[Fic] Heartless -RL- up.12 แล้วจ้า >O<
posted on 13 Oct 2009 14:58 by seulki in RLกร๊าซซซ กลับมาแล้ววววว
วันนี้ฟิตไฟแรงสูงมากๆ เอิ๊กๆๆ (ความจริงคือ มันหนีความจริงจากการแต่งแอนโธมานั่งปั่นรีบอร์น T^T)
วันนี้ซึลไปหาข้อมูลเกี่ยวกะรีบอร์นในเวปมาแหละ แล้วก้เพิ่งค้นพบว่า
วันนี้เป็นวันเกิดรีบอร์น!!!!
หรือจะเป็นพรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาแต่งฟิตทันใด อิอิอิ
ด้วยความรักบอร์นสุดจิตเลยปั่นสุดหูรูดเช่นนี้แล
p.s.เดี๋ยวซึลจะไปปั่นฟิควันเกิดบอร์นต่ออีกเรื่อง อ๊า~ทำเพื่อที่รัก แค่นี้ Fighting
p.s.s.อย่าไปสนใจที่เพ้อข้างบน T^T แต่จะแต่ง short fic นี่เรื่องจริงนะ คำถามคือ วันนี้มันจะเสร็จมั้ย??
............................................................
Chapter 12: Restaurant
“ผมว่าเรามาคุยกันอย่างเป็นมิตรดีกว่านะ”
ชายหนุ่มผมทองเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร นักฆ่าคนสำคัญแห่งวองโกเล่เพียงแค่ส่งยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเก็บปืนเข้าไปในอกเสื้อสูทแต่โดยดีพร้อมๆกันกับที่แรมโบ้และเลโซหันมามองหน้ากันเองก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็ลดปืนลงไป คงไม่เป็นการฉลาดนักหากมีการประลองปืนกันในตอนนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามของตนนั้นต้องการอะไร
“จะว่าไปข่าวของวองโกเล่ก็ไวเหมือนกันนี่นะครับ ผมเพิ่งตัดสินใจเดินทางมาอิตาลี่วันนี้แท้ๆ นึกไว้ว่าจะสวนทางกับคุณซะแล้วเชียว แต่คุณกลับไหวตัวทันกลับมาจนได้ ผมนับถือคุณจริงๆเลยนะครับ”
ถ้อยคำราวกับนิยมชมชอบถูกส่งไปให้ร่างสูงที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ร่างบางกลับรู้ดีว่า ตอนนี้รีบอร์นกำลังวิตกกังวลแค่ไหน การกลับมาของรีออนดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับวองโกเล่เป็นแน่แท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…สำหรับผู้พิทักษ์อัสนี ต้นเหตุการล่มสลายของรีซอตโตแฟมิลี
ยังคงมีเพียงความเงียบงันของฝ่ายวองโกเล่ในขณะที่รีออนนั้นกลับพูดต่อไปเรื่อยๆราวกับว่า ไม่ใส่ใจบรรยายกาศอึดอัดรอบตัวแม้แต่น้อย
“อ่า…นี่สินะครับ ผู้พิทักษ์คนสวยที่เค้าร่ำลือ”
เลื่อนสายตามาจับจ้องพร้อมกระตุกรอยยิ้มร้ายขึ้นที่มุมปาก นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์กวาดมองไปที่เรือนร่างนั้นด้วยความพึงพอใจ แม้ว่าจะแฝงไปด้วยความอ่อนล้า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คนตรงหน้านั้น…ช่างแสนน่ารัก วงหน้าหวาน นัยน์ตาสีเขียวใสกลมโต กับริมฝีปากสีเรื่อดึงดูดสายตาใครต่อใคร หากมิใช่ศัตรูแล้ว…เขาคงอดใจไม่ไหวที่จะหลงใหล
“นาย…ไม่ใช่รีออน?”
ร่างบางเอ่ยถามราวกับไม่แน่ใจ คนตรงหน้ามีทุกสิ่งเหมือนกับรีออน แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงความอ่อนโยน ไม่ใช่! คนคนนี้ไม่ใช่รีออน ไม่ใช่ผู้ชายที่แสนดีคนนั้น
“ฮ่ะฮ่ะ ผมคิดแล้วว่าคุณต้องแยกออก ใครๆก็บอกว่า ผมกับเขาไม่เหมือนกันเลยสักนิด โดยเฉพาะ…” ฉีกยิ้มกว้างราวกับว่าเป็นเรื่องขำขันเสียเต็มประดา
“โดยเฉพาะ?”
