[S.Fic] Buon Compleanno -RL- 2/3 (ฟิควันเกิดที่ดีเลย์มากมาย)
posted on 27 Oct 2009 22:08 by seulki in RL[color=#80FF00]กลับมาแล้วค่า *ปาดเหงื่อ*
หลังจากแต่งแอนโธจบแล้วก็มาต่อเรื่องนี้ทันทีเลยค่ะ *ฮา*
ใช้เวลาในการเผาทั้งหมด 2 วัน มันสดอีกแล้ว =[]=
มีบางจุดที่ออกจะเบลอๆ เพ้อๆไปบ้างก็ขออภัยด้วยค่ะ
ps.รับประกันความโมเอะโดย SeulKi >O<b[/color]
..........................................................................
“นายเป็นคนรักของตัวฉันในอนาคตรึเปล่า”
คำถามนั้นทำให้ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไอเด็กนี่…มันจะเซ้นส์ดีเกินไปแล้ว
“อ่า…มันก็ไม่เชิงหรอกนะ” ได้แต่ตอบออกไปอย่างเบ่งรับเบ่งสู้ “จะว่ายังไงดีล่ะ เราไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กันมาก่อนเลยน่ะ”
ขยี้กลุ่มผมนุ่มสีรัตติกาลด้วยความทะนุถนอม ในใจเหม่อคิดไปถึงเรื่องของคนที่เขาจากมาแสนไกล จะว่าไป…เราก็เหมือนจะลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆไปแล้ว แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร
“ไม่เห็นจะเข้าใจ” เสียงเล็กพูดประท้วงขึ้น ร่างบางปัดความสงสัยในใจทิ้งทันที ก่อนจะเริ่มหันมาเล่าเรื่องให้เด็กน้อยตรงหน้าฟังด้วยความเอ็นดู
“ฉันมองตัวนายในอนาคตเป็นศัตรูมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ทุกๆครั้ง ทุกๆเวลาเมื่อมีโอกาส ฉันจะลอบทำร้ายนายเสมอ…”
เสียงเล่าหยุดชะงักไปด้วยความไม่แน่ใจว่า ควรจะเล่าให้เด็กน้อยตรงหน้าฟังดีรึเปล่า เรื่องพวกนี้มันไม่น่าฟังสำหรับเด็กอายุ 5 ขวบเท่าไหร่นักหรอกนะ
“งั้นนายก็เป็นศัตรูกับฉัน”
“เปล่าเลย…เราไม่ใช่ทั้งศัตรู ไม่ใช่ทั้งเพื่อน และไม่ใช่ทั้งคนรัก” เสียงหวานพูดออกมาอย่างแผ่วเบา
“งั้นก็เป็นพี่น้องสินะ”
คำกล่าวนั้นทำให้ร่างบางหลุดเสียง คิก ออกมาอย่างห้ามไม่ได้กับความไร้เดียงสานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนคงจะเป็นสิ่งที่รีบอร์นในอดีตไม่อาจจะเข้าใจ เป็นพี่น้องงั้นเหรอ…ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็คงจะพิลึกชอบกล
“ไม่ใช่หรอกนะ…ไม่ใช่…เราอยู่ด้วยกันก็จริง แต่เราก็ไม่ใช่พี่น้องกันหรอก”
“นายเป็นภรรยาของฉันงั้นสิ”
“ห๊า!”
