[color=#80FF00]กลับมาแล้วค่า >O< พร้อมกับฟิควันเกิดรีบอร์นที่ดีเลย์ไปเนิ่นนาน

จริงๆแล้ว ซึลเริ่มเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 13 แล้ว

แต่ก็ดีเลย์ออกมาอีก เพราะติดอะไรหลายๆอย่าง T^T

พล๊อตที่วางไว้ก็ออกมายาวกว่าที่คิดไว้ซะอีกจนต้องแยกออกมาเป็นสาม

ยังไงหลังจากแต่งแอนโธ (มีกำหนดส่งวันที่ 25) เสร็จ จะมาต่อแน่นอนค่ะ T^T[/color]

...............................................................

S Fic: Buon compleanno
Pairing: Reborn x Lambo
Rate: PG
Description: Happy Birthday Reborn-chan
Warning: เผาสด และแอบจะโชตะ OTZ
……………………………………………………………………………

 

ในโลกของมาเฟียอันมืดมิดและแสนโสมม

 

บางครั้งอาจทำให้ใจของเราได้ยั้งคิด ถึงความเปลี่ยวเหงาอันแสนเหน็บหนาวทรมาน ราวกับเหมันต์ไร้ที่สิ้นสุด

 

รอคอยแค่เพียงความอบอุ่น…จากฤดูใบไม้ผลิอันแสนสดใส

 

การรอคอยที่แสนยาวนาน…และความอบอุ่นอันลางเลือน

 

But In the end, I realize, spring will never come

……………………………………………………………………………

 

คฤหาสน์วองโกเล่, อิตาลี่

 

“เอาล่ะ วันนี้เลิกประชุมแค่นี้แหละนะ ขอบใจมาก ทุกๆคน”

 

เสียงของสึนะพูดขึ้นเป็นสัญญาณปิดการประชุมของเหล่าผู้พิทักษ์ซึ่งจัดขึ้นอาทิตย์ละครั้งเพื่อมอบหมายงาน และบอกเล่าความเป็นไปในแฟมิลี่ให้ได้รับรู้โดยทั่วกัน  ทุกคนลุกจากเก้าอี้โดยพร้อมเพรียงเมื่อวองโกเล่รุ่นที่ 10 เดินออกจากห้องไปพร้อมกับโกคุเทระ ฮายาโตะ

 

เหล่าผู้พิทักษ์ออกจากห้องไปกันหมดแล้ว แต่ร่างบางของผู้พิทักษ์อัสนียังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าหล่อเหลาของนักฆ่าอันดับหนึ่งในโลกมาเฟียซึ่งยังจดจ่ออยู่กับการอ่านเอกสารสำคัญที่วองโกเล่เป็นคนมอบหมายให้

 

พักใหญ่ กว่าที่ร่างสูงจะละสายตาจากเอกสาร หรี่ตามองร่างบางที่ยังคงจ้องหน้าตนเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแกมหงุดหงิดใจ

 

“สึนะบอกให้ฉันพาแกไปเอาบาซูก้าทศวรรษ”

 

กล่าวจบก็ลุกขึ้น เดินนำไปตามทางเดินกว้างโดยไม่สนใจคนตามแม้แต่นิด ร่างบางเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อที่จะตามให้ทัน รีบอร์นเดินนำร่างบางไปตามทางเดินแคบๆที่ค่อนข้างมืด ห่างไกลจากตัวตึกมาเล็กน้อย  อยู่ดีๆคนที่เดินนำข้างหน้าก็หยุดเดินอย่างกระทันหันจนร่างบางแทบจะผงะไปชนแผ่นหลังกว้าง

 

“น…”

 

มือใหญ่เอื้อมมาปิดริมฝีปากนั้นไว้อย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตฉายแววงุนงงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นระวังภัย เมื่อได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังก้องไปตามทางเดินไร้ผู้คน รีบอร์นดึงร่างบางเข้าไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย เตรียมพร้อมต่อสู้ ต่างจากคนในอ้อมกอดที่หัวใจเริ่มจะเต้นถี่รัวขึ้นเพราะความแนบชิด จนกลัวเหลือเกินว่ามันจะดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินเงียบสงัดนั้น