“น่าดีใจเหลือเกินนะครับที่คุณสนใจเรื่องของผมมากขนาดนี้”
ร่างสูงเอ่ยขัดขึ้นราวกับพยายามจะเบี่ยงประเด็น เบนดวงตาสีอเมทิสต์กลับไปมองรีบอร์นอีกครั้งด้วยแววตาท้าทายก่อนจะเอ่ยคำลา
“วันนี้ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ไว้โอกาสหน้าเราคงได้พบกัน”
ร่างสูงของชายหนุ่มที่หน้าเหมือนรีออนจากไปแล้วพร้อมกับเลโซ แต่ความสงสัยภายในจิตใจของร่างบางกลับไม่จางหายไปแม้แต่น้อย คนเพียงคนเดียวที่จะตอบทุกปัญหาได้ก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย นอกจากปืนที่อยู่ในมือ
“นั่นมันอะไรกันน่ะ รีบอร์น คนๆนั้นเป็นใคร”
คำถามที่จะถามมีมากมายเหลือเกิน แต่แรมโบ้กลับเลือกที่จะถามคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุด คนๆนั้นเป็นใคร หน้าตาที่เหมือนกับรีออนราวกับพิมพ์เดียว หากแต่อะไรบางอย่างกลับบอกว่าไม่ใช่รีออน ถึงแม้ว่าจะเหมือนกันโดยไม่มีผิดเพี้ยนก็ตาม
ร่างสูงไม่ตอบแต่กลับกระชากแขนบอบบางให้เดินตามไปที่ถนนใหญ่ ผู้พิทักษ์อัสนีคนน่ารักเบ้หน้าเล็กน้อยแต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดี เขายังไม่อยากยั่วโมโหรีบอร์นในตอนนี้นักหรอกนะ วงหน้าหล่อเหลาในชุดสูทสีดำเรียกความสนใจจากผู้คนตามท้องถนนได้เป็นอย่างดี สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังมือใหญ่ซึ่งยังคงดึงรั้งท่อนแขนบอบบาง ฉุดกระชากให้เดินตามตนไป
คิ้วเข้มขมวดขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ เมื่อพบว่า ตนกำลังกลายเป็นจุดสนใจอีกครั้ง ให้ตายเหอะ! เพราะไอวัวบ้านี่แท้ๆเชียว ไม่น่ามาเดินกับมันเลย โทษไอวัวงี่เง่าที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากเท่านี้ โดยเฉพาะสายตาของเหล่าชายหนุ่ม หญิงสาวตามทางที่เดินผ่านไป ไม่รู้ตัวเลยว่า…ตนเองนั้นก็เป็นจุดสนใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อไม่มีหมวกปีกกว้างปิดบังหน้าตาเช่นนี้
“นี่ รีบอร์น…หมวกนายไปไหน”
คำถามนี้ไม่ได้ทำให้ร่างสูงหยุดชะงักแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เขากลับเร่งฝีเท้ามากยิ่งขึ้นจนร่างบางแทบจะวิ่งเพื่อให้เดินตาทัน แต่แล้วคนตรงหน้ากลับหยุดเดินอย่างกระทันหันจนร่างบางชนแผ่นหลังกว้างเต็มแรงพร้อมกับเซลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นเพราะเสียการทรงตัว แรมโบ้ลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ โดยที่ร่างสูงเพียงแค่หันกลับมามองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปเท่านั้น
ไม่คิดจะช่วยกันมั่งรึไง ไร้น้ำใจชะมัด ได้แต่พึมพำด่าว่ารีบอร์นเป็นภาษาอิตาลี่ มือเรียวยันพื้นคอนกรีตเพื่อจะพยุงตัวแต่แล้วก็กลับต้องทรุดลงไปอีกครา เพราะความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าของตน ร่างสูงปรายตามองท่าทางนั้นเงียบๆ ก่อนจะเดินผละเข้าไปในร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูที่อยู่ตรงหน้า
ตกลงว่า…นายไม่คิดจะช่วยกันเลยรึไง ร่างบางได้แต่คิดด้วยความเจ็บใจ แล้วนี่เขาต้องรอจนกว่ารีบอร์นจะกินข้าวเสร็จใช่มั้ย แต่ก็ไม่แน่ว่า รีบอร์นจะกลับมารับเขานี่นา บางทีอาจจะทิ้งเขาไว้ตรงนี้ก็ได้ ผู้ชายคนนั้นทำทุกอย่างอยู่แล้ว กัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่า กระบอกตาทั้งสองข้างกำลังร้อนผ่าว
