[Fic] Heartless -RL- up.12 แล้วจ้า >O<

posted on 13 Oct 2009 14:58 by seulki  in RL

กร๊าซซซ กลับมาแล้ววววว

วันนี้ฟิตไฟแรงสูงมากๆ เอิ๊กๆๆ (ความจริงคือ มันหนีความจริงจากการแต่งแอนโธมานั่งปั่นรีบอร์น T^T)

วันนี้ซึลไปหาข้อมูลเกี่ยวกะรีบอร์นในเวปมาแหละ แล้วก้เพิ่งค้นพบว่า

วันนี้เป็นวันเกิดรีบอร์น!!!!

หรือจะเป็นพรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาแต่งฟิตทันใด อิอิอิ

ด้วยความรักบอร์นสุดจิตเลยปั่นสุดหูรูดเช่นนี้แล

p.s.เดี๋ยวซึลจะไปปั่นฟิควันเกิดบอร์นต่ออีกเรื่อง อ๊า~ทำเพื่อที่รัก แค่นี้ Fighting

p.s.s.อย่าไปสนใจที่เพ้อข้างบน T^T แต่จะแต่ง short fic นี่เรื่องจริงนะ คำถามคือ วันนี้มันจะเสร็จมั้ย??

............................................................


Chapter 12: Restaurant

 

“ผมว่าเรามาคุยกันอย่างเป็นมิตรดีกว่านะ”

 

ชายหนุ่มผมทองเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร นักฆ่าคนสำคัญแห่งวองโกเล่เพียงแค่ส่งยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเก็บปืนเข้าไปในอกเสื้อสูทแต่โดยดีพร้อมๆกันกับที่แรมโบ้และเลโซหันมามองหน้ากันเองก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็ลดปืนลงไป คงไม่เป็นการฉลาดนักหากมีการประลองปืนกันในตอนนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามของตนนั้นต้องการอะไร

 

“จะว่าไปข่าวของวองโกเล่ก็ไวเหมือนกันนี่นะครับ ผมเพิ่งตัดสินใจเดินทางมาอิตาลี่วันนี้แท้ๆ นึกไว้ว่าจะสวนทางกับคุณซะแล้วเชียว แต่คุณกลับไหวตัวทันกลับมาจนได้ ผมนับถือคุณจริงๆเลยนะครับ”

 

ถ้อยคำราวกับนิยมชมชอบถูกส่งไปให้ร่างสูงที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ร่างบางกลับรู้ดีว่า ตอนนี้รีบอร์นกำลังวิตกกังวลแค่ไหน การกลับมาของรีออนดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับวองโกเล่เป็นแน่แท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…สำหรับผู้พิทักษ์อัสนี ต้นเหตุการล่มสลายของรีซอตโตแฟมิลี

 

ยังคงมีเพียงความเงียบงันของฝ่ายวองโกเล่ในขณะที่รีออนนั้นกลับพูดต่อไปเรื่อยๆราวกับว่า ไม่ใส่ใจบรรยายกาศอึดอัดรอบตัวแม้แต่น้อย

 

“อ่า…นี่สินะครับ ผู้พิทักษ์คนสวยที่เค้าร่ำลือ”

 

เลื่อนสายตามาจับจ้องพร้อมกระตุกรอยยิ้มร้ายขึ้นที่มุมปาก นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์กวาดมองไปที่เรือนร่างนั้นด้วยความพึงพอใจ แม้ว่าจะแฝงไปด้วยความอ่อนล้า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คนตรงหน้านั้น…ช่างแสนน่ารัก วงหน้าหวาน นัยน์ตาสีเขียวใสกลมโต กับริมฝีปากสีเรื่อดึงดูดสายตาใครต่อใคร หากมิใช่ศัตรูแล้ว…เขาคงอดใจไม่ไหวที่จะหลงใหล

 

“นาย…ไม่ใช่รีออน?”