 

“แกดูต้นทางให้ดีนะ อย่าให้ใครเข้ามาได้”

 

เสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มือใหญ่กระชับร่างในอ้อมกอดแน่นขึ้น คนพวกนี้เป็นลูกสมุนระดับล่างของแฟมิลี่ ไม่ว่าพวกนั้นจะเข้ามาทำไมแต่ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ในเมื่อเขตนี้ได้ชื่อว่า เป็นเขตหวงห้าม สำหรับห้องพัฒนาอาวุธของวองโกเล่

 

เสียงฝีเท้านั้นเดินเข้ามาใกล้จนคนทั้งสองได้เห็นผู้บุกรุกเต็มตา ชายหนุ่มทั้งสองอยู่ในชุดของลูกสมุนระดับล่างของแฟมิลี่ ชายหนุ่มคนหนึ่งสะพายห่อผ้าสีดำบนไหล่กว้าง สิ่งของที่อยู่ในนั้นโผล่พ้นปากถุงออกมาเล็กน้อย แต่กลับทำให้ร่างบางแทบจะอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึง

 

บาซูก้าทศวรรษฉบับดัดแปลงที่สึนะสั่งให้พวกเขามาเอานั่นเอง!

 

ร่างสูงล้วงปืนสีดำสนิทออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะก้าวเดินไปดักข้างหน้าผู้บุกรุกทั้งสองนั้น ตามมาด้วยร่างบางที่ล้วงปืนออกมาด้วยความเร็วไม่แพ้กัน ชายหนุ่มทั้งสองถึงกับหน้าถอดสีเมื่อมองเห็นนักฆ่าหนุ่มที่ทุกคนเกรงกลัว มองเลยไปด้านหลังก็พบผู้พิทักษ์อัสนี ซึ่งบัดนี้เริ่มจะดูน่ากลัวเสียแล้ว

 

“บาซูก้าทศวรรษเป็นสมบัติของฉัน ถ้าไม่อยากตายก็เอามันมาคืนซะ!”

 

เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็นหากแต่จริงจัง จนคนฟังเหงื่อตก อยากจะฆ่าตัวตายยิ่งนักที่ไม่ดูต้นทางให้ดีจนบังเอิญมาเจอนักฆ่าปีศาจอย่างนี้ แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อเป็นคำสั่งสำคัญของบอส ยังไงเขาก็ต้องทำ!

 

มือหยาบเอื้อมไปด้านหลังของตนอย่างเชื่องช้าด้วยท่าทีระแวดระวังภัย บาซูก้าทศววรษถูกดึงออกมาจากห่อผ้านั้น ย่อตัวลงวางสิ่งนั้นบนพื้นอย่างเชื่องช้า เม้มริมฝีปากหนาของตนแน่นขึ้นราวกับว่า ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ไหนๆยังไงเราก็ต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว ก่อนตายขอทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการแก้แค้นก็ยังดี

 

ราวกับเพื่อนคู่หูจะรับรู้ได้ถึงความคิดนั้น มือหยาบกำปืนสั้นของตนที่อยู่ข้างหลังไว้แน่น เพียงเสี้ยววินาทีที่บาซูก้าทศวรรษแตะพื้น เสียงปืนสั้นในมือก็ดังขึ้นหมายจะเล็งไปที่รีบอร์น

 

ปัง!

 

ปัง! ปัง!

