆ่า ประสบการณ์ที่สั่งสมมาสอนให้เขารู้จักระวังตัวทุกวินาที
คิ้วเรียวบางกระตุกเล็กน้อยเมื่อพบว่า คนที่เขากำลังเล็งปืนใส่นั้นคือเป้าหมายที่เขาถูกส่งมากำจัด
‘เลโซ’ รองหัวหน้า รีซอตโต แฟมิลี่ ซึ่งควรจะตายไปแล้วพร้อมกับ รีออน เมื่อครั้งเขาบุกเข้าไปฆ่าล้างแฟมิลี่ครั้งนั้นเอง!!
TBC.
................................................................................................
p.s. เอ่อ...จำรีออนกันได้มั้ยค่ะ >O< นานมากแล้ว กลัวว่าจะลืมง่ะ จำไม่ได้กลับไปอ่านตอนแรกๆใหม่นะค่ะ OTZ

รักแท้ มันไม่จำเป็นต้องรักกันนานหรอกน่ะ
,,
#1 By TANIZE on 2009-09-20 19:46