หลุดเสียงอุทานอย่างแผ่วเบากับความคิดพิศดารนั้น แก้มขาวใสขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่ได้ บ้าชะมัด! ถูกรีบอร์นในอดีตพูดว่าเป็นภรรยานี่มันน่าอายยิ่งกว่าที่โดนรีบอร์นภาคปัจจุบันเยาะเย้ยเสียอีก
“อยู่ด้วยกัน…ก็เป็นครอบครัวไม่ใช่รึไง”
ถ้อยคำไร้เดียงสานั้น ราวกับน้ำทิพย์ชะโลมจิตใจให้ชุ่มฉ่ำไปด้วยความตื้นตัน…นั่นสินะ ทำไมเราถึงไม่เคยคิดในแง่นี้มาก่อนเลย ครอบครัวงั้นเหรอ…เรากับรีบอร์น…เป็นครอบครัวเดียวกัน ความสุขเอ่อล้นขึ้นในจิตใจที่เคยรวดร้าวพาลให้เผยรอยยิ้มบางออกมา บางทีการที่ได้พบกับรีบอร์นภาคอดีตที่นี่…อาจจะทำให้เรารู้อะไรเกี่ยวกับรีบอร์นมากขึ้น และเข้าใจรีบอร์นยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ก่อนที่ประโยคถัดไปของร่างเล็กจะทำให้ร่างบางนึกอยากฆาตกรรมเด็กขึ้นมาจับใจ
“อยู่ด้วยกันก็ต้องเป็นครอบครัวสิ เรื่องครอบครัว พ่อ แม่ ลูก น่ะฉันเรียนตั้งแต่ 1 ขวบแล้ว เจ้าวัวงี่เง่า”
บ้าชะมัด! อุตส่าห์หลงดีใจไป สุดท้ายแล้วนายมันก็กวนประสาทมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ รีบอร์น!
“ก็ได้ ก็ได้ ฉันกับนายในอนาคตเป็นคนรักกัน แล้วเราก็อยู่ด้วยกันที่บ้านของนาย พอใจแล้วสินะ?”
ร่างบางเอ่ยความจริงออกไปอย่างเหนื่อยอ่อน รู้สึกแย่ชะมัด ที่ต้องมายอมรับกับรีบอร์นในอดีตว่าในอนาคต เขากับมันจะเป็นคนรักกันในทางพฤตินัย แต่ก็อีกนั่นแหละ…จะว่ายังไงดีล่ะ ในเมื่อเขาไม่รู้ว่า อีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเป็นคนรักเหมือนอย่างที่เขากำลังคิดอยู่รึเปล่า
“ฮ่า! ทำไมตัวฉันในอนาคตนี่รสนิยมแย่จัง”
หนอย! ไอเด็กนี่! ร่างบางได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ เห็นว่าเป็นเด็กเลยไม่อยากรังแกหรอกนะ ทั้งๆที่โอกาสแก้แค้นมาอยู่ตรงหน้าแล้วเชียว แต่พอมองตาใสๆนั่นก็ทำใจดุกล่าวไม่ลงสักที ทั้งๆที่รู้ว่าพอโตขึ้นไปแล้ว เจ้านี่จะร้ายกาจขนาดไหน ทั้งชอบทำร้ายจิตใจ แถมยังเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น กว่าหมอนั่นจะยอมรับความรู้สึกกับเขาได้ก็เล่นเอาเสียน้ำตาไปหลายปีป แต่ผลที่ได้มันก็คุ้มค่าล่ะนะ
“ใช่แล้ว…นายรสนิยมแย่มากที่มาหลงรักคนอย่างฉัน ทีนี้ใครกันแน่ล่ะที่โง่”
มีโอกาสแล้วต้องเยาะเย้ยหมอนี่ให้ถึงที่สุด ไหนๆก็เถอะขอโอกาสแก้แค้นบ้างก็ไม่เลว แต่ก็คงลืมคิดไปว่า รีบอร์นเองก็ไม่ใช่เด็กที่จะอยู่เฉยเมื่อโดนเยาะเย้ย ไวเท่าความคิด เสียง กริ๊ก ก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกับคำขู่ที่ไม่สมกับตัวนั้น
“ฮ่า~อยากกินลูกตะกั่วมากสินะ”
ปืนคู่ใจถูกยกขึ้นมาจ่อคนตรงหน้าอีกครั้ง ทำให้ร่างบางได้แต่ตาค้างด้วยความตกใจ เขาถอดเสื้อผ้าออกไปหมดแล้วนี่นา แล้วมันเอามาจากไหนกัน? ทำหน้ามู่เล็กน้อยกับคำตอบที่ไม่ว่ายังไงก็คงไม่มีทางคิดได้นั้น ฝ่ามือบางยกขึ้นสองข้างเป็นสัญลักษณ์ว่ายอมแพ้ ร่างเล็กวางปืนไว้ข้างอ่างน้ำก่อนจะฮัมเพลงต่ออย่างสบายอารมณ์
“ถูสบู่สิ ทำอะไรอยู่ล่ะ”
ไอเด็กเอาแต่ใจเอ๊ย! อย่าให้รู้นะว่าใครทำไอเด็กนี่เสียนิสัยขนาดนี้ จะตามไปยิงไม่ยั้งเลย ร่างบางได้แต่คาดโทษคนเลี้ยงรีบอร์นอยู่ในใจ ก่อนจะถูสบู่ให้คนตรงหน้าต่ออย่างจำใจ ทำไมเราต้องมาเลี้ยงเจ้าบ้ารีบอร์นตอนเด็กด้วยเนี่ย บ้าที่สุดเลย!!!