 

ร่างสูงพลิ้วตัวหลบทันทีด้วยสัญชาตญาณนักฆ่าพร้อมกับที่แรมโบ้ซึ่งโดนหันเหความสนใจเปิดฉากยิงต่อต้านพร้อมๆกับรีบอร์น ชายหนุ่มผู้อาจหาญต้องจบชีวิตลงด้วยรอยแผลกระสุนนับไม่ถ้วน หากแต่อีกคนที่รอจังหวะนี้อยู่นานแล้วกลับเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ บาซูก้าทศวรรษในมือถูกหยิบยกขึ้นมา…เป้าหมายในครั้งนี้ อยู่ที่ผู้พิทักษ์คนสำคัญ

 

ปัง!

 

กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว…ควันจากบาซูก้าทศวรรษลอยขึ้นพร้อมกับแรงกระชากบางอย่างที่ร่างบางรับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าตนกำลังถูกส่งไปยังโลกอนาคตเหมือนทุกๆครั้งที่ใช้มัน หากแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป…ห่วงหาอาวรณ์มากยิ่งขึ้นด้วยเหตุผลที่ตนไม่เข้าใจ ห้วงคำนึงสุดท้ายก่อนที่ตนจะถูกฉุดกระชากไปยังโลกอนาคตนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว

 

รีบอร์น….

 

.

 

.

 

.

 

ควันจากบาซูก้าทศวรรษจางหายลงไปแล้ว หากแต่รอบด้านกลับมีเพียงความมืดมิด สัมผัสได้ถึงพื้นคอนกรีนเปียกชื้นใต้ฝ่ามือของตน มีเพียงแสงสว่างเพียงนิดอยู่ที่ปลายทางเท่านั้น ถ้าเดาไม่ผิด…เขาคงกำลังอยู่ในตรอกของย่านมาเฟียสักแห่งในอิตาลี่ ที่ที่ตัวเขาในอนาคตกำลังอยู่…นั่นสินะ แล้วตัวเราในอนาคตมาที่นี่ทำไมกัน

 

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากทางเบื้องหลัง เรียกความสนใจจากร่างบางได้เป็นอย่างดี มือเรียวกำปืนคู่ใจของตนเอาไว้แน่นพร้อมจะลั่นไกได้ทุกเมื่อ หากเห็นสิ่งไม่ชอบมาพากล หรี่ตามองเงาร่างที่เดินออกมาจากแสงไฟอย่างเชื่องช้า ครั้งแล้วเมื่อเห็นคนผู้นั้นเต็มตา ร่างบางกลับสั่นสะท้านด้วยความตกใจจนปืนคู่ใจตกลงกับพื้นคอนกรีตอย่างไร้การควบคุม

 

ผู้ชายที่เขารักอย่างหมดหัวใจยืนอยู่ตรงนั้น

 

ไม่ใช่ในร่างผู้ใหญ่…แต่กลับกลายเป็นร่างกายของเด็กชายอายุ 5 ขวบ แม้ร่างกายจะเป็นเด็กแต่ดวงตาสีนิลกับทรงผมที่ม้วนตัวงอทิ้งลงข้างแก้มนั่น ให้ตายเขาก็ไม่มีวันลืม

 

“รีบอร์น!!!”

…………………………………………….

 

ควันจากบาซูก้าทศวรรษจางหายลงไปประมาณ 5 นาทีแล้ว ร่างสูงเหยียดสายตามองอดีตลูกน้องระดับล่างของวองโกเล่ซึ่งกำลังนอนหายใจรวยระรินด้วยความสมเพชเวทนา ภายนอกนั้น นักฆ่าคนสำคัญยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ภายในจิตใจนั้นกลับร้อนรนเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง

 

ไอวัวโง่ในอีก 10 ปีข้างหน้าที่ควรปรากฏตัว ทำไมมันถึงยังไม่มา ควันจางหาย…เหลือแค่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น คนอย่างเขาไม่เคยกลัวอะไร หากแต่ตอนนี้ความหนาวเหน็บที่กำลังเกาะกินใจเพียงเพราะคิดว่า ในอนาคตนั้นจะไม่มีร่างบอบบางมาเคียงข้างอีกแล้วเช่นนี้ จะเรียกได้ว่า เขากำลังกลัวรึเปล่านะ…กลัว…ว่าอะไรจะเกิดขึ้น…กลัว…ว่าจะไม่มีไอวัวโง่อีกต่อไป

