[S.Fic] Buon Compleanno -RL- END!! จบซะที
posted on 07 Nov 2009 01:04 by seulki in RL
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะค่ะ >O<
ดีใจมากๆเลย ในที่สุดมันก็จบแล้ว *จุดพลุ*
Warning : เผาและอนาถกว่า 2 พาร์ทที่ผ่านมา =[]=!!
ไม่พูดพร่ำทำเพลง....ไปอ่านกันเลยค่า
p.s.ซึลต้องฝึกงานล่ะค่า อาจจะไม่มีเวลามาแต่งเยอะเหมือนเดิม OTZ
.........................................................................
“เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลกยังไงล่ะ”
ดวงตาสีเขียวมรกตหรี่ลงเมื่อเห็นร่างเล็กตรงหน้ายังคงนิ่งเฉยราวกับว่าไม่เชื่อเสียอย่างนั้น
“อย่าบอกนะ ว่านายไม่เคยมาสวนสนุก” เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงในขณะที่ร่างเล็กเบือนหน้าหนีแทบจะทันทีก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“จะเคยมาได้ยังไง ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็จับปืนแล้ว ความสุขคืออะไร ฉันไม่รู้หรอก”
เสียงนั้น…ช่างเจ็บปวดจนน่าใจหาย ทั้งๆที่วัยนี้น่าจะเป็นวัยที่มีความสุขมากแท้ๆ แต่คนตรงหน้าเขากลับไม่รู้ว่า ความสุขคืออะไร ไม่แปลกเลยที่รีบอร์นจะกลายเป็นผู้ชายที่เย็นชาได้ถึงขนาดนั้น
“แต่เพราะนายเป็นคนรักของฉันในอนาคต…ช่วยสอนให้รู้ทีสิ…” ปลายเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เรียกให้ดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยไหววูบ
“…ความสุข…ของการมีชีวิตอยู่น่ะ”
“อืม…ฉันจะทำให้นายมีความสุขเอง ไม่ต้องห่วงหรอก”
เสียงหวานเอ่ยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน ร่างเล็กซบหน้าลงกับอกนั้น…บางทีนี่อาจจะเป็นความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้จากใคร และตัวเขาเองในอนาคตก็คงต้องหลงรักความอ่อนโยนนี้ด้วยเช่นกัน
“อ๊ะ! เราไปเล่นอันนั้นกันเถอะ”
มือเรียวชี้ให้ดูม้าหมุนสีสันสดใส ซึ่งกำลังหมุนไปรอบอย่างร่าเริง แสงไฟพราวระยับที่ติดอยู่รายล้อมและความน่ารักของครอบครัวที่พากันจูงมือมาที่นี่ ยิ่งขับให้บรรยากาศนั้นอบอุ่นมากขึ้นเป็นเท่าทวีจนร่างเล็กยิ้มออกมาในที่สุด แรมโบ้ไม่รอช้ารีบยื่นบัตรพิเศษไปให้พนักงาน เลือกม้าตัวสีดำอ้วนพีก่อนจะวางรีบอร์นลงบนม้าตัวนั้น
“ไม่มาเล่นด้วยกันเหรอ”
เสียงเล็กๆเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่า ร่างบางกำลังทำท่าจะผละออกไป มือเล็กรั้งแขนเสื้อเชิ๊ตลายวัวไว้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนชนิดที่คนฟังไม่อาจปฏิเสธ
“นั่งด้วยกันหน่อยสิ”
น่าอายชะมัด! ร่างบางคิดขณะที่ปีนขึ้นไปนั่งบนม้าหมุน รีบอร์นยังคงอยู่ในอ้อมแขนเหมือนเคย พนักงานค่อยๆบังคับให้ม้าหมุนไปอย่างช้าๆ แก้มใสแดงวาบขึ้นเมื่อรับรู้ว่า ตนกำลังเป็นจุดสนใจมากเพียงใด แหงล่ะ! ผู้ใหญ่นั่งบนม้าหมุนกับเด็กน้อยในอ้อมกอด คิดยังไง ไอหมอนี่ก็เหมือนลูกเขาชัดๆ
แต่แล้วความอับอายในใจกลับจางหายลงไปแทบทันที เมื่อเห็นว่า รีบอร์นในอ้อมแขนกำลังยิ้ม…ยิ้มแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะมันช่างสดชื่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แรมโบ้รู้ดีว่า สิ่งที่เขาทำมันก็คุ้มค่ามากพอแล้ว
ขอเพียงให้นายมีความสุข…ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ
มองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ลูบเรือนผมสีดำขลับนั้นแผ่วเบา ปล่อยใจล่องลอยไปกับจังหวะการหมุนอย่างเป็นสุข
เป็นเด็กนี่…ดีจริงๆเลยนะ
.
.
.
“จะไปไหนอีกเหรอ”
ร่างเล็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง แก้มใสขึ้นสีอมชมพูเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะเป็นนักฆ่า…แต่เด็กน้อยก็ยังคงเป็นแค่เด็กไร้เดียงสาอยู่ดี ร่างบางวางคนตรงหน้าลงกับพื้นช้าๆ เริ่มรู้สึกเมื่อยแขนขึ้นมาบ้างแล้ว มือเรียวเกาะเกี่ยวมือเล็กจับจูงไปตามทางเดิน
“ไปบ้านผีสิงกันดีมั้ย” เสียงหวานเอ่ยปากชวน แต่รีบอร์นกลับส่ายหน้าออกมา “ไม่เอาหรอก ฉันไม่กลัวผีซะหน่อย”
“อ่า…งั้นไปนั่งรถไฟกัน…”
“อยากนั่งอันนั้น…”
ดวงตากลมโตมองตาที่มือนั้นชี้ไปก็พบกับสิ่งเดียวที่ดูจะโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด…ชิงช้าสวรรค์
“อยากนั่งชิงช้าสวรรค์เหรอ”
พยักหน้าอย่างแผ่วเบา เมื่อความทรงจำบางอย่างลอยเข้ามาในห้วงคิดให้วงหน้าหวานขึ้นสีแดงก่ำจนคนมองสงสัย
“เป็นอะไรไปน่ะ?” รีบอร์นน้อยเอ่ยถาม เมื่อคนตรงหน้าเริ่มจะหน้าแดงอย่างไม่มีสาเหตุ
“ไม่มีอะไรหรอก”
จะบอกได้ยังไงหล่ะ ว่าตัวหมอนี่ในอนาคตกับเขาเคยจูบกันบนชิงช้าสวรรค์แบบนั้น น่าอายจะตายไป ฝีเท้าที่กำลังเดินหยุดชะงักเมื่อความจริงอะไรบางอย่างกำลังไหลบ่าเข้ามาในห้วงคิดราวกับสายน้ำ
เป็นเพราะว่าได้เจอกับรีบอร์นในอดีต เขาจึงหลงลืมไป…
เราไม่ใช่คนของโลกนี้ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่กลับไปยังอนาคต ไปยังที่ที่มีรีบอร์น…ไปยังที่ที่เขาจากมา!