อย่านะ แรมโบ้…อดทนไว้ นายต้องไม่ร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้สิ จะแคร์ทำไมถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใส่ใจ
ก้มหน้าต่ำลงมองพื้นคอนกรีตที่อยู่ตรงหน้า มองเห็นรองเท้าหนังอย่างดีกำลังเดินเข้ามาใกล้ตน ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นมองแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว แรงกระชากมหาศาลของคนตรงหน้าทำให้ปวดร้าวไปทั้งแขน
“ลุกขึ้น! แกจะนั่งตรงนี้ให้พวกที่ตามล่ามายิงรึไง”
เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจ ร่างบอบบางของไอวัวโง่ลุกขึ้นมาตามแรงฉุดนั้นเข้ามาในอ้อมกอดของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมจางเย้ายวน โง่ชะมัด!ถ้าเขาเป็นศัตรูป่านนี้มันคงตายไปนานแล้ว ไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย
“ก…ก็ฉันลุกไม่ไหวนี่นา”
เสียงหวานพึมพำ ใบหน้าก้มต่ำลงราวกับไม่อยากมองสบนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น ร่างสูงถอนหายใจแผ่วเบา มือใหญ่โอบประคองเอวบางไว้พาเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูท่ามกลางความตกตะลึงของแรมโบ้กับท่าทางที่เกือบจะอ่อนโยนนั้น
“น่าสมเพชชะมัด ไอวัวโง่”
พนักงานต้อนรับออกมาในทันทีที่เห็นร่างสูง พลางเดินนำไปยังห้องส่วนตัวที่จัดเตรียมเอาไว้เพื่อแขกระดับ V.i.p ร่างบางหันซ้ายขวาด้วยความตื่นตะลึงกับการตกแต่งอันงดงาม จริงอยู่ที่เขามีเงินในบัญชีมากมายจนใช้ไม่หมด แต่กลับไม่เคยมากินอาหารในที่แบบนี้เลยสักครั้ง ส่วนมากแล้วเขาจะกินตามร้านอาหารทั่วๆไป ที่หรูแบบนี้นับว่าเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แต่ท่าทางว่ารีบอร์นเองจะมาบ่อยพอดู คงจะชอบพาคู่ขามาสินะ
“คุณรีบอร์น”
บริกรแก่เดินมาทักทายทันทีที่ร่างสูงย้างเท้าเข้ามาในห้อง V.I.P ในมือชายคนนั้นถือถังใส่น้ำแข็งกับผ้าพันไว้เต็มสองมือ ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นของสองสิ่งนั้น ที่ร้านอาหารมีบริการแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ยแปลกชะมัดเลย
“โอ๊ย!”
เผลออุทานด้วยความเจ็บแปลบเมื่อร่างสูงผลักไปที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่อย่างไม่ไยดี พร้อมๆกับที่บริกรหนุ่มที่เดินตามมาด้วยกันเคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างบอบบาง มือใหญ่ยกเท้าเรียวขึ้นมาวางบนตักของตนด้วยความทะนุถนอม บริกรชายแก่ตามลงมาข้างๆเพื่อคอยส่งยื่นสิ่งของจำเป็นในการปฐมพยาบาล
ชายหนุ่มเผลอลอบมองใบหน้าหวานนั้นเป็นระยะ รอยยิ้มบางที่ปรากฏบนใบหน้าบ่งบอกได้ว่า เขารู้สึกถูกใจร่างบางมากมายเพียงใด และมันก็ทำให้นักฆ่าคนสำคัญอดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้ยามเห็นมือนั้นกำลังแตะต้องไอวัวโง่ด้วยความทะนุถนอมเพียงใด
“พอแล้วล่ะครับ”
ดูท่าทางว่าร่างบางเองก็รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดใจนั้น เขารีบบอกปฏิเสธบริกรหนุ่มอย่างรวดเร็วเมื่อมือใหญ่นั้นเริ่มลามขึ้นไปบีบนวดน่องขาว หน้าตาที่บ่งบอกได้ชัดถึงความเสียดาย แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจหลุดรอดจากสายตาอันคมกริบของรีบอร์นไปได้ ท่าทางว่ามันคงอยากกินลูกปืนมากสินะ…