 

“หึหึหึ…ก…แก...คง…แปลกใจ…สินะ”

 

เสียงขาดห้วงแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากสีซีดของชายหนุ่มซึ่งบัดนี้นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ดวงตาสีดำคู่คมตวัดมองด้วยสายตาเยือกเย็น สำหรับเขาแล้ว…หากปีศาจจะมีจริง ก็คงจะเหมือนคนๆนี้กระมัง ไหนๆเราก็จะตกนรกแล้ว บอกเอาบุญไว้ก็ไม่เสียหาย

 

“คนรัก…ข…ของแก…ไม่มีวัน…จะกลับมา…แล้วล่ะ” มุมปากสีซีดเผยยิ้มเยาะ “บาซูก้า…นั่น…ไม่ได้ส่ง…ไปอนาคต…แต่ส่งไปอดีต…ฮ่ะฮ่ะ…แกรู้มั้ยว่า…มัน…ม…หมายถึง…กลับมา…ไม่ได้ยังไง…ล่ะ…”

 

แววตาหวั่นไหวปรากฏขึ้นวูบหนึ่งในดวงตาคมกริบคู่นั้นก่อนจะจางหายไป ถูกส่งไปยังอดีตงั้นเหรอ…แล้วมันกี่ปีกันเล่า…นายถูกส่งไปที่ไหนกันแน่…คำว่า ไม่อาจกลับมาได้นั้น หมายความถึงสิ่งใดกัน

 

“แกส่งมันไปที่ไหน”

 

ประโยคคำถามนั้น เยียบเย็นราวกับไร้ความรู้สึก แต่ผู้บุกรุกกลับรู้ดีว่า หากอีกฝ่ายไม่คิดใส่ใจ ก็คงจะไม่ไต่ถามให้เสียเวลา คิดถูกแล้ว…ที่ยิงบาซูก้าทศวรรษไปที่ผู้พิทักษ์อัสนี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคนสำคัญของนักฆ่าไร้หัวใจคนนี้

 

“ฮ่ะฮ่ะ…ก็…คงจะอดีต…ท…ที่นานหน่อยล่ะ…นะ…อาจจะ…นาน…จน…คน…สำคัญ…ของ…แกยัง…ไม่มีตัว…ตน…อยู่ก็ได้ ล…แล้วจะ…กลับมา…ยังไง…ล่ะ…กลับ…ม…ไม่ได้…ใช่มั้ย แค่กๆ อ๊อก!”

 

ลิ่มเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากริมฝีสีซีด ลมหายใจที่อ่อนล้าเริ่มรวยระริน แต่เขารู้ดีว่า ตนคงได้ตายอย่างเป็นสุขแล้ว

 

“ป…เป็นยัง…ไง…ล่ะ ความรู้สึก…ของการ…ที่โดน…พราก…หัวใจไป…น่ะ…ก…แก…คงรับ…รู้…แล้ว…ช…ใช่มั้ย…ว่าการสูญเสีย…คนรัก…น่ะ…มันเป็นยังไง…อั๊ก!”

 

ร่างนั้นกระอักเลือดอีกครั้ง กระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป ถึงกระนั้นรอยยิ้มบางเบายังคงเด่นชัด ความรู้สึกเป็นสุขก่อนตาย…จากการสั่งสอนนักฆ่าคนสำคัญให้รับรู้…ถึงคำว่าสูญเสีย

 