หัวใจเริ่มร้อนรนด้วยความสับสน นี่ไม่ใช่การย้อนเวลาแบบธรรมดา จะทำยังไง…จะกลับไปยังอนาคตได้ยังไงกันในเมื่อที่นี่ ไม่มีแม้แต่บาซูก้าทศวรรษเลยด้วยซ้ำ
ท่าทางที่นิ่งงันไปนั้นทำให้ร่างเล็กต้องเอ่ยย้ำถามอีกครั้ง
“เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ…เจ้าวัว”
“ฉ…ฉัน…”
พูดตะกุกตะกักด้วยความร้อนรน ดวงตาสีเขียวมรกตสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่โต ก่อนจะบอกตัวเองว่า ทำไม่ได้! เขาไม่อาจทำร้ายจิตใจของคนตรงหน้าด้วยการบอกว่า อยากกลับไปที่อนาคตได้จริงๆ ในเมื่อตอนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือ รีบอร์น เช่นกัน เพียงแต่เป็นรีบอร์นในวัยเด็กที่เปลี่ยวเหงาและแสนเศร้า จนไม่อาจตัดใจทิ้งลงไปได้จริงๆ
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่กลัวความสูงนิดหน่อยน่ะ ฮ่ะฮ่ะ”
หัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นทันที ร่างเล็กไม่พูดอะไรแต่กลับกุมมือนั้นไว้แน่นราวกับจะปลอบใจ ความอบอุ่นของมือเด็กทารกถูกถ่ายทอดผ่านเข้ามา ปลอบโยนจิตใจให้สงบลง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด…แรมโบ้ได้แต่บอกตัวเองเช่นนั้น ยามมุ่งหน้าไปสู้ชิงช้าสวรรค์ที่อาจจะกลายเป็นความทรงจำครั้งแรกและสุดท้ายอันแสนงดงาม
……………………………………………………………………………….
นอนไม่หลับ!
ร่างสูงพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย เตียงขนาดคิงไซส์ในค่ำคืนนี้ดูจะกว้างขึ้นไปถนัดใจยามไม่มีใครบางคนอยู่เคียงข้าง เพียงแค่วันเดียวก็เป็นถึงขนาดนี้แล้ว…อย่าปล่อยให้ฉันรอนานนักสิ ไอวัวงี่เง่า
เผลอถอนหายใจขึ้นมาอีกครา และขณะที่กำลังจะหลับตาลงเพราะความเหนื่อยล้านั้นเอง
กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กดังฝ่าความเงียบงันเข้ามาในโสตประสาทของร่างสูง ดึกดื่นป่านนี้ใครโทรมา ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญล่ะก็ พ่อจะยิ้งไม่เลี้ยง
“มีอะไร”
เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์อย่างเสียไม่ได้ เสียงทุ้มกระชากใส่หูโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด มีไม่กี่คนหรอกที่จะรู้เบอร์บ้านของเขาและกล้าโทรมารบกวนในยามวิกาลเช่นนี้
“คุณรีบอร์นเหรอครับ นี่ผมเอง…จางนินี ผมหาวิธีพาคุณแรมโบ้กลับมาได้แล้วครับ!”
“อยู่ที่นั่นแหละ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะไปถึง” วางสายลงทันทีด้วยความรีบร้อน รอยยิ้มน้อยๆประดับขึ้นที่ริมฝีปากบางหากไม่สังเกตดีๆก็คงจะไม่มีทางเห็น
กลับมาแล้ว แกเจอดีแน่…ไอวัวโง่
…………………………………………………………………………………….
“ว้าวว สวยจังเลย~ นายดูสิ”
เสียงหวานร้องบอกอย่างตื่นเต้น หันซ้ายขวาอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ขึ้นมาที่นี่ รีบอร์นเองก็มองวิวทิวทัศน์ด้วยความชอบใจไม่แพ้กัน เป็นครั้งแรกที่จะออกมาข้างนอกแล้วเห็นสิ่งสวยงามอย่างนี้ได้ คุ้มค่าจริงๆที่ได้ออกมา ร่างเล็กคิดอย่างสบายใจ
“มีความสุขมั้ย”
อยู่ดีๆแรมโบ้ก็ถามขึ้น เด็กน้อยละความสนใจจากวิวทิวทัศน์มามองหน้าคนถามทันทีก่อนจะพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา
“อืม…”
“ก็ดีแล้ว ฉันอยากให้นายยิ้มนะ รู้มั้ย…ตัวนายในอนาคตน่ะ ไม่ค่อยยิ้มเลย” คำกล่าวนั้น ทำให้เด็กน้อยหันมามองหน้าผู้พูดด้วยความสนใจ
“เล่าเรื่องตัวฉันในอนาคตให้ฟังหน่อยสิ”
“ฮ่ะฮ่ะ…ตัวนายในอนาคตน่ะเก่งมากเลย เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ แล้วก็ชำนาญการใช้ปืนมากที่สุด…นิสัยของนายก็ทั้งเย็นชา ทั้งหยิ่งทระนง เอาใจใครไม่เป็น ปากเสีย ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมยังชอบทำร้ายจิตใจฉันอีกต่างหาก”
หันไปมองร่างเล็กตรงหน้าที่ขมวดคิ้วก็รู้ตัวว่าได้พูดเกินไปเสียแล้ว
“อ่า…เอ่อ…มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว บางมุมนายก็อ่อนโยน แล้วก็เอาใจใส่ฉันแบบที่ฉันคาดไม่ถึง ถึงนายจะเย็นชาแต่บางครั้งนายก็เป็นห่วงฉัน เวลาฉันมีอันตรายนายก็จะไปช่วย ถึงจะด่าฉันตอนท้ายแต่นายก็เป็นคนดีคนนึงเลยนะ”