 

ร่างบางเอ่ยถามราวกับไม่แน่ใจ คนตรงหน้ามีทุกสิ่งเหมือนกับรีออน แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงความอ่อนโยน ไม่ใช่! คนคนนี้ไม่ใช่รีออน ไม่ใช่ผู้ชายที่แสนดีคนนั้น

 

“ฮ่ะฮ่ะ ผมคิดแล้วว่าคุณต้องแยกออก ใครๆก็บอกว่า ผมกับเขาไม่เหมือนกันเลยสักนิด โดยเฉพาะ…” ฉีกยิ้มกว้างราวกับว่าเป็นเรื่องขำขันเสียเต็มประดา

 

“โดยเฉพาะ?”

 

“น่าดีใจเหลือเกินนะครับที่คุณสนใจเรื่องของผมมากขนาดนี้”

 

ร่างสูงเอ่ยขัดขึ้นราวกับพยายามจะเบี่ยงประเด็น เบนดวงตาสีอเมทิสต์กลับไปมองรีบอร์นอีกครั้งด้วยแววตาท้าทายก่อนจะเอ่ยคำลา

 

“วันนี้ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ไว้โอกาสหน้าเราคงได้พบกัน”

 

ร่างสูงของชายหนุ่มที่หน้าเหมือนรีออนจากไปแล้วพร้อมกับเลโซ แต่ความสงสัยภายในจิตใจของร่างบางกลับไม่จางหายไปแม้แต่น้อย คนเพียงคนเดียวที่จะตอบทุกปัญหาได้ก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย นอกจากปืนที่อยู่ในมือ

 

“นั่นมันอะไรกันน่ะ รีบอร์น คนๆนั้นเป็นใคร”

 

คำถามที่จะถามมีมากมายเหลือเกิน แต่แรมโบ้กลับเลือกที่จะถามคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุด คนๆนั้นเป็นใคร หน้าตาที่เหมือนกับรีออนราวกับพิมพ์เดียว หากแต่อะไรบางอย่างกลับบอกว่าไม่ใช่รีออน ถึงแม้ว่าจะเหมือนกันโดยไม่มีผิดเพี้ยนก็ตาม

 

ร่างสูงไม่ตอบแต่กลับกระชากแขนบอบบางให้เดินตามไปที่ถนนใหญ่ ผู้พิทักษ์อัสนีคนน่ารักเบ้หน้าเล็กน้อยแต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดี เขายังไม่อยากยั่วโมโหรีบอร์นในตอนนี้นักหรอกนะ วงหน้าหล่อเหลาในชุดสูทสีดำเรียกความสนใจจากผู้คนตามท้องถนนได้เป็นอย่างดี สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังมือใหญ่ซึ่งยังคงดึงรั้งท่อนแขนบอบบาง ฉุดกระชากให้เดินตามตนไป

 

คิ้วเข้มขมวดขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ เมื่อพบว่า ตนกำลังกลายเป็นจุดสนใจอีกครั้ง ให้ตายเหอะ! เพราะไอวัวบ้านี่แท้ๆเชียว ไม่น่ามาเดินกับมันเลย โทษไอวัวงี่เง่าที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากเท่านี้ โดยเฉพาะสายตาของเหล่าชายหนุ่ม หญิงสาวตามทางที่เดินผ่านไป ไม่รู้ตัวเลยว่า…ตนเองนั้นก็เป็นจุดสนใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อไม่มีหมวกปีกกว้างปิดบังหน้าตาเช่นนี้

 

“นี่ รีบอร์น…หมวกนายไปไหน”

 

คำถามนี้ไม่ได้ทำให้ร่างสูงหยุดชะงักแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เขากลับเร่งฝีเท้ามากยิ่งขึ้นจนร่างบางแทบจะวิ่งเพื่อให้เดินตาทัน แต่แล้วคนตรงหน้ากลับหยุดเดินอย่างกระทันหันจนร่างบางชนแผ่นหลังกว้างเต็มแรงพร้อมกับเซลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นเพราะเสียการทรงตัว แรมโบ้ลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ โดยที่ร่างสูงเพียงแค่หันกลับมามองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปเท่านั้น