ร่างสูงทรุดนั่งลงพิงกำแพงราวกับไม่อาจฝืนอีกต่อไป ดวงตาคมทอดเหม่อมองร่างไร้ชีวิตของผู้บุกรุกอย่างเลื่อนลอย มือใหญ่บีบบาซูก้าทศวรรษแน่นขึ้น แม้ว่าจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่คำพูดของอีกฝ่ายก็กลับมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างร้ายกาจ ส่วนลึกภายในใจแล้ว เขาเอง…อยากจะใช้บาซูก้าทศวรรษพาตนเองไป ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อออกตามหา…แต่จะทำอย่างไรได้เล่า…ในเมื่อเขามีแฟมิลี่ มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

 

จะต้องทำยังไง…นายจึงจะกลับคืนมา

 

จะต้องทำยังไง…ฉันถึงจะรักษาหัวใจฉันไว้ได้ตลอดกาล

 

ในเมื่อตอนนี้…หัวใจของฉันหลุดลอยไปพร้อมกับตัวนายที่จากไปแสนไกลแล้ว…

 

แรมโบ้…


………………………………………………………………………….

 

“นายเป็นใคร”

 

เสียงเล็กๆนั้นถามอย่างเยือกเย็น ดวงตากลมโตสีนิลกาฬฉายแววหวาดระแวงภัย ต่างจากรีบอร์นที่เขารู้จักจนน่าประหลาดใจ คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

“นาย…จำฉันไม่ได้?”

 

เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นด้วยความงุนงง หากตอนนี้เป็นโลกอนาคตไม่มีทางที่รีบอร์นจะจำเขาไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย…

 

“ก็เราเพิ่งเคยเจอกันไม่ใช่รึไง อย่ามาตีสนิท พวกนั้นส่งนายมาล่อให้ฉันกลับไปล่ะซิ ฉันไม่กลับไปหรอกนะ ขอเวลาส่วนตัวบ้างไม่ได้รึไง”

 

ถ้อยคำเหล่านั้นยังความงุนงงให้แก่ร่างบางยิ่งนัก ไอหมอนี่ มันพูดอะไรของมัน แถมวิธีการพูดก็ดูแปลกไป…ไม่เหมือนกับรีบอร์นคนเก่าเลยแม้แต่น้อย ช่างดูไร้เดียงสา ราวกับว่า…หมอนี่เป็นเด็กจริงๆเสียอย่างนั้น

 

“ทำไมนายกลับมาเป็นเด็กอีกแล้ว ที่นี่มันที่ไหนกันแน่…”

 

“พูดบ้าอะไรน่ะ เสียเวลามาคุยกับคนบ้าจริงๆเลย ฉันกำลังหนีอยู่นะรู้มั้ย”

 

กล่าวจบ ขาเล็กก็เดินก้าวจากไปทันทีจนร่างบางต้องคว้าแขนไว้ แต่ไม่ทันได้สัมผัสตัว…ร่างเล็กๆนั่นกลับหลบหลีกรวดเร็วแถมยังเตะหน้าแข้งเขาซะเต็มแรง

 

“โอ๊ย!” ร่างบางร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ตัวเล็กแค่นี้แต่ฤทธิ์เยอะนักนะ…ให้ตายเหอะ เจ้าบ้ารีบอร์น

 

“สมน้ำหน้า”

 

วงหน้าหวานงอง้ำด้วยความโมโห กวนประสาทเป็นบ้าเลย นี่มันรีบอร์นภาคเด็กเวรรึไงกันนะ เทียบกันแล้ว รีบอร์นคนเก่ายังดูดีกว่าตั้งเยอะ

 

“นายอายุเท่าไหร่”

 

ถึงจะโมโหแค่ไหนแต่แรมโบ้กลับถามคำถามที่ติดอยู่ในใจของตนเรื่อยมา การกระทำนี้มันดูแปลกไป คงจะน่าดูพิลึกหากรีบอร์นมาแลบลิ้นล้อเลียนเขาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ร่างเล็กตรงหน้าไม่ได้ใส่ชุทสูมสีดำสนิทเหมือนกับทุกครั้ง แต่กลับอยู่ในชุดกางเกงผ้าตัวเดียวมอมแมมเต็มไปฝุ่นควัน ชวนให้สงสัยว่า อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใดกันแน่