ชายแก่เองก็สังเกตเห็นท่าทางนั้นได้ไม่ยากเช่นกัน
“ออกไปได้แล้ว”
สั่งบริกรหนุ่มอย่างแผ่วเบา ร่างสูงเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้อย่างดีตรงข้ามกับร่างบางที่ง่วงอยู่กับการลองขยับข้อเท้า
มือใหญ่รับเมนูอาหารมาเปิดดูผ่านๆก่อนจะเริ่มสั่งอาหารให้ตัวเอง ในขณะที่ร่างบางเอาแต่จ้องเมนูจนมันแทบจะทะลุไปแล้วเสียอย่างนั้น
“รีบๆสั่งเข้าสิ ไอวัวโง่”
เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็นไม่ได้ทำให้ร่างบางใส่ใจแต่อย่างใด ยังคงจดจ่ออยู่กับเมนูอาหารตรงหน้าที่แทบทำให้เหงื่อตกเพราะราคาของมัน รีบอร์นคงจะจ่ายค่าอาหารให้เขาใช่มั้ย เพราะตอนนี้เขาแทบไม่มีเงินติดตัวเลยสักนิด ทั้งๆที่คิดไว้ว่าจะรีบทำงานกลับไปกินข้าวที่บ้านแท้ๆ
“นี่…เรากลับไปกินที่บ้านไม่ได้รึไง”
ประโยคอันแผ่วเบาจากคนตรงหน้าทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นขึ้นเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิดใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าไอวัวโง่นี่กำลังคิดอะไรอยู่
“ชิ ไอวัวโง่! เอาแบบที่ฉันสั่งเมื่อกี๊มาอีกที่ ไปได้แล้ว”
ท้ายประโยคหันไปพูดกับบริกรแก่โดยที่ร่างบางได้แต่อ้าปากค้างเพราะความเอาแต่ใจของรีบอร์น
“ฉันยังไม่ได้สั่งเลยนะ” ร่างบางหน้ามุ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ ไอบ้ารีบอร์น…จะเผด็จการไปถึงไหน
“หุบปากไปเลย ไอวัวโง่ เสียงแกนี่มันน่ารำคาญชะมัด”
ได้ผล…ร่างบางหยุดพูดลงในทันที ได้แต่ทำหน้าบึ้งเพราะความไม่พอใจเท่านั้น นิ้วเรียวเขี่ยผ้าปูโต๊ะสีครีมสวยเล่นด้วยเพราะไม่มีอะไรจะทำ บรรยากาศเงียบเชียบน่าอึดอัดแผ่ขยายไปทั่วห้อง แต่ร่างบางก็อดทนพอที่จะไม่พูดอะไรเรื่องแฟมิลี่ออกไป ที่นี่ไม่ปลอดภัยพอที่จะพูดคุย…อย่างน้อยระวังตัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
“ฉันไม่ได้หยิบปืนนายไปจริงๆนะ”
โพล่งออกไปอย่างไม่ทันคิด ก็มันเงียบนี่นา…น่าอึดอัดจะตายไป ร่างบางได้แต่คิดเข้าข้างตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าหัวข้อนี่จะไม่ค่อยได้ผลนักเมื่อร่างสูงเพียงแค่หรี่ตามองก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่เห็นจะให้ความร่วมมือกันบ้างเลย จะว่าไปก็ไม่เห็นรีบอร์นจะคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานนี่นา
“รีบอร์น…ฉันสงสัยมานานแล้ว…” ดวงตาสีมรกตคู่สวยมองสบดวงตาสีนิลกาฬด้วยความจริงจัง “เวลานายอยู่กับผู้หญิงพวกนั้น นายคุยอะไรกับพวกเธอเหรอ ฉันไม่เห็นว่านายจะคุยอะไรกับใครเป็นพิเศษนี่นา”
“เหอะ! ทำไมฉันต้องตอบคำถามแกด้วยล่ะ” ประโยคที่ย้อนถามกลับมาทำให้ร่างบางหน้ามุ่ยก่อนจะตอบกลับด้วยความเอาแต่ใจไม่แพ้กัน
“ก็…ฉันก็แค่อยากรู้…ไม่ได้รึไง”
ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อย นั่นสินะ…เขาก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย นิ่งคิดไปพักใหญ่จนร่างบางคิดว่าเขาคงจะเมินเฉยไป ไม่ใส่ใจเหมือนทุกครั้ง แต่แล้ว รีบอร์นกลับเอ่ยตอบกลับมา
“ส่วนใหญ่ฉันจะฟังผู้หญิงพวกนั้นพูดอะไรไปเรื่อยๆมากกว่า ตอบคำถามบ้างบางครั้ง แกจะสนใจไปทำไมนักหนา สุดท้ายก็จบลงที่เตียง จะต้องพูดอะไรให้มากความ”