 

ไม่คิดจะช่วยกันมั่งรึไง ไร้น้ำใจชะมัด ได้แต่พึมพำด่าว่ารีบอร์นเป็นภาษาอิตาลี่ มือเรียวยันพื้นคอนกรีตเพื่อจะพยุงตัวแต่แล้วก็กลับต้องทรุดลงไปอีกครา เพราะความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าของตน ร่างสูงปรายตามองท่าทางนั้นเงียบๆ  ก่อนจะเดินผละเข้าไปในร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูที่อยู่ตรงหน้า

 

ตกลงว่า…นายไม่คิดจะช่วยกันเลยรึไง ร่างบางได้แต่คิดด้วยความเจ็บใจ แล้วนี่เขาต้องรอจนกว่ารีบอร์นจะกินข้าวเสร็จใช่มั้ย แต่ก็ไม่แน่ว่า รีบอร์นจะกลับมารับเขานี่นา บางทีอาจจะทิ้งเขาไว้ตรงนี้ก็ได้ ผู้ชายคนนั้นทำทุกอย่างอยู่แล้ว กัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่า กระบอกตาทั้งสองข้างกำลังร้อนผ่าว

 

อย่านะ แรมโบ้…อดทนไว้ นายต้องไม่ร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้สิ จะแคร์ทำไมถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใส่ใจ

 

ก้มหน้าต่ำลงมองพื้นคอนกรีตที่อยู่ตรงหน้า มองเห็นรองเท้าหนังอย่างดีกำลังเดินเข้ามาใกล้ตน ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นมองแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว แรงกระชากมหาศาลของคนตรงหน้าทำให้ปวดร้าวไปทั้งแขน

 

“ลุกขึ้น! แกจะนั่งตรงนี้ให้พวกที่ตามล่ามายิงรึไง”

 

เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจ ร่างบอบบางของไอวัวโง่ลุกขึ้นมาตามแรงฉุดนั้นเข้ามาในอ้อมกอดของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมจางเย้ายวน โง่ชะมัด!ถ้าเขาเป็นศัตรูป่านนี้มันคงตายไปนานแล้ว ไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย

 

“ก…ก็ฉันลุกไม่ไหวนี่นา”

 

เสียงหวานพึมพำ ใบหน้าก้มต่ำลงราวกับไม่อยากมองสบนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น ร่างสูงถอนหายใจแผ่วเบา มือใหญ่โอบประคองเอวบางไว้พาเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูท่ามกลางความตกตะลึงของแรมโบ้กับท่าทางที่เกือบจะอ่อนโยนนั้น

 

“น่าสมเพชชะมัด ไอวัวโง่”

 

พนักงานต้อนรับออกมาในทันทีที่เห็นร่างสูง พลางเดินนำไปยังห้องส่วนตัวที่จัดเตรียมเอาไว้เพื่อแขกระดับ V.i.p ร่างบางหันซ้ายขวาด้วยความตื่นตะลึงกับการตกแต่งอันงดงาม จริงอยู่ที่เขามีเงินในบัญชีมากมายจนใช้ไม่หมด แต่กลับไม่เคยมากินอาหารในที่แบบนี้เลยสักครั้ง ส่วนมากแล้วเขาจะกินตามร้านอาหารทั่วๆไป ที่หรูแบบนี้นับว่าเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แต่ท่าทางว่ารีบอร์นเองจะมาบ่อยพอดู คงจะชอบพาคู่ขามาสินะ

 

“คุณรีบอร์น”

 

บริกรแก่เดินมาทักทายทันทีที่ร่างสูงย้างเท้าเข้ามาในห้อง V.I.P ในมือชายคนนั้นถือถังใส่น้ำแข็งกับผ้าพันไว้เต็มสองมือ ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นของสองสิ่งนั้น ที่ร้านอาหารมีบริการแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ยแปลกชะมัดเลย

 

“โอ๊ย!”