 

“ถามอะไรโง่ๆ ฉันก็อายุ 5 ขวบสิ ดูเหมือน 20 นักรึไง ไปล่ะ เสียเวลาชะมัดเลย เจ้าวัวงี่เง่า”

 

“เฮ้! ฉันไปด้วยสิ”

 

เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มที่จะเดินหนีเขาอีกแล้ว เด็กชายเพียงแค่ปรายตามองผู้ใหญ่งี่เง่าในความคิดของเขา แต่เพราะไม่ทันระวังทางเบื้องหน้านั่นเองจึงสะดุดก้อนหินเล็กๆเข้าอย่างจัง

 

“โอ๊ย!”

 

เสียงเล็กหลุดอุทานออกมาอย่างแผ่วเบา รู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มเซล้มไปข้างหน้า หากไม่ติดที่มือนุ่มมาประคองตัวเอาไว้ แรมโบ้ดุเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

“เดินระวังหน่อยสิ เกิดนายเป็นอะไรไป ตัวนายในอนาคตได้เอาฉันตายแน่” คำพูดนั้นเรียกความสนใจจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดี

 

“ตัวฉันในอนาคตงั้นเหรอ?”

 

“อืม…อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ฉันมาจากโลกอนาคตในอีกหลายสิบปีข้างหน้านี้ จะไม่เชื่อก็ได้นะ…แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่าฉันจะไม่มีวันทำร้ายนาย…”

 

แววตาสีเขียวมรกตที่ทอดมองด้วยความจริงใจกับรอยยิ้มบางเบาที่ริมฝีปากอิ่มดูช่างน่ารักจนเด็กน้อยเผลอยิ้มตามออกมาจนได้ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าคนตรงหน้ามาที่นี่ได้อย่างไร แต่ความรู้สึกผูกพันธ์บางอย่างซึ่งอธิบายไม่ได้กำลังจะเกิดขึ้นเพราะคนคนนี้

 

“อ๊ะ! นั่นนายยิ้มเหรอ” น้ำเสียงตื่นเต้นนั้นทำให้รีบอร์นได้แต่ทำหน้าประหลาดใจ

 

“ก็แค่ยิ้ม มันแปลกตรงไหน”

 

“ฮ่ะฮ่ะ นั่นสินะ…แล้วนายอยากไปที่ไหน”

 

หันไปมองรอบด้านกลับมีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าซอยลอดผ่านเข้ามาเท่านั้น ให้ตาย เขาก็คิดไม่ออกเลยว่า เด็กตัวเล็กอย่างนี้จะมาทำอะไรที่นี่  เขาไม่เคยรับรู้เรื่องของรีบอร์นในวัยเด็กเลยสักครั้ง พอเอ่ยถามก็เอาแต่เงียบแล้วยังบอกแค่ว่า ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองเหอะ อีกต่างหาก

 

สบโอกาสแล้วเว้ย!
 


ร่างบางได้แต่กระหยิ่มอยู่ในใจ ขณะที่อุ้มร่างเล็กของนักฆ่าคนสำคัญไว้ในอ้อมกอด ขาเรียวพารีบอร์นออกเดินออกจากซอยมืดๆนั้นกลับเข้าสู่ถนนใหญ่ แม้ว่าจะเป็นยามค่ำคืน…แต่ผู้คนกลับต่างพากันออกเดินท่องตระเวนราตรี ตึกรามบ้านช่องดูใหม่กว่าที่เขาจำความได้ สักพักหนึ่ง…เขาก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือที่ไหน

 

“อ่า…แถวนี้ใกล้กับสำนึกงานใหญ่เลยแฮะ”

 

เอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา แต่เพราะความใกล้ชิดทำให้ไม่อาจรอดหูร่างเล็กไปได้ สำนักงานใหญ่?

