[S.Fic] The memory (ThorxLoki)

posted on 28 May 2012 14:19 by seulki in Thorki directory Fiction

ห่างหายไปนานจากการแต่งฟิค ซึลกิกลับมาอีกครั้งด้วยแรงฟินล้วนๆ แต่งเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง โปรดจงระวังไว้เพราะมันเผามาก 5555+ 

 

ไม่ได้แต่งนานมากค่ะ อาจจะมีอะไรผิดพลาดหรืออารมณ์สะดุดไปบ้างต้องขออภัย มันชักจะฝืดๆเหมือนกันล่ะ ตอนนี้มันไม่มีฉากกุ๊กกิ๊ะน่ะค่ะ เป็นท่านเทพในวัยเด็ก โชเน็นไอไปซะงั้น เอาล่ะค่ะ 

 

Enjoy~~~<3

 

.....................................................................................................

[S.Fic]: The memory(One-Short)

Pairing: Thor x Loki

Author: Seulki

Rate: PG-13, [ส] ใสกิ๊ก ไร้พิษภัย

Warning: สั้นและเพ้อเจ้อ

Note: รักใสๆของพี่น้อง ธอร์กับโลกิในวัยเด็กค่ะ  อยากจะลองแต่งแนว shonen ดู ไม่วายนะค่ะ แต่จิ้นได้ตามสะดวก 5555+ (ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคำนี้หลุดออกมาจากปากซึล)

..................................................................................................

 

เมื่อยามอยู่เพียงลำพังในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่…ข้ามักจะครุ่นคิด

       

ห้วงคำนึงแรกคือเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตอันแสนเศร้าผู้ซึ่งถูกจองจำ 

       

นัยน์ตาคู่นั้นช่างแปลกประหลาดและลึกลับจนยากจะหยั่งเดาความคิด เบื้องหลังแววตาสะใจมีแต่ความร้าวราน 

        

  ทำไมกัน…น้องข้า

 

        ข้าทำอะไรผิดไป เจ้าจึงกลายเป็นเช่นนี้…?

           

หวนคิดถึงความทรงจำในวัยเด็ก…ใช่แล้ว มันช่างสดใสและตราตรึงจนยากจะตัดใจลืมเลือน

 

 .............................................................................

 

 

 “แง๊ แง๊ แง๊ แง๊”

 

 

 

เสียงร้องไห้จ้าดังลั่นไปทั่วราชวังแอสการ์ดเรียกให้เด็กชายตัวน้อยผู้กลับมาจากการเล่นซุกซนตื่นตกใจ ขาเล็กทั้งสองข้างรีบวิ่งไปยังห้องบรรทมของเสด็จแม่ผู้เป็นถึงราชินีแห่งแอสการ์ด ด้วยเกรงกลัวว่าพระนางจะเป็นอันตราย

 

 

 

“เสด็จแม่!”

 

ประตูห้องบรรทมถูกผลักเปิดออกพร้อมกับที่เด็กชายตะโกนเรียกหาพระนางด้วยความตกใจ ราชินีฟริกก้าละความสนใจจากสิ่งเล็กๆในห่อผ้าสีขาวที่ยังคงแผดเสียงร้องไห้จ้าไม่หยุดหย่อนหันมามองบุตรชายเพียงคนเดียวของพระนาง

 

“ธอร์”

 

เด็กชายตัวน้อยหายใจหอบ เรือนผมสีทองยุ่งเหยิง คิ้วสวยขมวดมุ่น ใบหน้าเรียวเล็กที่ฉายเค้าความหล่อเหลามาตั้งแต่เด็กเต็มไปด้วยความงุนงงยามจ้องมองไปยังห่อผ้าประหลาดในอ้อมแขนของเสด็จแม่ เจ้าสิ่งนั้นยังคงแผดเสียงร้องชวนปวดหัว โอดิน ออลฟาเธอร์เดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหนักใจ

 

“ยังไม่หยุดร้องอีกรึ ฟริกก้า”

 

“เพค่ะ” พระนางถอนใจ “อาจเป็นเพราะว่ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างทำให้อาจยังปรับตัวได้ไม่ดีนัก”

 