“อ่อ…ฉันก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว”
ไอเด็กนี่! ไม่น่าชมมันเลยจริงๆ หลงตัวเองยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้นจริงๆ แต่หมอนี่ก็มีดีให้หลงจริงๆน่ะแหละ
“นี่ ฉันเล่านายให้ฉันมั่งสิ ทำไมนายถึงจับปืนตั้งแต่เด็กๆ แล้วพ่อแม่นายหล่ะ…” ร่างบางเอ่ยถามขึ้นบ้าง รีบอร์นเสมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาแผ่วเบา
“ไม่มีหรอก…ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็มาอยู่ที่วองโกเล่แล้ว ที่ยิงปืนเป็นก็เพราะมันเป็นการเอาชีวิตรอดในโลกของมาเฟียไม่ใช่รึไง ไม่มีที่อยู่ให้พวกอ่อนแอหรอก ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอ…แต่เป็นอะไรมากกว่านั้น แน่นอนว่า การยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดคือความฝันของฉัน แต่มันก็มีบ้างที่ว่าฉัน
จะ…”
ประโยคยาวๆนั้นหยุดชะงักไป วูบหนึ่งที่คนตรงหน้าดูราวกับว่า จะกลับไปเป็นเพียงแค่เด็กธรรมดาอีกครั้ง
“แต่มันก็มีบ้างที่ฉันจะ…รู้สึกเหงา” ท้ายประโยคนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันก็เลยหนีออกมาสูดอากาสข้างนอกบ้าง จนมาเจอนาย แค่นั้นแหละ”
“ฮ่ะฮ่ะ…ดีนะเนี่ย ที่ไม่เจอศัตรู” ร่างบางยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยถามอีกประโยคที่ทำให้คนตรงหน้าชะงักไป
“แล้วทำไมต้องออกมาวันนี้ด้วยหล่ะ ที่จริงแล้ววันนี้เป็นวันเกิดนายไม่ใช่รึไง”
“รู้ได้ไงน่ะ…ท่าทางว่านายจะเป็นคนรักของฉันจริงๆสินะ”
แล้วที่พูดมาตั้งแต่แรกนั่น มันไม่เชื่อรึไง! แรมโบ้แทบอยากจะโยนเด็กนี่ลงจากชิงช้าสวรรค์ด้วยความหมั่นไส้
“ฉันก็แค่ไม่อยากจะบอกใคร เพราะฉันไม่อยากมีอะไรให้ผูกพันธ์ ถ้ามีสิ่งสำคัญน่ะ มันน่ากลัวจะตายไป”
น่ากลัวงั้นเหรอ…จะว่าไปเขาก็เคยได้ยินรีบอร์นพูดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเข้าใจนัก บางทีความน่ากลัวนั้น เจ้าตัวคนเดียวเท่านั้นกระมังที่จะเข้าใจ เป็นเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่อยากมีพันธะกับใคร…แต่เขาก็ก้าวข้ามผ่านเส้นนั้นมาแล้วจนได้อยู่เคียงข้างกับรีบอร์น
“อ๊ะ! อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดมั้ย…”
เปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าบรรยากาศแทบจะหม่นหมองลงไปทุกที ร่างเล็กส่ายหน้าวืด “ฉันก็ได้แล้วนี่ไง…”
“หืม?อะไรของนายน่ะ” ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยความมึนงงจนคนมองอ่อนใจ
“โง่จัง…นี่นายเป็นคนรักของฉันจริงๆเหรอเนี่ย ตัวฉันในอนาคตนี่รสนิยมแปลกชะมัด”
“ห๊ะ! ถึงจะรสนิยมแปลกแต่นายก็รักฉันก็แล้วกัน”
ท่าทางที่พูดด้วยความั่นใจ ทำให้รีบอร์นเบ้ปากออกมา “วัวปัญญาอ่อน”
“เชอะ! ปากคอเราะร้ายตั้งแต่เด็กเลยนะ ไม่น่าล่ะ นายถึงโตมาแบบนั้น”
ทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ…รีบอร์นตอนเด็กนี่มันกวนประสาทชะมัด แต่กลับน่ารักไร้เดียงสาจนชวนให้อยู่ใกล้ๆ คงจะดีถ้าหากว่า อยู่ด้วยกันไปอย่างนี้ แต่ว่าเขาก็คิดถึงรีบอร์นตอนโตเหมือนกัน…แล้วหมอนั่นล่ะ จะคิดถึงเขาเหมือนที่เขากำลังคิดถึงอยู่รึเปล่า
ห้วงความคิดที่เหม่อลอยสับสนไปไกล ถูกดึงกลับเข้ามาด้วยเสียงเล็กๆนั่นอีกครั้ง
“แล้วนาย…ไม่กลับไปโลกอนาคตแล้วเหรอ”
“ฉันไม่รู้วิธีกลับไปน่ะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ…” น้ำเสียงปลุกปลอบอันแผ่วเบานั้นทำให้ร่างบางหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความรู้สึกดี
“ถ้าหากว่า…นายเป็นคนสำคัญของตัวฉันในอนาคตจริง ฉันคงไม่อยู่เฉยๆหรอก ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้นายกลับไป เชื่อมั้ยล่ะ”
หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื้นตันใจ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่รีบอร์นก็ทำให้เขารู้สึกสุขใจได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
“เชื่อสิ เพราะว่าเป็นนาย ฉันก็เลยเชื่อเช่นนั้นแล้วก็เชื่อตลอดมา….”