มันก็จริงอย่างที่เขาพูด จบลงที่เตียง…จะต้องพูดอะไรให้มากความ
“แล้วนายเคยไปออกเดทกับผู้หญิงคนไหนมั้ย พาไปเที่ยว ไปกินข้าวดูหนังแบบนั้น” ร่างสูงขมวดคิ้วขึ้นอีกครา
“แค่ 2-3 ครั้ง”
“เห ทำไมล่ะ”
“ก็มันน่ารำคาญ”
“น่ารำคาญยังไงอ่า ไม่เห็นจะเข้าใจ”
ร่างสูงสบถพรืดออกมา ไอวัวโง่นี่มันจะสอดรู้สอดเห็นเกินไปแล้ว อยู่เงียบๆเฉยๆไม่เป็นรึไงนะ ได้แต่คิดด้วยความขุ่นเคืองแต่กลับตอบคำถามออกไปโดยดี
“ก็ต้องมานั่งตอบคำถามไร้สาระ” คราวนี้กลับเป็นร่างบางที่ขมวดคิ้วขึ้นมาบ้างแล้ว
“เขาเรียกว่า ความสัมพันธ์ ต่างหากล่ะ” ร่างสูงได้แต่เงียบ “จริงๆนะ รีบอร์น ก็ที่พวกนั้นถามคำถามนายก็แปลว่า พวกเธออยากรู้จักนายมากขึ้น”
บริกรหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารอย่างดีสองชุดทำให้บทสนทนาถูกหยุดไว้ชั่วคราว ชายหนุ่มลอบมองวงหน้าหวานนั้นด้วยความหลงใหลก่อนจะหยุดชะงักไป เมื่อมองสบสายตาเยือกเย็นจากนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งโลกมาเฟีย เหงื่อเริ่มซึมไหลมาตามไรผมทั้งๆที่ห้องนี้อากาศเย็นเพราะเครื่องปรับอากาศ น่ากลัว…จนแทบหยุดหายใจ
สายตานั้นบ่งบอกว่า เขากำลังทำเรื่องผิดพลาดอย่างมหันต์ จนต้องรีบผละเดินออกมาโดยเร็วหลังจากเสิร์ฟอาหารเรียบร้อยแล้ว
“มันไม่ใช่แบบนั้น” คำพูดแผ่วเบาที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น ทำให้ร่างบางละความสนใจจากอาหารตรงหน้ามามองหน้าคนพูดในทันที
“ผู้หญิงพวกนั้น…” เงียบไปพักใหญ่
“ผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้อยากรู้จักเพราะนายเป็นนาย แต่อยากรู้จักเพราะนายคือรีบอร์น…”
ร่างบางเอ่ยต่อราวกับรู้ใจ บางทีการอยู่บนจุดสูงสุดของนักฆ่าอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนตรงหน้าไม่เคยไว้วางใจใคร กับผู้หญิงพวกนั้นก็คงแค่เล่นสนุก ไม่ใช่ไม่อยากจริงจังแต่เพราะไม่อาจจริงจัง
แล้วเราล่ะ…รีบอร์นไว้ใจเรามากน้อยแค่ไหนกันแน่ สำหรับรีบอร์นแล้ว…จริงๆแล้วเราเป็นอะไรกัน ยังเป็นคนรักกันอยู่รึเปล่า อยากรู้…แต่กลับไม่อยากถาม กลัวเหลือเกินว่าจะโดนทำร้ายจิตใจอีกครั้งเหมือนเมื่อเหตุการณ์ในตอนเช้า
รีบอร์นลอบมองใบหน้าที่หม่นหมองลงนั้นอย่างเงียบๆ บางครั้งไอวัวโง่นี่ก็ชอบคิดเองเออเองเสมอ ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว…กับผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่เคยคิดจริงจังด้วยเลยแม้แต่คนเดียว ก็แค่เล่นสนุกบ้างทำไมชอบทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะ นับตามอายุหลังจากคำสาปถอนไปแล้วปีนี้ เขาก็ 17 แล้ว แต่กลับดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าไอวัวบ้านี่อยู่มากโข ให้ตายเหอะ! กลับมาเป็นเด็กอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
“กินเข้าไปเถอะนา ไอวัวโง่ ภูมิใจไว้ซะเพราะฉันไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาร้านนี้ นอกจากแก”
ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองคนพูดทันทีด้วยความตกใจ ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเลยงั้นเหรอ…แต่ทำไมกลับรู้สึกราวกับว่า รีบอร์นมาที่นี่บ่อยๆกันนะ
“นายชอบมากินร้านนี้เหรอ”