กว่าที่แรมโบ้จะอาบน้ำให้เด็กชายนักฆ่าเสร็จก็ปาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง รีบอร์นในตอนนี้ถูกจับทาแป้งเด็กจนหอมฟุ้งพร้อมกับใส่สูทสีดำพอดีตัวสำหรับเด็ก ดูแล้วน่าเอ็นดูไม่เบาจนเกือบจะเหมือนกับรีบอร์นคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก ถ้าไม่ติดว่า เด็กนี่จะพูดจากวนประสาท เขาก็คงเชื่อว่าคือรีบอร์นตัวจริงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเรื่องที่เอะอะอะไรพ่อก็จะยิงลูกเดียวเนี่ยแหละ ที่เหมือนสุดๆ
“อยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่า”
หลังจากร่ำลาพนักงานหนุ่มใจดีในร้านขายเสื้อผ้าแล้ว ร่างบางก็เริ่มตั้งคำถามกับร่างเล็กในอ้อมกอดทันที กลิ่นแป้งเด้กที่ลอยฟุ้งออกมาจากเรือนร่างนั้นทำให้อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มคนในอ้อมกอดไปฟอดใหญ่เพราะความเอ็นดู เตรียมใจรับคำด่าว่าจากรีบอร์น แต่ผิดคาดเมื่อเด็กน้อยกลับยื่นแก้มอีกข้างมาให้ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“ข้างนี้ด้วยสิ”
ผิดปกติ! ผิดปกติเกินไปแล้ว! ร่างบางแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ ดวงตาสีเขียวมรกตมองคนตรงหน้าราวกับว่าเป็นรีบอร์นคนอื่นปลอมแปลงตัวมาก็ไม่ปาน คนเราตอนเด็กๆจะไร้เดียงสาได้ขนาดนี้เลยเหรอ ยิ่งถ้าคนๆนั้นคือ รีบอร์น ไม่น่าเชื่อเลยว่า เด็กนี่โตขึ้นไปแล้วจะกลายเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งไปได้
“มัวรออะไรอยู่ล่ะ…”
“หา? อ่ะ…”
จมูกโด่งรั้นกดลงกับแก้มใสอีกข้างด้วยความมึนงง กลิ่นหอมของผิวกายเด็กอบอวลอยู่ในประสาทสัมผัส ร่างบางผละกายออกห่างพร้อมกับแขนเล็กที่เอื้อมมาโอบรั้งรอบคอไว้ ก่อนจะอิงแอบกายเข้าซบ
“อุ่นจัง”
อบอุ่น…เหมือนกับฤดูใบไม้ผลิที่แสนสดใส
อ่อนโยน…จนพัดพาความหนาวเหน็บในหัวใจให้จางหายไป
อ่อนหวาน…จนทำให้หัวใจดวงน้อยโหยหาถึงคำว่า ครอบครัว
“ช่วยพาฉันไปที่ไหนก็ได้ที่มีแต่ความสุขที”
ร่างบางยิ้มรับคำขออันแสนเศร้าราวกับว่าไม่เคยพบพานความสุขนั้น พร้อมกับเอ่ยตอบแผ่วเบา
“อืม…ฉันจะพานายไปยังที่ที่นายจะได้พบกับความสุขเอง ไม่ต้องห่วงหรอก หลับซะนะ…เด็กดี”
เปลือกตาบางปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนที่รีบอร์นจะเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์อย่างเป็นสุข พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆบนริมฝีปาก ฤดูใบไม้ผลิอันแสนหวานกำลังจะเบ่งบานในใจของเด็กน้อยอย่างช้าๆ ช่างแตกต่างจากอีกตัวตนในอนาคตซึ่งกำลังเหน็บหนาวและร้อนรุ่มด้วยความกังวลใจเหลือเกิน
.