มือเรียวยกร่างเล็กขึ้นแนบอก แนบแก้มลงกับผิวแก้มใสบอบบางของเด็กทารกอย่างแผ่วเบาด้วยความโหยหา จมูกโด่งกดลงกับแก้มนั้นอย่างแผ่วเบา…ถ้าเป็นรีบอร์นปกติเขาคงทำอย่างนี้ไม่ได้แน่ๆแต่ไม่รู้ทำไม จึงรู้สึกใจหายจนชวนให้อยากยกร่างนี้ขึ้นมาแนบชิด ราวกับว่า…
“นายกำลังจะหายไป”
น้ำเสียงตกตะลึงของคนตรงหน้าทำให้เขาต้องรีบก้มลงมองตัวเองอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันที่ปกคลุมรอบกายกับเนื้อตัวที่เริ่มจางลงกำลังบ่งบอกว่า มันกำลังจะเกิดขึ้น….ร่างบางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำที่อยากบอกมาแสนนาน
“รีบอร์น…สุขสันต์วันเกิด…เติบโตขึ้นเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งให้ได้นะ แล้วฉันจะรอ…”
ราวกับประโยคบอกลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างบางจะจางหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงแค่เด็กน้อยที่นั่งอยู่เพียงลำพังเท่านั้น ชิงช้าสวรรค์หยุดลงแล้ว…ชายในชุดดำกรูเข้ามาหาร่างตรงหน้าทันทีราวกับนัดไว้
มัน…คือชะตากรรม
“กลับฐานทัพวองโกเล่เถอะครับ”
รีบอร์นเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ…เพียงแค่นั้น
ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นและเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่ง…เพราะมันคือชะตาของฉันใช่มั้ย…เจ้าวัว
………………………………………………………………………………………
“กลับมาแล้วเหรอ ไอวัวโง่”
เสียงทุ้มที่เคยคุ้นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ถึงกระนั้นก็ไม่อาจปกปิดความปิติในน้ำเสียงนั้นได้ …ไอวัวโง่กลับมาหาเขาอีกครั้งด้วยสิ่งประดิษฐ์จากช่างประดิษฐ์คนสำคัญ
“อ๊ะ รีบอร์น…นาย”
ร่างบางอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าตนกำลังอยู่ในท่าล่อแหลมมากแค่ไหนที่นั่งอยู่บนตักของนักฆ่าอันดับหนึ่งผู้แสนอันตราย รีบอร์นในตอนนี้มีเพียงแค่เสื้อแขนยาวกับกางเกงหนังสีดำเท่านั้น มือใหญ่โอบรั้งเอวบางเข้าแนบชิดเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะผละออกจากเขา…
ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดลอยอย่างยั่วเย้าอยู่ในระดับสายตาชวนให้อยากแนบจุมพิตด้วยความโหยหา…แต่ร่างสูงกลับหยุดตัวเองไว้
“คุยกับตัวฉันในอดีตสนุกมั้ย”
คำถามนั้นทำให้ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“นาย…จำได้?”
แย่แล้ว…หมอนี่จะจำได้มั้ยนะว่าเขาพูดอะไรออกไปมั่ง ตายแน่ๆแรมโบ้ ได้แต่ปลุกปลอบใจตนเอง ภาวนาให้รีบอร์นจำได้แค่ลางเลือนทีเถอะ!
“ตอนแรกก็จำไม่ได้หรอก แต่เมื่อกี๊อยู่ดีๆก็จำได้ขึ้นมา คงจะเป็นผลจากการใช้ไอเครื่องนี่”
หันไปมองข้างตัวที่เป็นเครื่องประดิษฐ์รูปร่างประหลาด นึกอยากฆ่าจางนินีขึ้นมาจับใจที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เจ้าเครื่องนี่ไม่เพียงแต่จะดึงเขากลับมา…แต่ยังดึงความทรงจำบ้าๆของรีบอร์นกลับมาด้วย
“กล้ามากเลยนะที่ลวนลามฉันตอนยังเด็กแบบนั้น อยากกินลูกตะกั่วรึไง”
ซวยแล้ว…
“อะไรกัน…ไม่เห็นเหมือนที่ฉันคิดไว้เลยนี่”
เสียงหวานที่พูดขึ้นกะทันหันทำให้ร่างสูงหยุดความคิดที่จะฆาตกรรมคนตรงหน้าที่บังอาจมาหอมแก้มเขาเอาไว้
“ก็…”ลากเสียงเมื่อเห็นร่างสูงนิ่งไปเหมือนกำลังรับฟัง “ฉันคิดว่านายจะดึงฉันเข้าไปกอดแล้วบอกว่า คิดถึง อะไรแบบนั้น”
พูดแล้ว แก้มใสก็แดงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม บ้าชะมัดเลย! จะแกล้งรีบอร์นแต่ดันอายซะเอง ร่างสูงไม่พูดอะไรกลับไป มือใหญ่ดึงรั้งคนตรงหน้าเข้ามากอดอย่างแนบแน่น โน้มคอร่างบางพร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา อ่อนหวานก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงเมื่อลิ้นร้อนเริ่มรุกไล่คนในอ้อมกอด จนแทบขาดอากาศหายใจ ผละออกมาเมื่อคนตรงหน้าเริ่มประท้วงด้วยการทุบแผ่นหลังกว้าง
เสียงทุ้มแหบพร่าพึมพำแนบชิดใบหูเล็ก
“คิดถึง…”
คำกล่าวที่ทำให้คนตรงหน้าก้มหน้าลงต่ำด้วยความเขินอาย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาทันทีราวกับนึกขึ้นได้
“วันเกิดปีนี้นายอยากได้อะไร”
เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น ร่างสูงเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือใหญ่เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของแรมโบ้ด้วยความชำนาญ รวดเร็วเกินกว่าจะห้ามปรามได้ทัน
“ไม่ต้องหรอก…ฉันก็ได้แล้วนี่ไง”
มันเป็นชะตากรรม…ที่ทำให้ฉันได้พบ…และหลงรักนาย
ของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉันคือนาย…แรมโบ้
The End
.............................................................
จบไปแล้วค่ะ สำหรับฟิควันเกิดรีบง (ได้ข่าวว่าเลยมาจะเดือน) เอิ่ม...มองฟิคตัวเองแล้วคิด มันเป็น short fic ตรงไหนเนี่ย OTZ อันที่จริงคิดไว้ว่าจะยาวกว่านี้ แต่กลัวคนอ่านเบื่อเลยตัดแค่นี้ล่ะค่ะ >O<
ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ รักคนอ่านและรักคนเม้นมากๆๆๆ
เจอกันเรื่องหน้าค่า จุบุ จุบุ
ดีใจมากๆเลย ในที่สุดมันก็จบแล้ว *จุดพลุ*
Warning : เผาและอนาถกว่า 2 พาร์ทที่ผ่านมา =[]=!!