 

“สำนักงานใหญ่ของวองโกเล่?”

 

ร่างนั้นเอ่ยถามด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาไม่ต่างกัน แรมโบ้ทอดมองร่างในอ้อมกอดเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู รีบอร์นในอ้อมแขนช่างดูนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู หากเป็นรีบอร์นภาคปกติแล้วคงไม่มีวันยอมให้เขาทำเช่นนี้แน่ คิดแล้ว…ก็จิ้มแก้มใสข้างหนึ่งด้วยความหมั่นไส้

 

“ทำอะไรน่ะ เดี๋ยวพ่อยิงทิ้งซะนี่”

 

คำขู่ที่ไม่เข้ากับตัวนั้นทำให้ร่างบางหลุดขำออกมา รีบอร์นก็ยังคงเป็นรีบอร์นอยู่วันยันค่ำ ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังยกปืนขึ้นมาขู่เขาเสียอีกนี่ เอ๊ะ! ปืนงั้นเหรอ…

 

“ปืนนั่น…ของปลอม?”

 

ใบหน้าหวานก้มลงมองสำรวจปืนกระบอกโตแนบชิด จนจมูกรั้นแทบจะติดด้ามปืน ดูยังไงๆปืนนี่มันก็ของจริงชัดๆ

 

“ยิงปืนเป็นด้วยเหรอ”

 

คิดแล้วก็รู้สึกเหมือนถามอะไรไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ถ้ายิงไม่เป็น คนตรงหน้าคงไม่ขึ้นไกเสียขนาดนี้หรอก ร่างเล็กยิ้มบางด้วยความภาคภูมิใจ

 

“ถ้ายิงไม่เป็น ฉันคงก็คงไม่โดนตามตัวกลับไปหรอกนา พวกคนแก่วองโกเล่นี่มันน่ารำคาญจริงๆ”

 

บ่นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดใจ น่าแปลก…ทั้งๆที่ถูกสอนมาว่าไม่ให้ไว้ใจใครง่ายๆ แต่กลับคนๆนี้กลับยินดีที่จะอยู่ใกล้ อาจจะเป็นเพราะคนตรงหน้าไม่ได้หวังผลประโยชน์และไม่ได้หวังจะทำลาย ดูไม่ได้หวังอะไรจากตัวเขาเลยเสียด้วยซ้ำ…แค่ขอตามมาเท่านั้น

 

“ทำไมพวกนั้นต้องตามนายด้วยล่ะ นี่นายอยู่วองโกเล่ตั้งแต่อายุเท่านี้เนี่ยนะ” ก็คิดอยู่ว่าไอหมอนี่มันเก่ง…แต่ไม่นึกว่าจะเก่งขนาดนี้

 

“จะทำไงได้ล่ะ ก็ยิงปืนเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำได้นี่นา แล้วก็ทำได้ดีด้วยนะ…เจ้าวัว ยิงปืนเป็นมั้ย”

 

คำถามนั้นทำให้ร่างบางหยุดชะงัก ก่อนที่รอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นอีกครายามคิดถึงเหตุการณ์บางอย่าง จนต้องหัวเราะ คิกคัก ออกมาอย่างห้ามไม่ได้ รีบอร์นมองท่าทางนั้นเงียบๆด้วยความสงสัย

 

“ฮ่ะฮ่ะ ไม่มีอะไรหรอก” เสียงหวานตอบขึ้นอย่างอารมณ์ดี เมื่อพบว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกำลังจับจ้องตนด้วยความประหลาดใจเพียงใด

 

“คือว่า…ตัวนายในอนาคตเป็นคนสอนฉันยิงปืนน่ะ”

 

ไพล่คิดไปถึงเหตุการณ์ที่รีบอร์นกับเขาทะเลาะกันแทบตายระหว่างฝึกซ้อม แต่ผลจากการฝึกก็ประสบความสำเร็จด้วยดี พร้อมกับตำแหน่งผู้พิทักษ์ที่ใช้ปืนเก่งเป็นอันดับหนึ่ง ถึงรีบอร์นจะเย็นชาอย่างไรแต่ก็ต้องยอมรับว่า เขาเป็นครูที่ดีจริงๆ