ราชินีฟริกก้าเห่กล่อมทารกน้อยนั้นอีกครั้ง เสียงร้องไห้ดูจะเงียบหายไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาใหม่อีกครั้ง

 

“ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้า”

 

“ต…แต่ว่า แล้ว…”

 

พระนางทำท่าจะทักท้วงแต่แววตาจริงจังของโอดินทำให้จำต้องวางทารกน้อยลงกับเปล พร้อมกับเสียงร้องไห้จ้าที่ดังกว่าเดิมแต่ก็ต้องตัดใจพากันเดินออกไปจากห้องแต่มิวายหันมากำชับเขา

 

“ธอร์ เจ้าดูแลน้องไปก่อนนะ”

 

น้องเหรอ?

 

เด็กชายคิดอย่างงุนงง เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับธอร์ผู้ซึ่งขยับเข้าไปใกล้เปลด้วยความสนใจใคร่รู้ ซึ่งมีชีวิตประหลาดซึ่งกำลังร้องไห้อยู่ในขณะนั้นช่างดูเล็กและบอบบางยิ่งนัก ผิวของมันขาวเหมือนหิมะ แก้มยุ้ยแดงปลั่ง ริมฝีปากเล็กๆแบะออกพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย ธอร์อดใจไม่ได้ที่จะเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มใสนั้นอย่างแผ่วเบา ทารกน้อยชะงักพร้อมกับเปิดดวงตาสีเขียวมรกตใสแจ๋วขึ้นมามองเขา เด็กน้อยหยุดชะงัก เขาไม่เคยเห็นอัญมณีที่ไหนสวยเท่าแก้วตาดวงนี้มาก่อน ใสแจ๋ว ไร้เดียงสา มองมาที่เขาอย่างสนใจใคร่รู้ มือน้อยๆเอื้อมมาไขว่คว้า

 

เด็กชายชะงักก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปช้อนทารกน้อยขึ้นสู่อ้อมแขนเล็กบาง น้ำหนักของมันมากกว่าที่คิด เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเมื่อมือเล็กๆยื่นมากระตุกเส้นผมสีทองของเขาเบาๆ

 

“เจ้าชอบผมของข้าเหรอ”

 

อาจจะเป็นเพราะเวลานี้เป็นเวลาสาย แสงแดดอ่อนๆจึงทอประกายเข้ามาในห้องสาดกระทบกับเรือนผมสีทองสว่างจนเป็นประกายประหลาด แทนคำตอบทารกน้อยหัวเราะดังกว่าเดิมพร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้ไม่หยุด สัมผัสในอ้อมกอดเด็กชายนั้นทั้งนุ่มนิ่ม อบอุ่นและหอมกรุ่น จนเขาคิดว่าไม่มีสิ่งไหนจะน่าเอ็นดูไปกว่านี้อีกแล้ว

 

ไม่รู้ว่าเขามองสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั่นอยู่นานเท่าไหร่ รู้เพียงแค่ว่าเมื่อเสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับมา ทั้งสองพระองค์อุทานอย่างแปลกใจ ก่อนจะโอดินจะบอกกับเขาว่า

 

“นั่นคือ โลกิ จากนี้ไปเขาจะเป็นน้องชายของเจ้า”

 

“โลกิ”

 

ธอร์กระซิบ ยกทารกตัวน้อยขึ้นมากอดแนบแก้ม

 

น้องชายของข้า

.....................................................................................

 

“โอ๊ย!”

 

ธอร์ยกนิ้วที่โดนกัดขึ้นมากุมเอาไว้ สายตาตวัดไปที่โลกิผู้ซึ่งกำลังหัวเราะคิกคักชอบใจ ตอนนี้โลกิกำลังอยู่ในช่วงฟันขึ้นทำให้เขาโดนกัดแทบจะทุกครั้งที่ไปเล่นด้วยกัน นัยน์ตาสีฟ้าตวัดมองน้องชายตัวดีอย่างคาดโทษ แต่พอมองสบเข้ากับดวงตาสีเขียวไร้เดียงสา ความโกรธกรุ่นก็มลายหายไปในทันที พร้อมกับที่ร่างเล็กๆจะคลานต้วมเตี้ยม