ไม่พูดพร่ำทำเพลง....ไปอ่านกันเลยค่า
p.s.ซึลต้องฝึกงานล่ะค่า อาจจะไม่มีเวลามาแต่งเยอะเหมือนเดิม OTZ
.........................................................................
“เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลกยังไงล่ะ”
ดวงตาสีเขียวมรกตหรี่ลงเมื่อเห็นร่างเล็กตรงหน้ายังคงนิ่งเฉยราวกับว่าไม่เชื่อเสียอย่างนั้น
“อย่าบอกนะ ว่านายไม่เคยมาสวนสนุก” เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงในขณะที่ร่างเล็กเบือนหน้าหนีแทบจะทันทีก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“จะเคยมาได้ยังไง ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็จับปืนแล้ว ความสุขคืออะไร ฉันไม่รู้หรอก”
เสียงนั้น…ช่างเจ็บปวดจนน่าใจหาย ทั้งๆที่วัยนี้น่าจะเป็นวัยที่มีความสุขมากแท้ๆ แต่คนตรงหน้าเขากลับไม่รู้ว่า ความสุขคืออะไร ไม่แปลกเลยที่รีบอร์นจะกลายเป็นผู้ชายที่เย็นชาได้ถึงขนาดนั้น
“แต่เพราะนายเป็นคนรักของฉันในอนาคต…ช่วยสอนให้รู้ทีสิ…” ปลายเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เรียกให้ดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยไหววูบ
“…ความสุข…ของการมีชีวิตอยู่น่ะ”
“อืม…ฉันจะทำให้นายมีความสุขเอง ไม่ต้องห่วงหรอก”
เสียงหวานเอ่ยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน ร่างเล็กซบหน้าลงกับอกนั้น…บางทีนี่อาจจะเป็นความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้จากใคร และตัวเขาเองในอนาคตก็คงต้องหลงรักความอ่อนโยนนี้ด้วยเช่นกัน
“อ๊ะ! เราไปเล่นอันนั้นกันเถอะ”
มือเรียวชี้ให้ดูม้าหมุนสีสันสดใส ซึ่งกำลังหมุนไปรอบอย่างร่าเริง แสงไฟพราวระยับที่ติดอยู่รายล้อมและความน่ารักของครอบครัวที่พากันจูงมือมาที่นี่ ยิ่งขับให้บรรยากาศนั้นอบอุ่นมากขึ้นเป็นเท่าทวีจนร่างเล็กยิ้มออกมาในที่สุด แรมโบ้ไม่รอช้ารีบยื่นบัตรพิเศษไปให้พนักงาน เลือกม้าตัวสีดำอ้วนพีก่อนจะวางรีบอร์นลงบนม้าตัวนั้น
“ไม่มาเล่นด้วยกันเหรอ”
เสียงเล็กๆเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่า ร่างบางกำลังทำท่าจะผละออกไป มือเล็กรั้งแขนเสื้อเชิ๊ตลายวัวไว้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนชนิดที่คนฟังไม่อาจปฏิเสธ
“นั่งด้วยกันหน่อยสิ”
น่าอายชะมัด! ร่างบางคิดขณะที่ปีนขึ้นไปนั่งบนม้าหมุน รีบอร์นยังคงอยู่ในอ้อมแขนเหมือนเคย พนักงานค่อยๆบังคับให้ม้าหมุนไปอย่างช้าๆ แก้มใสแดงวาบขึ้นเมื่อรับรู้ว่า ตนกำลังเป็นจุดสนใจมากเพียงใด แหงล่ะ! ผู้ใหญ่นั่งบนม้าหมุนกับเด็กน้อยในอ้อมกอด คิดยังไง ไอหมอนี่ก็เหมือนลูกเขาชัดๆ
แต่แล้วความอับอายในใจกลับจางหายลงไปแทบทันที เมื่อเห็นว่า รีบอร์นในอ้อมแขนกำลังยิ้ม…ยิ้มแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะมันช่างสดชื่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แรมโบ้รู้ดีว่า สิ่งที่เขาทำมันก็คุ้มค่ามากพอแล้ว
ขอเพียงให้นายมีความสุข…ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ
มองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ลูบเรือนผมสีดำขลับนั้นแผ่วเบา ปล่อยใจล่องลอยไปกับจังหวะการหมุนอย่างเป็นสุข
เป็นเด็กนี่…ดีจริงๆเลยนะ
.
.
.
“จะไปไหนอีกเหรอ”
ร่างเล็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง แก้มใสขึ้นสีอมชมพูเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะเป็นนักฆ่า…แต่เด็กน้อยก็ยังคงเป็นแค่เด็กไร้เดียงสาอยู่ดี ร่างบางวางคนตรงหน้าลงกับพื้นช้าๆ เริ่มรู้สึกเมื่อยแขนขึ้นมาบ้างแล้ว มือเรียวเกาะเกี่ยวมือเล็กจับจูงไปตามทางเดิน
“ไปบ้านผีสิงกันดีมั้ย” เสียงหวานเอ่ยปากชวน แต่รีบอร์นกลับส่ายหน้าออกมา “ไม่เอาหรอก ฉันไม่กลัวผีซะหน่อย”
“อ่า…งั้นไปนั่งรถไฟกัน…”
“อยากนั่งอันนั้น…”
ดวงตากลมโตมองตาที่มือนั้นชี้ไปก็พบกับสิ่งเดียวที่ดูจะโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด…ชิงช้าสวรรค์
“อยากนั่งชิงช้าสวรรค์เหรอ”
พยักหน้าอย่างแผ่วเบา เมื่อความทรงจำบางอย่างลอยเข้ามาในห้วงคิดให้วงหน้าหวานขึ้นสีแดงก่ำจนคนมองสงสัย
“เป็นอะไรไปน่ะ?” รีบอร์นน้อยเอ่ยถาม เมื่อคนตรงหน้าเริ่มจะหน้าแดงอย่างไม่มีสาเหตุ
“ไม่มีอะไรหรอก”
จะบอกได้ยังไงหล่ะ ว่าตัวหมอนี่ในอนาคตกับเขาเคยจูบกันบนชิงช้าสวรรค์แบบนั้น น่าอายจะตายไป ฝีเท้าที่กำลังเดินหยุดชะงักเมื่อความจริงอะไรบางอย่างกำลังไหลบ่าเข้ามาในห้วงคิดราวกับสายน้ำ
เป็นเพราะว่าได้เจอกับรีบอร์นในอดีต เขาจึงหลงลืมไป…
เราไม่ใช่คนของโลกนี้ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่กลับไปยังอนาคต ไปยังที่ที่มีรีบอร์น…ไปยังที่ที่เขาจากมา!