 

“นายอยากไปไหน”

 

ร่างบางก้มลงถามเด็กน้อยในอ้อมกอดด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มหันซ้ายขวาไม่หยุดหย่อนหลังจากที่ก้าวเข้ามาในเขตตัวเมือง ชุดเสื้อสกปรกมอมแมมเสียจนอยากจะซื้อเปลี่ยนให้อยู่รอมร่อ แต่ติดที่ว่าไม่ได้พกเงินมาเลยน่ะสิ หันไปมองร้านขายเสื้อผ้าเด็กเล็กยี่ห้อดังที่อยู่ตรงหน้าอย่างตัดใจ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มพนักงานคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่ตน

 

“อยู่ตรงนี้นะ”

 

ร่างบางวางร่างเล็กๆลงที่พื้นถนนด้วยความทะนุถนอมก่อนจะเดินเข้าไปพนักงานหนุ่มคนนั้น สักพักหนึ่ง ก็เดินกลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าเด็กที่เป็นชุดสูทสีดำสนิท รีบอร์นมองชุดสูทนั้นเงียบๆก่อนที่จะถูกร่างบางอุ้มเข้าไปในร้านขายเสื้อนั้น พนักงานชายเดินนำเข้าไปในส่วนของห้องอาบน้ำ ร่างบางแปลกใจเล็กๆที่มีอ่างน้ำอย่างดีวางอยู่กลางห้องน้ำนั้น

 

“เจ้านายชอบมาอาบน้ำที่นี่บ่อยๆน่ะครับ”

 

พนักงานตอบคำถามเมื่อเห็นร่างบางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจยามจ้องมองอ่างนั้น ชายหนุ่มเดินจากไปพร้อมกับประตูห้องน้ำที่ปิดลง ร่างเล็กหันมาถามแรมโบ้ด้วยความสงสัยอย่างปิดไว้ไม่อยู่

 

“ไม่มีเงินไม่ใช่เหรอ ทำยังไงถึงเข้ามาได้น่ะ”

 

“ก็แค่ใช้เสน่ห์เล็กๆน้อยๆ เอ้า! ถอดชุดออกสิ สกปรกจะแย่แล้วเนี่ย”

 

มือเรียวเอื้อมไปช่วยถอดชุดตัวเดียวออกจากร่างนุ่มนิ่ม ก่อนจะจับรีบอร์นแช่ในอ่างน้ำ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตนจะต้องมาเลี้ยงดูรีบอร์นในสภาพเด็กเล็กอย่างนี้ วักน้ำขึ้นมาถูแก้มใสที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควันเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มราวกับผิวเด็กจนต้องยิ้มน้อยๆออกมาด้วยความเอ็นดู

 

“ขอถามอะไรสักอย่างมั้ย” เสียงเล็กเอ่ยถามขึ้นอย่างผะแผ่ว ระหว่างที่มือเรียวบางกำลังขยี้แชมพูบนหัวตนด้วยความทะนุถนอม

 

“ได้สิ จะถามอะไรล่ะ”

 

“นายเป็นคนรักของตัวฉันในอนาคตรึเปล่า”

TBC.
..........................................

(//ก้มหัวหลบรองเท้า) นี่แกแต่งอะไรออกป๊ายยยยย

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊ายยยยยยยยยย~~~~

ป๋าน่ารัก น่ารักมากๆ โอ้กกก!!

รีบอร์นตอนเด็กช่างน่าเอ็นดู๊ น่าเอ็นดู

#1 By [ TOEY : Time : Think : Thing ] on 2009-10-20 11:26

ซึล ซึล ซึล โอ้ ซึลลลล ~

#2 By chuan.chuen on 2009-10-20 18:19