 

เผลออุทานด้วยความเจ็บแปลบเมื่อร่างสูงผลักไปที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่อย่างไม่ไยดี พร้อมๆกับที่บริกรหนุ่มที่เดินตามมาด้วยกันเคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างบอบบาง มือใหญ่ยกเท้าเรียวขึ้นมาวางบนตักของตนด้วยความทะนุถนอม บริกรชายแก่ตามลงมาข้างๆเพื่อคอยส่งยื่นสิ่งของจำเป็นในการปฐมพยาบาล

 

ชายหนุ่มเผลอลอบมองใบหน้าหวานนั้นเป็นระยะ รอยยิ้มบางที่ปรากฏบนใบหน้าบ่งบอกได้ว่า เขารู้สึกถูกใจร่างบางมากมายเพียงใด และมันก็ทำให้นักฆ่าคนสำคัญอดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้ยามเห็นมือนั้นกำลังแตะต้องไอวัวโง่ด้วยความทะนุถนอมเพียงใด

 

“พอแล้วล่ะครับ”

 

ดูท่าทางว่าร่างบางเองก็รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดใจนั้น เขารีบบอกปฏิเสธบริกรหนุ่มอย่างรวดเร็วเมื่อมือใหญ่นั้นเริ่มลามขึ้นไปบีบนวดน่องขาว หน้าตาที่บ่งบอกได้ชัดถึงความเสียดาย แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจหลุดรอดจากสายตาอันคมกริบของรีบอร์นไปได้ ท่าทางว่ามันคงอยากกินลูกปืนมากสินะ…

 

ชายแก่เองก็สังเกตเห็นท่าทางนั้นได้ไม่ยากเช่นกัน

 

“ออกไปได้แล้ว”

 

สั่งบริกรหนุ่มอย่างแผ่วเบา ร่างสูงเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้อย่างดีตรงข้ามกับร่างบางที่ง่วงอยู่กับการลองขยับข้อเท้า

 

มือใหญ่รับเมนูอาหารมาเปิดดูผ่านๆก่อนจะเริ่มสั่งอาหารให้ตัวเอง ในขณะที่ร่างบางเอาแต่จ้องเมนูจนมันแทบจะทะลุไปแล้วเสียอย่างนั้น

 

“รีบๆสั่งเข้าสิ ไอวัวโง่”

 

เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็นไม่ได้ทำให้ร่างบางใส่ใจแต่อย่างใด ยังคงจดจ่ออยู่กับเมนูอาหารตรงหน้าที่แทบทำให้เหงื่อตกเพราะราคาของมัน รีบอร์นคงจะจ่ายค่าอาหารให้เขาใช่มั้ย เพราะตอนนี้เขาแทบไม่มีเงินติดตัวเลยสักนิด ทั้งๆที่คิดไว้ว่าจะรีบทำงานกลับไปกินข้าวที่บ้านแท้ๆ

 

“นี่…เรากลับไปกินที่บ้านไม่ได้รึไง”

 

ประโยคอันแผ่วเบาจากคนตรงหน้าทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นขึ้นเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิดใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าไอวัวโง่นี่กำลังคิดอะไรอยู่

 

“ชิ ไอวัวโง่! เอาแบบที่ฉันสั่งเมื่อกี๊มาอีกที่ ไปได้แล้ว”

 

ท้ายประโยคหันไปพูดกับบริกรแก่โดยที่ร่างบางได้แต่อ้าปากค้างเพราะความเอาแต่ใจของรีบอร์น

 

“ฉันยังไม่ได้สั่งเลยนะ” ร่างบางหน้ามุ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ ไอบ้ารีบอร์น…จะเผด็จการไปถึงไหน

 

“หุบปากไปเลย ไอวัวโง่ เสียงแกนี่มันน่ารำคาญชะมัด”

 