ถามคำถามเรื่อยๆตามประสาคนช่างพูด มือเรียวจิ้มกุ้งชิ้นแรกเข้าปาก อืม…อร่อยชะมัด สงสัยต้องมากินบ่อยๆแล้ว เผลอคิดไปเรื่อยเปื่อย แต่ว่า…ค่าอาหารแพงชะมัดเลย มากินบ่อยๆคงไม่ไหว สักวันคงจนแน่ๆ
“อาทิตย์ละครั้ง”
คำตอบนั้นทำให้แรมโบ้เผลอยิ้มออกมา ไม่ยักกะรู้ว่ารีบอร์นชอบอาหารฝรั่งเศส แต่ในความคิดของเขาแล้ว รีบอร์นก็ดูจะกินได้หมดทุกอย่างนั่นแหละ
“อืม ฉันว่าร้านนี้ทำอาหารอร่อยดี ถ้าวันไหนนายมาอีก พาฉันมากินด้วยนะ”
รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้ร่างสูง รอยยิ้มนั้นน่ารักจนอดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มอย่างเบาบาง ถ้อยคำขอร้องที่นานครั้งจะได้ยินเริ่มเข้าเกาะกุมในหัวใจที่เย็นเยียบช้าๆ ราวกับฤดูใบไม้ผลิที่พัดพาความเหน็บหนาวให้จางหายไป ร่างสูงไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว…
“อย่าเพิ่งกลับบ้านได้มั้ย” ร่างบางโพล่งขึ้นมาด้วยเพราะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ “ฉัน…อยากซื้อต้นไม้ไปปลูกน่ะ นายคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”
“จะทำอะไรก็ทำไป…” ร่างสูงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยังไงเขาก็แทบจะไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว เขาจึงไม่ค่อยสนใจนักหรอกนะ ถ้าไอวัวโง่นี่จะทำอะไรกับบ้านเขาเล็กๆน้อยๆ
“แกอยากได้อะไร ไม่ต้องไปซื้อเอง โทรไปบอกคนให้ไปซื้อให้ซะ”
ถ้อยคำสั่งนั้นทำให้ร่างบางยิ้มอย่างดีใจ มือเรียวกดโทรศัพท์ออกไปที่ไหนสักแห่งสั่งรายการต้นไม้ด้วยน้ำเสียงร่าเริงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกดปิดโทรศัพท์ไป
“ขอบคุณมากๆเลยนะ รีบอร์น…”
ร่างสูงเพียงแค่หรี่ตามองรับคำขอบคุณนั้น…เท่านั้นเอง
……………………………………………………………………….
รถออดี้สีดำสนิทหยุดลงที่หน้าบ้านทรงยุโรปหลังงามแสนคุ้นเคย ร่างบางเปิดประตูลงจากรถถลาเข้าไปกดรหัสหน้าบ้าน รีบอร์นเดินตามมาติดๆด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากแรมโบ้ที่แทบจะแล่นขึ้นไปชั้นสองทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หากไม่ติดที่มือใหญ่ที่เอื้อมมารั้งแขนบอบบางเอาไว้
“เลออนอยู่ไหน” คำถามถึงกิ้งก่าตัวน้อยทำให้แรมโบ้อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน คงจะหลับอยู่ที่ห้องมั้ง”
พูดจบก็เดินนำร่างสูงขึ้นไปชั้น 2 แทบจะทันทีที่รีบอร์นปล่อยตน กิ้งก่าตัวน้อยนอนขดตัวอยู่ที่กลางเตียงจริงๆอย่างที่ร่างบางว่า แต่สิ่งที่เตะตาเขากลับเป็นปืนคู่ใจที่วางอยู่ที่ข้างเตียง
ท่าทางว่าร่างบางเองก็สังเกตเห็นได้ไม่ยากเช่นกัน “นั่นปืนนาย ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้เอาไป ไม่เชื่อกันมั่งเลย”
รีบอร์นไม่ได้พูดอะไรกลับไป มือใหญ่อุ้มเลออนขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะหันมาสั่งร่างบางด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ไอวัวโง่ ไปเปิดน้ำร้อนที่อ่างซะ ฉันจะอาบน้ำ”
กล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปทันที ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิดว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร
ไอบ้ารีบอร์น ฉันก็อยากอาบน้ำเหมือนกันนะ เหม็นเหล้าจะตายอยู่แล้ว!