.
.
“หมายความว่ายังไงที่ว่า ไม่รู้”
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาพูดขึ้นอย่างเยียบเย็น ถึงแม้ว่าระดับโทนเสียงจะราบเรียบแต่ทุกคนในห้องต่างก็กำลังหวาดผวากับท่าทางของนักฆ่าอันดับหนึ่งซึ่งบัดนี้แฝงแววกดดัน บรรยากาศมาคุเยียบเย็นแผ่ขยายไปทั่วห้อง บ่งบอกว่าตอนนี้ รีบอร์นกำลังหงุดหงิดใจแค่ไหน โดยเฉพาะช่างประดิษฐ์อันดับหนึ่งของวองโกเล่ซึ่งกำลังโดนไล่เบี้ย จนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“อ่า…รีบอร์น ฉ…ฉันว่า…น…นายใจเย็น…ก่อนนะ…คุณจางนินี เขากลัว…หมดแล้ว…เห็นมั้ย”
สึนะโยชิ ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งบอสรุ่นที่ 10 แห่งวองโกเล่แฟมิลี่ยื่นมือเข้ามาห้ามทั้งที่ปากคอสั่นจนฟันกระทบกัน ไม่ใช่แค่คุณจางนินีคนเดียวเท่านั้นหรอกนะที่กลัว ผู้พิทักษ์ที่เหลือทุกคนต่างพากันถอยห่างไปให้ชิดประตูทางออกมากที่สุด เผื่อมีอะไรผิดพลาดแล้วที่ปรึกษาแฟมิลี่คนสำคัญเกิดยิงกราดไปทั่วห้องขึ้นมา เรียกได้ว่า เตรียมทางหนีทีไล่ไว้เป็นอย่างดี ทิ้งสึนะโยชิที่ยืนแข้งขาสั่นไว้คอยห้ามปรามอยู่ใกล้ๆ
อโหสิให้พวกผมด้วยเถอะครับ รุ่นที่ 10
“ไม่ต้องมาเจ๋อ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ก็หุบปากไปซะ”
คำกล่าวนั้น ทำให้ริมฝีปากบางของสึนะปิดสนิทลงทันทีราวกับระบบอัตโนมัติ ขอโทษด้วยนะครับ คุณจางนินี…ผมยังไม่อยากตายอ่า รีบอร์นเวลาโกรธน่ากลัวจะตายไป ใครเขาจะไปกล้าหือกับพ่อคุณ แม้แต่โกคุเทระเองก็ยังนิ่งเฉย ทั้งๆที่ปกติต้องออกมาโวยวายอะไรบ้างแล้ว
“เอาน่า เจ้าหนู…อย่าไปขู่คุณจางนินีเขามากเลยนะ เอ้า…ไหนลองเล่ามาสิว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”
ขอบคุณครับ คุณยามาโมโตะ สึนะแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อร่างสูงของเพื่อนสนิทดูจะเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน สังเกตได้จากการที่รีบอร์นเริ่มนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่พร้อมกับสายตากดดันช่างประดิษฐ์คนสำคัญให้พูดออกมาโดยเร็ว
“ผม…ไม่รู้ครับ ว่าพวกศัตรูเข้ามาตอนไหน…อ…อาจจะเป็นตอนที่ผมกำลังนั่งประดิษฐ์…”
“ฉันไม่ต้องการฟังเรื่องไร้สาระพวกนั้น”
เสียงทุ้มพูดขัดขึ้นอย่างเยียบเย็น อาจจะดูเป็นการเสียมารยาท หากแต่ตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องการกลับมีเพียงเรื่องเดียว
“เอาไอวัวโง่กลับมาให้ได้ ไม่งั้นแกดับไปจากโลกนี้ก่อนที่จะได้ขอความเมตตาแน่ๆ ฉันให้เวลาแกถึงพรุ่งนี้ ไปจัดการมาซะ”