ได้ผล…ร่างบางหยุดพูดลงในทันที ได้แต่ทำหน้าบึ้งเพราะความไม่พอใจเท่านั้น นิ้วเรียวเขี่ยผ้าปูโต๊ะสีครีมสวยเล่นด้วยเพราะไม่มีอะไรจะทำ บรรยากาศเงียบเชียบน่าอึดอัดแผ่ขยายไปทั่วห้อง แต่ร่างบางก็อดทนพอที่จะไม่พูดอะไรเรื่องแฟมิลี่ออกไป ที่นี่ไม่ปลอดภัยพอที่จะพูดคุย…อย่างน้อยระวังตัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

 

“ฉันไม่ได้หยิบปืนนายไปจริงๆนะ”

 

โพล่งออกไปอย่างไม่ทันคิด ก็มันเงียบนี่นา…น่าอึดอัดจะตายไป ร่างบางได้แต่คิดเข้าข้างตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าหัวข้อนี่จะไม่ค่อยได้ผลนักเมื่อร่างสูงเพียงแค่หรี่ตามองก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่เห็นจะให้ความร่วมมือกันบ้างเลย จะว่าไปก็ไม่เห็นรีบอร์นจะคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานนี่นา

 

“รีบอร์น…ฉันสงสัยมานานแล้ว…” ดวงตาสีมรกตคู่สวยมองสบดวงตาสีนิลกาฬด้วยความจริงจัง “เวลานายอยู่กับผู้หญิงพวกนั้น นายคุยอะไรกับพวกเธอเหรอ ฉันไม่เห็นว่านายจะคุยอะไรกับใครเป็นพิเศษนี่นา”

 

“เหอะ! ทำไมฉันต้องตอบคำถามแกด้วยล่ะ” ประโยคที่ย้อนถามกลับมาทำให้ร่างบางหน้ามุ่ยก่อนจะตอบกลับด้วยความเอาแต่ใจไม่แพ้กัน

 

“ก็…ฉันก็แค่อยากรู้…ไม่ได้รึไง”

 

ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อย นั่นสินะ…เขาก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย นิ่งคิดไปพักใหญ่จนร่างบางคิดว่าเขาคงจะเมินเฉยไป ไม่ใส่ใจเหมือนทุกครั้ง แต่แล้ว รีบอร์นกลับเอ่ยตอบกลับมา

 

“ส่วนใหญ่ฉันจะฟังผู้หญิงพวกนั้นพูดอะไรไปเรื่อยๆมากกว่า ตอบคำถามบ้างบางครั้ง แกจะสนใจไปทำไมนักหนา สุดท้ายก็จบลงที่เตียง จะต้องพูดอะไรให้มากความ”

 

มันก็จริงอย่างที่เขาพูด จบลงที่เตียง…จะต้องพูดอะไรให้มากความ

 

“แล้วนายเคยไปออกเดทกับผู้หญิงคนไหนมั้ย พาไปเที่ยว ไปกินข้าวดูหนังแบบนั้น” ร่างสูงขมวดคิ้วขึ้นอีกครา

 

“แค่ 2-3 ครั้ง”

 

“เห ทำไมล่ะ”

 

“ก็มันน่ารำคาญ”

 

“น่ารำคาญยังไงอ่า ไม่เห็นจะเข้าใจ”

 

ร่างสูงสบถพรืดออกมา ไอวัวโง่นี่มันจะสอดรู้สอดเห็นเกินไปแล้ว อยู่เงียบๆเฉยๆไม่เป็นรึไงนะ ได้แต่คิดด้วยความขุ่นเคืองแต่กลับตอบคำถามออกไปโดยดี

 

“ก็ต้องมานั่งตอบคำถามไร้สาระ” คราวนี้กลับเป็นร่างบางที่ขมวดคิ้วขึ้นมาบ้างแล้ว

 

“เขาเรียกว่า ความสัมพันธ์ ต่างหากล่ะ” ร่างสูงได้แต่เงียบ “จริงๆนะ รีบอร์น ก็ที่พวกนั้นถามคำถามนายก็แปลว่า พวกเธออยากรู้จักนายมากขึ้น”

 

บริกรหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารอย่างดีสองชุดทำให้บทสนทนาถูกหยุดไว้ชั่วคราว ชายหนุ่มลอบมองวงหน้าหวานนั้นด้วยความหลงใหลก่อนจะหยุดชะงักไป เมื่อมองสบสายตาเยือกเย็นจากนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งโลกมาเฟีย เหงื่อเริ่มซึมไหลมาตามไรผมทั้งๆที่ห้องนี้อากาศเย็นเพราะเครื่องปรับอากาศ น่ากลัว…จนแทบหยุดหายใจ

 

สายตานั้นบ่งบอกว่า เขากำลังทำเรื่องผิดพลาดอย่างมหันต์ จนต้องรีบผละเดินออกมาโดยเร็วหลังจากเสิร์ฟอาหารเรียบร้อยแล้ว

 

“มันไม่ใช่แบบนั้น” คำพูดแผ่วเบาที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น ทำให้ร่างบางละความสนใจจากอาหารตรงหน้ามามองหน้าคนพูดในทันที

 

“ผู้หญิงพวกนั้น…” เงียบไปพักใหญ่

 

“ผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้อยากรู้จักเพราะนายเป็นนาย แต่อยากรู้จักเพราะนายคือรีบอร์น…”

 

ร่างบางเอ่ยต่อราวกับรู้ใจ บางทีการอยู่บนจุดสูงสุดของนักฆ่าอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนตรงหน้าไม่เคยไว้วางใจใคร กับผู้หญิงพวกนั้นก็คงแค่เล่นสนุก ไม่ใช่ไม่อยากจริงจังแต่เพราะไม่อาจจริงจัง

 

แล้วเราล่ะ…รีบอร์นไว้ใจเรามากน้อยแค่ไหนกันแน่ สำหรับรีบอร์นแล้ว…จริงๆแล้วเราเป็นอะไรกัน ยังเป็นคนรักกันอยู่รึเปล่า อยากรู้…แต่กลับไม่อยากถาม กลัวเหลือเกินว่าจะโดนทำร้ายจิตใจอีกครั้งเหมือนเมื่อเหตุการณ์ในตอนเช้า

 

รีบอร์นลอบมองใบหน้าที่หม่นหมองลงนั้นอย่างเงียบๆ บางครั้งไอวัวโง่นี่ก็ชอบคิดเองเออเองเสมอ ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว…กับผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่เคยคิดจริงจังด้วยเลยแม้แต่คนเดียว ก็แค่เล่นสนุกบ้างทำไมชอบทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะ นับตามอายุหลังจากคำสาปถอนไปแล้วปีนี้ เขาก็ 17 แล้ว แต่กลับดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าไอวัวบ้านี่อยู่มากโข ให้ตายเหอะ! กลับมาเป็นเด็กอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

 

“กินเข้าไปเถอะนา ไอวัวโง่  ภูมิใจไว้ซะเพราะฉันไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาร้านนี้ นอกจากแก”

 

ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองคนพูดทันทีด้วยความตกใจ ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเลยงั้นเหรอ…แต่ทำไมกลับรู้สึกราวกับว่า รีบอร์นมาที่นี่บ่อยๆกันนะ

 

“นายชอบมากินร้านนี้เหรอ”

 

ถามคำถามเรื่อยๆตามประสาคนช่างพูด มือเรียวจิ้มกุ้งชิ้นแรกเข้าปาก อืม…อร่อยชะมัด สงสัยต้องมากินบ่อยๆแล้ว เผลอคิดไปเรื่อยเปื่อย แต่ว่า…ค่าอาหารแพงชะมัดเลย มากินบ่อยๆคงไม่ไหว สักวันคงจนแน่ๆ

 

“อาทิตย์ละครั้ง”

 

คำตอบนั้นทำให้แรมโบ้เผลอยิ้มออกมา ไม่ยักกะรู้ว่ารีบอร์นชอบอาหารฝรั่งเศส แต่ในความคิดของเขาแล้ว รีบอร์นก็ดูจะกินได้หมดทุกอย่างนั่นแหละ