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี นอกจากรีบฟังคำสั่งร่างสูงด้วยใจห่อเหี่ยว เคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนของห้องอาบน้ำ ปิดจุกอ่างก่อนจะเปิดน้ำอุ่นใส่เข้าไป ทรุดนั่งลงข้างอ่างอาบน้ำด้วยท่าทางเหม่อลอย
มันจะดีแล้วเหรอที่ฉันทำเหมือนกับว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราไปอย่างนี้
ไม่มีการทะเลาะกัน
ไม่มีคำพูดทำร้ายจิตใจก่อนจากไป
มันคงจะดีแล้วจริงๆสินะ…
ห้วงความคิดถูกหยุดชะงักเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีมรกตสวยหันไปตามเสียงนั้นก่อนจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
เมื่อพบว่าร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันหมิ่นเหม่อยู่ที่เอวเท่านั้น
เผลอไล่สายตาไปตามวงหน้าหล่อเหลา ไล้ไปตามแผ่นอกกว้างและกล้ามหน้าท้องได้รูป ก้มหน้าต่ำลงราวกับว่าไม่อาจมองสบสายตาคมกริบนั้น ไม่อยากรับรู้ว่า กำลังมองมาที่ตนด้วยความรู้สึกแบบใด แต่แล้วร่างบางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะประโยคคำสั่งที่ไม่น่าจะออกมาจากปากรีบอร์นได้
เลย
“ถอดซะ!”
“นายว่าไงนะ?” เมื่อกี๊เขาอาจจะฟังผิดก็ได้
“ฉันบอกว่า ให้ถอดเสื้อผ้าของแกออกให้หมดไง ไอวัวโง่!”
TBC.
....................................................................
p.s.รีออนจิ๊กลับมาได้อย่างไร มิใช่ผีนะ OTZ แต่ไม่แน่ว่าอาจจะกลับมาจริงๆก้ได้ ใครจะรู้ หึหึหึ
p.s.s.เลโซก็ไม่ใช่ผีเหมือนกันนะเออ มันคืออีตารองหัวหน้าแฟมิลี่ที่หายตัวไปตอนแรมโบ้บุกทำลายฐาน สรุปคือ มันไปอยู่ที่อื่น โบ้เลยไม่ได้ฆ่า สึนะเลยให้งานไปฆ่าอีตานี่ซะนั่นเอง >O<
p.s.s.s.อันนี้สำคัญสุดๆ ตอนหน้า NC นะเออ!!!!
สุดท้ายแล้วว
Happy Birthday นะรีบอร์น ขอให้อยู่เป็นคู่ sm กะวัวไปอีกนานๆ -3-

เจ้นน้อยขอเม้นในนี้นะฮับ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เหนือสิ่งอื่นใดขอบอกว่า พอเจอคำว่า TBC
เจ้นนี้ช็อก ตัวล้มหงายหลังเลย (ยังดีที่นั่งเล่นคอมบนเตียง)
ช็อก!! ค้าง!!
เหมือนว่า รีบอร์นจะสนใจแรมโบ้มากขึ้นนะ
น่าดีใจแทนน้องวัว น้องวัว น้องวัวของเจ้นน (โดนรีบอร์นเอาปืนเฉาะหัว)
รีออนที่ออกมานั้นต้องเป็นพี่ชายฝาแฝดของรีออนซินะ เหอๆ
เป็นไงๆ เห็นน้องวัวแล้วชอบเลยใช่ไหม!!
ชอบแล้วก็...ฉุดเลย!! (อ้าว..แล้วรีบอร์นล่ะ)
พาร์ทนี้แรมโบ้ดูสดใส น่ารักจะบ้าาาา
ชอบจังเลย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
เจ้นน้อยเฝ้ารอนะฮับ จุ๊บุ จุ๊บุ
#1 By เจ้นน้อย on 2009-10-13 15:26