กล่าวจบ ร่างสูงสง่าก็ลุกขึ้นยืนเดินตัวปลิวออกไปจากห้อง ทิ้งช่างประดิษฐ์คนสำคัญซึ่งล้มลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรงทันทีโดยมีสึนะโยชิกับผู้พิทักษ์ที่เหลือช่วยประคองเอาไว้ ถ้าหากว่าพรุ่งนี้ ผู้พิทักษ์อัสนีไม่กลับมา คฤหาสน์วองโกเล่มีหวังได้ระเบิดเป็นจุณแน่
โธ่! คนอื่นก็มีตั้งเยอะแยะทำไมต้องเป็นคนรักของคุณรีบอร์นที่แสนน่ากลัวนี่ด้วยนะ จางนินีได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ มืออวบอ้วนที่สั่นระริกกำบาซูก้าทศวรรษเอาไว้อย่างหมายมั่น
ถ้าคุณแรมโบ้กลับมาไม่ได้…ชีวิตเขาคงไม่เหลือซากแน่…ถึงตาย คุณแรมโบ้ก็ต้องกลับมา!
………………………………………….
รถออดี้สีดำสนิทแล่นฝ่าความมืดไปตามเส้นทางสู่ชานเมือง หมู่บ้านวองโกเล่ที่เงียบสงบห่างไกลจากตัวเมืองเล็กน้อยเป็นสถานที่ซึ่งรีบอร์นเลือกเป็นที่พักพิง ร่างสูงดับเครื่องยนต์ก่อนจะก้าวเดินลงจากรถอย่างเชื่องช้า สายลมแรงหอบเอากลิ่นหอมของดอกกุหลาบลอยล่องมาปะทะกับโสตสัมผัส กลิ่นดอกไม้ที่เขาคุ้นชินกับมัน กลิ่นดอกไม้ที่ใครบางคนเป็นผู้ดูแลทะนุถนอมบำรุง
ไม่อยากจะคิดว่า…ดอกไม้พวกนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อไม่มีร่างบางมาดูแลมันเช่นเคย เพราะเขาเองแทบไม่มีเวลาว่างที่จะมาใส่ใจ ดอกไม้พวกนี้ไอวัวโง่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเอามาปลูกเองทั้งนั้น
เผลอลอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ระหว่างที่เดินผ่านห้องครัวไปนั้นกลับนึกขึ้นได้ว่า ตนยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า เปิดตู้เย็นออกมา…พบแต่พวกผักและเนื้อสัตว์เต็มไปหมด หันไปมองตรงด้านข้างกลับพบแต่กล่องนมแช่เอาไว้จนเต็ม ตรงช่องฟรีซมีสปาเกตตี้อยู่ห่อนึง พร้อมกับข้อความ
‘เอาไว้กินตอนฉันไม่อยู่นะ อย่ากลับดึกมากนักล่ะ ฉันเป็นห่วง รัก…L’
กัดริมฝีปากตนเองเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจคว้าสปาเก๊ตตี้กล่องนั้นและนมวัวขึ้นมา เอาเข้าไมโครเวฟจนถึงเวลาที่กำหนด ส้อมเงินวาววับพันเส้นสปาเก๊ตตี้นั้นก่อนจะค่อยๆเอาเข้าปากอย่างช้าๆ รสชาติของซอสแบบที่เขาชื่นชอบแผ่กระจายไปทั่วจนต้องเผลอยิ้มออกมา ไม่ว่าเมื่อไหร่เจ้าวัวนั่นก็ยังเอาใจใส่เขาเสมอ
ทิ้งกล่องเปล่าลงถังขยะก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นห้องนอนไป…เจ้ากิ้งก่าตัวน้อยเดินมารับเขาทันทีที่กลับมาถึง รีบอร์นอุ้มเลออนซึ่งกำลังทำจมูกฟุตฟิตราวกับกำลังมองหาใครบางคนที่ควรจะกลับมาด้วยกันเอาไว้ในอ้อมกอด ร่างสูงหรี่ตาลงเล็กน้อยยามมองท่าทางนั้น ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา
“เจ้านั่น คงจะไม่กลับมา…อีกสักพัก”