 

“อืม ฉันว่าร้านนี้ทำอาหารอร่อยดี ถ้าวันไหนนายมาอีก พาฉันมากินด้วยนะ”

 

รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้ร่างสูง รอยยิ้มนั้นน่ารักจนอดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มอย่างเบาบาง ถ้อยคำขอร้องที่นานครั้งจะได้ยินเริ่มเข้าเกาะกุมในหัวใจที่เย็นเยียบช้าๆ ราวกับฤดูใบไม้ผลิที่พัดพาความเหน็บหนาวให้จางหายไป ร่างสูงไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว…

 

“อย่าเพิ่งกลับบ้านได้มั้ย”  ร่างบางโพล่งขึ้นมาด้วยเพราะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ “ฉัน…อยากซื้อต้นไม้ไปปลูกน่ะ นายคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”

 

“จะทำอะไรก็ทำไป…” ร่างสูงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยังไงเขาก็แทบจะไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว เขาจึงไม่ค่อยสนใจนักหรอกนะ ถ้าไอวัวโง่นี่จะทำอะไรกับบ้านเขาเล็กๆน้อยๆ

 

“แกอยากได้อะไร ไม่ต้องไปซื้อเอง โทรไปบอกคนให้ไปซื้อให้ซะ”

 

ถ้อยคำสั่งนั้นทำให้ร่างบางยิ้มอย่างดีใจ มือเรียวกดโทรศัพท์ออกไปที่ไหนสักแห่งสั่งรายการต้นไม้ด้วยน้ำเสียงร่าเริงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกดปิดโทรศัพท์ไป

 

“ขอบคุณมากๆเลยนะ รีบอร์น…”

 

ร่างสูงเพียงแค่หรี่ตามองรับคำขอบคุณนั้น…เท่านั้นเอง

……………………………………………………………………….

 

รถออดี้สีดำสนิทหยุดลงที่หน้าบ้านทรงยุโรปหลังงามแสนคุ้นเคย ร่างบางเปิดประตูลงจากรถถลาเข้าไปกดรหัสหน้าบ้าน  รีบอร์นเดินตามมาติดๆด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากแรมโบ้ที่แทบจะแล่นขึ้นไปชั้นสองทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หากไม่ติดที่มือใหญ่ที่เอื้อมมารั้งแขนบอบบางเอาไว้

 

“เลออนอยู่ไหน” คำถามถึงกิ้งก่าตัวน้อยทำให้แรมโบ้อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

 

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน คงจะหลับอยู่ที่ห้องมั้ง”

 

พูดจบก็เดินนำร่างสูงขึ้นไปชั้น 2 แทบจะทันทีที่รีบอร์นปล่อยตน กิ้งก่าตัวน้อยนอนขดตัวอยู่ที่กลางเตียงจริงๆอย่างที่ร่างบางว่า แต่สิ่งที่เตะตาเขากลับเป็นปืนคู่ใจที่วางอยู่ที่ข้างเตียง

 

ท่าทางว่าร่างบางเองก็สังเกตเห็นได้ไม่ยากเช่นกัน “นั่นปืนนาย ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้เอาไป ไม่เชื่อกันมั่งเลย”

 

รีบอร์นไม่ได้พูดอะไรกลับไป มือใหญ่อุ้มเลออนขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะหันมาสั่งร่างบางด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

 

“ไอวัวโง่ ไปเปิดน้ำร้อนที่อ่างซะ ฉันจะอาบน้ำ”

 

กล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปทันที ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิดว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร

 

ไอบ้ารีบอร์น ฉันก็อยากอาบน้ำเหมือนกันนะ เหม็นเหล้าจะตายอยู่แล้ว!