หัวใจเริ่มร้อนรนด้วยความสับสน นี่ไม่ใช่การย้อนเวลาแบบธรรมดา จะทำยังไง…จะกลับไปยังอนาคตได้ยังไงกันในเมื่อที่นี่ ไม่มีแม้แต่บาซูก้าทศวรรษเลยด้วยซ้ำ
ท่าทางที่นิ่งงันไปนั้นทำให้ร่างเล็กต้องเอ่ยย้ำถามอีกครั้ง
“เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ…เจ้าวัว”
“ฉ…ฉัน…”
พูดตะกุกตะกักด้วยความร้อนรน ดวงตาสีเขียวมรกตสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่โต ก่อนจะบอกตัวเองว่า ทำไม่ได้! เขาไม่อาจทำร้ายจิตใจของคนตรงหน้าด้วยการบอกว่า อยากกลับไปที่อนาคตได้จริงๆ ในเมื่อตอนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือ รีบอร์น เช่นกัน เพียงแต่เป็นรีบอร์นในวัยเด็กที่เปลี่ยวเหงาและแสนเศร้า จนไม่อาจตัดใจทิ้งลงไปได้จริงๆ
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่กลัวความสูงนิดหน่อยน่ะ ฮ่ะฮ่ะ”
หัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นทันที ร่างเล็กไม่พูดอะไรแต่กลับกุมมือนั้นไว้แน่นราวกับจะปลอบใจ ความอบอุ่นของมือเด็กทารกถูกถ่ายทอดผ่านเข้ามา ปลอบโยนจิตใจให้สงบลง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด…แรมโบ้ได้แต่บอกตัวเองเช่นนั้น ยามมุ่งหน้าไปสู้ชิงช้าสวรรค์ที่อาจจะกลายเป็นความทรงจำครั้งแรกและสุดท้ายอันแสนงดงาม
……………………………………………………………………………….
นอนไม่หลับ!
ร่างสูงพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย เตียงขนาดคิงไซส์ในค่ำคืนนี้ดูจะกว้างขึ้นไปถนัดใจยามไม่มีใครบางคนอยู่เคียงข้าง เพียงแค่วันเดียวก็เป็นถึงขนาดนี้แล้ว…อย่าปล่อยให้ฉันรอนานนักสิ ไอวัวงี่เง่า
เผลอถอนหายใจขึ้นมาอีกครา และขณะที่กำลังจะหลับตาลงเพราะความเหนื่อยล้านั้นเอง
กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กดังฝ่าความเงียบงันเข้ามาในโสตประสาทของร่างสูง ดึกดื่นป่านนี้ใครโทรมา ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญล่ะก็ พ่อจะยิ้งไม่เลี้ยง
“มีอะไร”
เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์อย่างเสียไม่ได้ เสียงทุ้มกระชากใส่หูโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด มีไม่กี่คนหรอกที่จะรู้เบอร์บ้านของเขาและกล้าโทรมารบกวนในยามวิกาลเช่นนี้
“คุณรีบอร์นเหรอครับ นี่ผมเอง…จางนินี ผมหาวิธีพาคุณแรมโบ้กลับมาได้แล้วครับ!”
“อยู่ที่นั่นแหละ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะไปถึง” วางสายลงทันทีด้วยความรีบร้อน รอยยิ้มน้อยๆประดับขึ้นที่ริมฝีปากบางหากไม่สังเกตดีๆก็คงจะไม่มีทางเห็น
กลับมาแล้ว แกเจอดีแน่…ไอวัวโง่
…………………………………………………………………………………….
“ว้าวว สวยจังเลย~ นายดูสิ”
เสียงหวานร้องบอกอย่างตื่นเต้น หันซ้ายขวาอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ขึ้นมาที่นี่ รีบอร์นเองก็มองวิวทิวทัศน์ด้วยความชอบใจไม่แพ้กัน เป็นครั้งแรกที่จะออกมาข้างนอกแล้วเห็นสิ่งสวยงามอย่างนี้ได้ คุ้มค่าจริงๆที่ได้ออกมา ร่างเล็กคิดอย่างสบายใจ
“มีความสุขมั้ย”
อยู่ดีๆแรมโบ้ก็ถามขึ้น เด็กน้อยละความสนใจจากวิวทิวทัศน์มามองหน้าคนถามทันทีก่อนจะพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา
“อืม…”
“ก็ดีแล้ว ฉันอยากให้นายยิ้มนะ รู้มั้ย…ตัวนายในอนาคตน่ะ ไม่ค่อยยิ้มเลย” คำกล่าวนั้น ทำให้เด็กน้อยหันมามองหน้าผู้พูดด้วยความสนใจ
“เล่าเรื่องตัวฉันในอนาคตให้ฟังหน่อยสิ”
“ฮ่ะฮ่ะ…ตัวนายในอนาคตน่ะเก่งมากเลย เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งของอิตาลี่ แล้วก็ชำนาญการใช้ปืนมากที่สุด…นิสัยของนายก็ทั้งเย็นชา ทั้งหยิ่งทระนง เอาใจใครไม่เป็น ปากเสีย ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมยังชอบทำร้ายจิตใจฉันอีกต่างหาก”
หันไปมองร่างเล็กตรงหน้าที่ขมวดคิ้วก็รู้ตัวว่าได้พูดเกินไปเสียแล้ว
“อ่า…เอ่อ…มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว บางมุมนายก็อ่อนโยน แล้วก็เอาใจใส่ฉันแบบที่ฉันคาดไม่ถึง ถึงนายจะเย็นชาแต่บางครั้งนายก็เป็นห่วงฉัน เวลาฉันมีอันตรายนายก็จะไปช่วย ถึงจะด่าฉันตอนท้ายแต่นายก็เป็นคนดีคนนึงเลยนะ”