ราวกับว่าเลออนจะเข้าใจถึงความหมายของคำพูดนั้น…เจ้ากิ้งก่าตัวน้อยเลียมือของเขาราวกับจะปลอบใจ ร่างสูงพาเลออนกลับไปยังกรงของมัน ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออกก้าวเข้าไปในห้องอาบน้ำ เม้มริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อพบว่า มีเพียงตนอยู่ลำพังในห้องอาบน้ำนั้น
ให้ตายเหอะ! ฉันหยุดคิดถึงแกไม่ได้เลย ไอวัวงี่เง่า
ได้แต่ขมวดคิ้วมากยิ่งขึ้น เมื่อพบว่า ร่างบางกำลังมีอิทธิพลกับความคิดของเขามากเกินไปเสียแล้ว
ร่างสูงเปิดฝักบัวช้าๆให้น้ำไหลผ่านชำระกายแต่ไม่อาจชะล้างจิตใจที่เหน็บหนาวออกไปได้เลย รู้สึกราวกับว่าฤดูหนาวในวัยเยาว์กำลังจะหวนคืนมาอีกครั้ง คิ้วเข้มขมวดมุ่นขึ้นราวกับว่ากำลังนึกอะไรบางอย่างออก แม้จะเลือนลาง ความทรงจำที่ปิดตายไปตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ความทรงจำในวัยเด็ก…แล้วก็เรื่องของใครคนนั้น…
.
.
.
“นี่ที่ไหนน่ะ”
ร่างเล็กในอ้อมกอดเอ่ยถามขึ้นด้วยความงุนงง ภาพตรงหน้าราวกับแสงสีตระการตาในเมืองใหญ่ เสียงเอะอะของผู้คนผ่านเข้ามาในโสตประสาท มีแต่คนรักและครอบครัวเดินจับมือกันเต็มไปหมด แม้จะบางตาด้วยเพราะเป็นเวลากลางคืนแต่ก็ยังคงบรรยากาศของความอบอุ่นไว้ได้เป็นอย่างดี
เครื่องเล่นน้อยใหญ่มากมายมองเห็นได้แม้จากที่ไกลๆด้วยเพราะแสงสีอันละลานตา ร่างบางพาร่างเล็กเดินลัดเลาะเข้าไปที่ช่องจ่ายตั๋ว พนักงานสาวมองหน้าคนตรงหน้าแล้วหันมามองร่างเล็กในอ้อมกอดก่อนจะยกยิ้มขึ้นด้วยความเอ็นดู
“พาน้องชายมาเที่ยวเหรอค่ะ”
“ฮ่ะฮ่ะ ก็ประมาณนั้นล่ะครับ”
ว่าแล้วก็หันไปล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงของตนเอง ก่อนจะใจหายวาบเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ตนไม่มีเงินติดตัวมาเลย หน้าตาซีดเซียวนั้นทำให้พนักงานสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอายังไงล่ะทีนี้…แรมโบ้
“ฉันไม่ใช่น้องชายซะหน่อย แต่เป็นสามีต่างหากล่ะ”
อยู่ดีๆเด็กน้อยในอ้อมกอดก็พูดขึ้น ร่างบางหน้าแดงวาบทันทีกับคำกล่าวนั้น ต่างจากพนักงานสาวที่หัวเราะคิกๆ ด้วยความชอบใจ มือเรียววางร่างเล็กลงบนเคาน์เตอร์นั้นก่อนจะเริ่มควานหาเศษเหรียญไปทั่วกระเป๋าด้วยความร้อนใจ โธ่…มันต้องมีบ้างสิน่า
นับว่ายังดีที่ไม่มีคนต่อท้าย…ไม่งั้นเขาคงโดนด่าเปิดเปิง
ส่วนรีบอร์นน่ะเหรอ ไอเด็กนั่นหันไปคุยเล่นกับพนักงานสาวหน้าตาเฉย แถมยังยอมให้จับแก้มเล่นอีกต่างหาก
เจ้าชู้แต่เด็กเลยนะแก…ได้แต่คาดโทษเด็กน้อยอยู่ในใจ จนกระทั่งพนักงานสาวพูดขึ้นมา
“ลืมเอาเงินมาเหรอค่ะ”
“อ่า…แหะ แหะ ก็ประมาณนั้นล่ะครับ”
น่าอายชะมัดเลย!