 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี นอกจากรีบฟังคำสั่งร่างสูงด้วยใจห่อเหี่ยว เคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนของห้องอาบน้ำ ปิดจุกอ่างก่อนจะเปิดน้ำอุ่นใส่เข้าไป ทรุดนั่งลงข้างอ่างอาบน้ำด้วยท่าทางเหม่อลอย

 

มันจะดีแล้วเหรอที่ฉันทำเหมือนกับว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราไปอย่างนี้

 

ไม่มีการทะเลาะกัน

 

ไม่มีคำพูดทำร้ายจิตใจก่อนจากไป

 

มันคงจะดีแล้วจริงๆสินะ…


ห้วงความคิดถูกหยุดชะงักเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีมรกตสวยหันไปตามเสียงนั้นก่อนจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
เมื่อพบว่าร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันหมิ่นเหม่อยู่ที่เอวเท่านั้น

 

เผลอไล่สายตาไปตามวงหน้าหล่อเหลา ไล้ไปตามแผ่นอกกว้างและกล้ามหน้าท้องได้รูป ก้มหน้าต่ำลงราวกับว่าไม่อาจมองสบสายตาคมกริบนั้น ไม่อยากรับรู้ว่า กำลังมองมาที่ตนด้วยความรู้สึกแบบใด แต่แล้วร่างบางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะประโยคคำสั่งที่ไม่น่าจะออกมาจากปากรีบอร์นได้
เลย

 

“ถอดซะ!”

 

“นายว่าไงนะ?” เมื่อกี๊เขาอาจจะฟังผิดก็ได้

 

“ฉันบอกว่า ให้ถอดเสื้อผ้าของแกออกให้หมดไง ไอวัวโง่!”

 

TBC.

....................................................................

p.s.รีออนจิ๊กลับมาได้อย่างไร มิใช่ผีนะ OTZ แต่ไม่แน่ว่าอาจจะกลับมาจริงๆก้ได้ ใครจะรู้ หึหึหึ

p.s.s.เลโซก็ไม่ใช่ผีเหมือนกันนะเออ มันคืออีตารองหัวหน้าแฟมิลี่ที่หายตัวไปตอนแรมโบ้บุกทำลายฐาน สรุปคือ มันไปอยู่ที่อื่น โบ้เลยไม่ได้ฆ่า สึนะเลยให้งานไปฆ่าอีตานี่ซะนั่นเอง >O<

p.s.s.s.อันนี้สำคัญสุดๆ ตอนหน้า NC นะเออ!!!!

สุดท้ายแล้วว

Happy Birthday นะรีบอร์น ขอให้อยู่เป็นคู่ sm กะวัวไปอีกนานๆ -3-
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกกกกกก เพิ่งเห็นว่าคนแต่งเล่น exteen
เจ้นน้อยขอเม้นในนี้นะฮับ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เหนือสิ่งอื่นใดขอบอกว่า พอเจอคำว่า TBC
เจ้นนี้ช็อก ตัวล้มหงายหลังเลย (ยังดีที่นั่งเล่นคอมบนเตียง)
ช็อก!! ค้าง!!
เหมือนว่า รีบอร์นจะสนใจแรมโบ้มากขึ้นนะ
น่าดีใจแทนน้องวัว น้องวัว น้องวัวของเจ้นน (โดนรีบอร์นเอาปืนเฉาะหัว)

รีออนที่ออกมานั้นต้องเป็นพี่ชายฝาแฝดของรีออนซินะ เหอๆ
เป็นไงๆ เห็นน้องวัวแล้วชอบเลยใช่ไหม!!
ชอบแล้วก็...ฉุดเลย!! (อ้าว..แล้วรีบอร์นล่ะ)
พาร์ทนี้แรมโบ้ดูสดใส น่ารักจะบ้าาาา
ชอบจังเลย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
เจ้นน้อยเฝ้ารอนะฮับ จุ๊บุ จุ๊บุquestion

#1 By เจ้นน้อย on 2009-10-13 15:26

มาเม้นให้อัพไวๆ

ฮุฮุ

ชอบคู่นี้ด้วยเหมือนกัล

#2 By imi (124.157.145.203) on 2009-10-30 19:49