“อ่อ…ฉันก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว”
ไอเด็กนี่! ไม่น่าชมมันเลยจริงๆ หลงตัวเองยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้นจริงๆ แต่หมอนี่ก็มีดีให้หลงจริงๆน่ะแหละ
“นี่ ฉันเล่านายให้ฉันมั่งสิ ทำไมนายถึงจับปืนตั้งแต่เด็กๆ แล้วพ่อแม่นายหล่ะ…” ร่างบางเอ่ยถามขึ้นบ้าง รีบอร์นเสมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาแผ่วเบา
“ไม่มีหรอก…ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็มาอยู่ที่วองโกเล่แล้ว ที่ยิงปืนเป็นก็เพราะมันเป็นการเอาชีวิตรอดในโลกของมาเฟียไม่ใช่รึไง ไม่มีที่อยู่ให้พวกอ่อนแอหรอก ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอ…แต่เป็นอะไรมากกว่านั้น แน่นอนว่า การยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดคือความฝันของฉัน แต่มันก็มีบ้างที่ว่าฉัน
จะ…”
ประโยคยาวๆนั้นหยุดชะงักไป วูบหนึ่งที่คนตรงหน้าดูราวกับว่า จะกลับไปเป็นเพียงแค่เด็กธรรมดาอีกครั้ง
“แต่มันก็มีบ้างที่ฉันจะ…รู้สึกเหงา” ท้ายประโยคนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันก็เลยหนีออกมาสูดอากาสข้างนอกบ้าง จนมาเจอนาย แค่นั้นแหละ”
“ฮ่ะฮ่ะ…ดีนะเนี่ย ที่ไม่เจอศัตรู” ร่างบางยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยถามอีกประโยคที่ทำให้คนตรงหน้าชะงักไป
“แล้วทำไมต้องออกมาวันนี้ด้วยหล่ะ ที่จริงแล้ววันนี้เป็นวันเกิดนายไม่ใช่รึไง”
“รู้ได้ไงน่ะ…ท่าทางว่านายจะเป็นคนรักของฉันจริงๆสินะ”
แล้วที่พูดมาตั้งแต่แรกนั่น มันไม่เชื่อรึไง! แรมโบ้แทบอยากจะโยนเด็กนี่ลงจากชิงช้าสวรรค์ด้วยความหมั่นไส้
“ฉันก็แค่ไม่อยากจะบอกใคร เพราะฉันไม่อยากมีอะไรให้ผูกพันธ์ ถ้ามีสิ่งสำคัญน่ะ มันน่ากลัวจะตายไป”
น่ากลัวงั้นเหรอ…จะว่าไปเขาก็เคยได้ยินรีบอร์นพูดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเข้าใจนัก บางทีความน่ากลัวนั้น เจ้าตัวคนเดียวเท่านั้นกระมังที่จะเข้าใจ เป็นเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่อยากมีพันธะกับใคร…แต่เขาก็ก้าวข้ามผ่านเส้นนั้นมาแล้วจนได้อยู่เคียงข้างกับรีบอร์น
“อ๊ะ! อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดมั้ย…”
เปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าบรรยากาศแทบจะหม่นหมองลงไปทุกที ร่างเล็กส่ายหน้าวืด “ฉันก็ได้แล้วนี่ไง…”
“หืม?อะไรของนายน่ะ” ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยความมึนงงจนคนมองอ่อนใจ
“โง่จัง…นี่นายเป็นคนรักของฉันจริงๆเหรอเนี่ย ตัวฉันในอนาคตนี่รสนิยมแปลกชะมัด”
“ห๊ะ! ถึงจะรสนิยมแปลกแต่นายก็รักฉันก็แล้วกัน”
ท่าทางที่พูดด้วยความั่นใจ ทำให้รีบอร์นเบ้ปากออกมา “วัวปัญญาอ่อน”
“เชอะ! ปากคอเราะร้ายตั้งแต่เด็กเลยนะ ไม่น่าล่ะ นายถึงโตมาแบบนั้น”
ทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ…รีบอร์นตอนเด็กนี่มันกวนประสาทชะมัด แต่กลับน่ารักไร้เดียงสาจนชวนให้อยู่ใกล้ๆ คงจะดีถ้าหากว่า อยู่ด้วยกันไปอย่างนี้ แต่ว่าเขาก็คิดถึงรีบอร์นตอนโตเหมือนกัน…แล้วหมอนั่นล่ะ จะคิดถึงเขาเหมือนที่เขากำลังคิดถึงอยู่รึเปล่า
ห้วงความคิดที่เหม่อลอยสับสนไปไกล ถูกดึงกลับเข้ามาด้วยเสียงเล็กๆนั่นอีกครั้ง
“แล้วนาย…ไม่กลับไปโลกอนาคตแล้วเหรอ”
“ฉันไม่รู้วิธีกลับไปน่ะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ…” น้ำเสียงปลุกปลอบอันแผ่วเบานั้นทำให้ร่างบางหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความรู้สึกดี
“ถ้าหากว่า…นายเป็นคนสำคัญของตัวฉันในอนาคตจริง ฉันคงไม่อยู่เฉยๆหรอก ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้นายกลับไป เชื่อมั้ยล่ะ”
หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื้นตันใจ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่รีบอร์นก็ทำให้เขารู้สึกสุขใจได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
“เชื่อสิ เพราะว่าเป็นนาย ฉันก็เลยเชื่อเช่นนั้นแล้วก็เชื่อตลอดมา….”