“อ๊ะ…เห็นแก่ความน่ารักของรีบอร์นจัง คราวนี้ฉันเลี้ยงเองนะค่ะ…”
“อ่า…จะดีเหรอครับ”
รู้สึกเกรงใจหญิงสาวตรงหน้าชอบกล ความจริงแล้วเขาคิดว่า ตัวเองรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวคนนี้ชอบกล แต่นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอกันที่ไหนมา
ก่อน จะว่าไป…พนักงานคนนี้ก็ดูสวยดี…อันที่จริงก็สวยมากอยู่ เรือนผมสีดำสนิทเป็นลอนสวยทิ้งตัวลงอย่างนุ่มนวลคลอเคลียสะโพกมน ดวงตาสีเขียวมรกตกลมโตกับรอยยิ้มงดงามราวกับนางฟ้า
อะไรบางอย่างกำลังทำให้เขารู้สึกราวกับว่า ผูกพันธ์กับหญิงสาวคนนี้มานานแสนนานเกินกว่าที่ตนเองจะรับรู้
“ต้องดีสิค่ะ” รอยยิ้มน่ารักถูกส่งมาให้เขาอีกครั้ง
“ถามหน่อยได้มั้ยค่ะ ว่าคุณชื่ออะไร ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า เอ่อ…ถ้าพูดออกไปแล้วอย่าโกรธกันนะค่ะ”
“ฮ่ะฮ่ะ ได้เลยครับ ผมไม่โกรธหรอก”
ถ้าหากว่าเป็นเรื่องเดียวกับที่เขาคิดไว้ในใจ…
“เหมือนกับว่า…ฉันกับคุณผูกพันธ์กันมานาน ไม่รู้สิค่ะ มันบอกไม่ถูก อ๊ะ! แต่ไม่ใช่ในทางชู้สาวนะค่ะ อย่าเข้าใจผิด”
รีบเอ่ยต่ออย่างลนลานเมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งเงียบไป แรมโบ้ยิ้มน้อยๆกับท่าทางนั้นก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ไม่หรอกครับ…เพราะผมเองก็รู้สึกเหมือนกัน” อุ้มรีบอร์นไว้ในอ้อมกอดก่อนจะเอ่ยต่ออย่างอ่อนโยน
“ผมชื่อ แรมโบ้ ครับ ขอบคุณมากเลยนะครับที่เลี้ยงผม ผมจะไม่มีวันลืมเลย”
โค้งศีรษะน้อยๆราวกับเอ่ยคำลา ก่อนจะตัดใจเดินก้าวจากมาโดยมีหญิงสาวตะโกนมาจากเบื้องหลัง
“คุณแรมโบ้ค่ะ ถ้าฉันมีลูก…ฉันขออนุญาตตั้งชื่อลูกตามคุณได้มั้ยค่ะ”
“ได้เลยครับ ผมไม่รังเกียจอยู่แล้ว”
ตะโกนตอบกลับไป ใบหน้านั้นจะเปื้อนยิ้มร่าเริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แม้ว่าจะต้องข่มใจอย่างมากในการพยายามวิ่งเข้าไปสวมกอดเธอก็ตามที
“ผู้หญิงคนนั้น…เหมือนกับนายเลยนะ”
ร่างเล็กเอ่ยปากแสดงความเห็นเมื่อร่างบางเริ่มก้าวเดินตามทางเดินซึ่งทอดยาวไปสู่เครื่องเล่นหลากสีพวกนั้น
“ก็แน่ล่ะ…เธอเป็นแม่ของฉันนี่” คำกล่าวนั้น ทำให้รีบอร์นหันมามองหน้าคนพูดเล็กน้อย
“ว้าว จริงสิ น่าตื่นเต้นชะมัดเลย แล้วตอนนี้แม่นายไปไหนล่ะ” คำถามนั้นทำให้ร่างบางหน้าตาหม่นหมองลง
“เสียไปตั้งแต่ฉันเกิดแล้วล่ะ ฉันได้ข่าวมาว่า ร่างกายท่านอ่อนแอมากเพราะท้องฉันตอนอายุค่อนข้างมาก ประกอบกับตอนนั้นที่แฟมิลี่โดนบุก บอสเป็นคนพาฉันหนีออกมา แต่ฉันก็เสียทั้งพ่อทั้งแม่ไปเลยน่ะ”
ร่างบางยิ้มออกมาด้วยความเศร้า บรรยากาศเงียบสนิทปกคลุมคนทั้งสองก่อนที่ร่างเล็กจะเอ่ยคำถามที่ทำให้ร่างบางชะงักน้อยๆด้วยความประหลาดใจ
“แล้วนายไม่คิดจะเตือนแม่นายเลยหรือไง”
“ฉันก็คงได้โดนท่านว่าว่าประสาทน่ะสิ อีกอย่างนึงนะ…ฉันไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอดีตอะไรเลย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว…บอสก็คงไม่เลี้ยงฉันมา ไม่พาฉันไปไหนต่อไหน…แล้วก็ไม่ได้พบ…นาย”
เผยยิ้มอ่อนโยนออกมาจนคนมองยิ้มตาม เหมือนจริงๆล่ะนะ…โดยเฉพาะรอยยิ้มที่งดงามราวกับฤดูใบไม้ผลินี้
“แล้วตกลงที่นี่มันที่ไหนกัน”
“อ๊ะ! อะไรกัน นี่นายไม่รู้จักสวนสนุกหรอกเหรอ”
ร่างบางได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไอเด็กนี่…โตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหนกันแน่นะ
“ต้องรู้จักด้วยเหรอไง”
“แน่นอนสิ” ยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยเสียงอันดัง
“เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลกยังไงล่ะ”
TBC.
............................................................
[color=#80FF00]แม่แรมโบ้โผล่มาจากความเพ้อชั่ววูบของซึลล้วนๆ OTZ
ฉากหอมแก้มก้เพ้อล้วนๆเหมือนกัน อ่า...แก้มรีบอร์นมันน่าหอมจริงๆนะเออ ซึลแบบว่า ชอบเด็กตัวเล้กๆน่ะ *เอานิ้วจิ้มกัน*
รักคนอ่าน บูชาคนเม้น >O< เม้นมีน้อยใช้สอยอย่างประหยัด
เข้ามาอ่านแล้ว อย่าลืมคอมเม้นให้วึลด้วยนะค่ะ T^T จะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขค่ะ
p.s.เจอคำผิดบอกด้วยนะค่ะ (บ่งบอกเลยว่าเผามากมาย) [/color]

เท่าที่อ่าน สำนวนภาษาดีใช้ได้เลยนะคะ
แล้วก็สนุกดี ไม่สั้นเกินด้วย
ฟิคสั้นๆอ่านแปปเดียวจบบางทียังไม่ทันอินกับเรื่องเลย -0-
ขอแอดไว้นะคะ
เดี๋ยวว่างๆจะมาอ่านฟิคก่อนๆค่ะ
#1 By Asakura Yuki on 2009-10-28 18:49