มือเรียวยกร่างเล็กขึ้นแนบอก แนบแก้มลงกับผิวแก้มใสบอบบางของเด็กทารกอย่างแผ่วเบาด้วยความโหยหา จมูกโด่งกดลงกับแก้มนั้นอย่างแผ่วเบา…ถ้าเป็นรีบอร์นปกติเขาคงทำอย่างนี้ไม่ได้แน่ๆแต่ไม่รู้ทำไม จึงรู้สึกใจหายจนชวนให้อยากยกร่างนี้ขึ้นมาแนบชิด ราวกับว่า…
“นายกำลังจะหายไป”
น้ำเสียงตกตะลึงของคนตรงหน้าทำให้เขาต้องรีบก้มลงมองตัวเองอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันที่ปกคลุมรอบกายกับเนื้อตัวที่เริ่มจางลงกำลังบ่งบอกว่า มันกำลังจะเกิดขึ้น….ร่างบางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำที่อยากบอกมาแสนนาน
“รีบอร์น…สุขสันต์วันเกิด…เติบโตขึ้นเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งให้ได้นะ แล้วฉันจะรอ…”
ราวกับประโยคบอกลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างบางจะจางหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงแค่เด็กน้อยที่นั่งอยู่เพียงลำพังเท่านั้น ชิงช้าสวรรค์หยุดลงแล้ว…ชายในชุดดำกรูเข้ามาหาร่างตรงหน้าทันทีราวกับนัดไว้
มัน…คือชะตากรรม
“กลับฐานทัพวองโกเล่เถอะครับ”
รีบอร์นเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ…เพียงแค่นั้น
ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นและเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่ง…เพราะมันคือชะตาของฉันใช่มั้ย…เจ้าวัว
………………………………………………………………………………………
“กลับมาแล้วเหรอ ไอวัวโง่”
เสียงทุ้มที่เคยคุ้นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ถึงกระนั้นก็ไม่อาจปกปิดความปิติในน้ำเสียงนั้นได้ …ไอวัวโง่กลับมาหาเขาอีกครั้งด้วยสิ่งประดิษฐ์จากช่างประดิษฐ์คนสำคัญ
“อ๊ะ รีบอร์น…นาย”
ร่างบางอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าตนกำลังอยู่ในท่าล่อแหลมมากแค่ไหนที่นั่งอยู่บนตักของนักฆ่าอันดับหนึ่งผู้แสนอันตราย รีบอร์นในตอนนี้มีเพียงแค่เสื้อแขนยาวกับกางเกงหนังสีดำเท่านั้น มือใหญ่โอบรั้งเอวบางเข้าแนบชิดเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะผละออกจากเขา…
ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดลอยอย่างยั่วเย้าอยู่ในระดับสายตาชวนให้อยากแนบจุมพิตด้วยความโหยหา…แต่ร่างสูงกลับหยุดตัวเองไว้
“คุยกับตัวฉันในอดีตสนุกมั้ย”
คำถามนั้นทำให้ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“นาย…จำได้?”
แย่แล้ว…หมอนี่จะจำได้มั้ยนะว่าเขาพูดอะไรออกไปมั่ง ตายแน่ๆแรมโบ้ ได้แต่ปลุกปลอบใจตนเอง ภาวนาให้รีบอร์นจำได้แค่ลางเลือนทีเถอะ!
“ตอนแรกก็จำไม่ได้หรอก แต่เมื่อกี๊อยู่ดีๆก็จำได้ขึ้นมา คงจะเป็นผลจากการใช้ไอเครื่องนี่”
หันไปมองข้างตัวที่เป็นเครื่องประดิษฐ์รูปร่างประหลาด นึกอยากฆ่าจางนินีขึ้นมาจับใจที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เจ้าเครื่องนี่ไม่เพียงแต่จะดึงเขากลับมา…แต่ยังดึงความทรงจำบ้าๆของรีบอร์นกลับมาด้วย
“กล้ามากเลยนะที่ลวนลามฉันตอนยังเด็กแบบนั้น อยากกินลูกตะกั่วรึไง”
ซวยแล้ว…
“อะไรกัน…ไม่เห็นเหมือนที่ฉันคิดไว้เลยนี่”
เสียงหวานที่พูดขึ้นกะทันหันทำให้ร่างสูงหยุดความคิดที่จะฆาตกรรมคนตรงหน้าที่บังอาจมาหอมแก้มเขาเอาไว้
“ก็…”ลากเสียงเมื่อเห็นร่างสูงนิ่งไปเหมือนกำลังรับฟัง “ฉันคิดว่านายจะดึงฉันเข้าไปกอดแล้วบอกว่า คิดถึง อะไรแบบนั้น”
พูดแล้ว แก้มใสก็แดงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม บ้าชะมัดเลย! จะแกล้งรีบอร์นแต่ดันอายซะเอง ร่างสูงไม่พูดอะไรกลับไป มือใหญ่ดึงรั้งคนตรงหน้าเข้ามากอดอย่างแนบแน่น โน้มคอร่างบางพร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา อ่อนหวานก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงเมื่อลิ้นร้อนเริ่มรุกไล่คนในอ้อมกอด จนแทบขาดอากาศหายใจ ผละออกมาเมื่อคนตรงหน้าเริ่มประท้วงด้วยการทุบแผ่นหลังกว้าง
เสียงทุ้มแหบพร่าพึมพำแนบชิดใบหูเล็ก
“คิดถึง…”
คำกล่าวที่ทำให้คนตรงหน้าก้มหน้าลงต่ำด้วยความเขินอาย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาทันทีราวกับนึกขึ้นได้
“วันเกิดปีนี้นายอยากได้อะไร”
เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น ร่างสูงเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือใหญ่เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของแรมโบ้ด้วยความชำนาญ รวดเร็วเกินกว่าจะห้ามปรามได้ทัน
“ไม่ต้องหรอก…ฉันก็ได้แล้วนี่ไง”
มันเป็นชะตากรรม…ที่ทำให้ฉันได้พบ…และหลงรักนาย
ของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉันคือนาย…แรมโบ้
The End
.............................................................
จบไปแล้วค่ะ สำหรับฟิควันเกิดรีบง (ได้ข่าวว่าเลยมาจะเดือน) เอิ่ม...มองฟิคตัวเองแล้วคิด มันเป็น short fic ตรงไหนเนี่ย OTZ อันที่จริงคิดไว้ว่าจะยาวกว่านี้ แต่กลัวคนอ่านเบื่อเลยตัดแค่นี้ล่ะค่ะ >O<
ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ รักคนอ่านและรักคนเม้นมากๆๆๆ
เจอกันเรื่องหน้าค่า จุบุ จุบุ

โอ้กกก~
แรมโบ้นี่นางฟ้าชัดๆ น่ารักมากค่ะ
#1 By [ TOEY : Time : Think : Thing ] on 2009-11-07 11:40