[S.Fic] The memory Final (ThorxLoki)

posted on 03 Jun 2012 01:48 by seulki in Thorki
กรี๊ดดดด อัพฟิคตอนตี 2 555555+ บ้ามาก ใครจะมาอ่าน แต่เราก็อยากจะอัพเพราะพรุ่งนี้ไม่มีเวลาแล้วค่ะ จะไปงานแคปซูลที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เน้อ ไม่ได้ไปมานานแล้ว ใครอยากเจอซึลไปที่นั่นได้ (หาเจอก็อะเมซิ่งแล้ว) ไม่พูดพร่ำทำเพลง Enjoy กันเลยดีกว่าเนอะ
 
 
อ่านพาร์ทแรกก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะงงเอาได้
 
 
 
...............................................................................................................................................................
 

[S.Fic]: The memory (Final)

Pairing: ThorXLoki

Author: Seulki

Rate: PG-15

Warning: ระวังดราม่าเล็กๆ เวิ่นเว้อและเพ้อเจ้อเป็นอย่างมากด้วยความยาว 15 หน้ากระดาษ A4 อย่าไปคาดหวังความสวยหรูจากตอนจบเพราะเผาอีกแล้วคร้าบบบบ

Note: ภาคต่อของ The memory นะค่ะ ภาคที่แล้วเป็นธอร์ แต่อันนี้จะเน้นโลกิเป็นหลัก เรื่องก็คงไม่ใสเท่าตอนที่แล้วเพราะสภาพจิตใจท่านเทพย่ำแย่หลังจากพ่ายแพ้แก๊งค์หัวเกรียน เอ๊ย แก๊งหนุ่มavenger (มีแต่ผู้ชายจนคิดว่า Black Widow เป็นหนุ่มไปแล้ว ฮ่าๆๆ) แต่มันก็ยังหวาน(มั้ง?)อยู่ดีนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

ในหุบเหวแห่งความมืดมิดที่ข้าร่วงหล่นลงไป สิ่งเดียวที่สามารถสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่แสนบอบช้ำจากการร่ำไห้ มีเพียงประกายแสงสีฟ้าระยับจากสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียว  

 

 

 

แสงนั้น…พลิ้วไหวนุ่มนวลราวกับดวงดาวนับล้านยามเมื่อข้ากระซิบถ้อยคำโบราณ ของสิ่งนั้นฉายภาพสถานที่ที่งดงามที่สุด…สวยงามเหลือเกิน สดใสเหมือนกับรอยยิ้มของเจ้าที่ข้าชิงชังยิ่งนัก

 

 

 

ข้ามองภาพนั้นเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มสว่างไสวของชายหนุ่มผู้เป็นราชาแห่งแอสการ์ด เรือนผมสีทองปลิวไสวยามเมื่อเขาเอ่ยกระซิบนามของข้า พี่ชายที่ข้าทั้งริษยาและเกลียดชัง  

 

 

 

ความทรงจำพวกนี้…อยากจะให้มันเลือนหายไปพร้อมกับชีวิตข้าเหลือเกิน

…………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

ยังไม่ตาย

 

 

 

สติของข้าถูกปลุกขึ้น ลืมตาตื่นพร้อมกับใจที่บอบช้ำ ข้าน่าจะตายไปซะหลังจากตัดสินใจปล่อยมือและร่วงหล่นมายังอวกาศอันแสนเวิ้งว้าง พวกชิทอเรี่ยนเป็นคนพบเจอข้า พวกมันข่มขู่และใช้ประโยชน์จากข้า แต่ว่าข้าหาได้สนใจ สิ่งเดียวที่ข้าสนใจคือทำลายมิดการ์ดซะ โลกของสัตว์ชั้นต่ำที่ทำให้เจ้าเปลี่ยนไป มนุษย์ผู้หญิงนางนั้น…ใช่แล้ว ข้าชิงชังนางเหนือสิ่งอื่นใด ชิงชังเสียแม้กระทั่งไม่อยากจะจดจำนามนั้น ข้าเกลียดที่ท่านรักนางยิ่งกว่า ข้าริษยาที่นางทำให้ท่านเปลี่ยนไป

 

 

 

ใครจะคิดต่อข้าเช่นไรข้าไม่เคยสนใจ…มีเพียงท่านเท่านั้น พี่ชายข้าที่ข้าไม่อยากให้เปลี่ยนไป ไม่อยากให้ท่านเห็นสิ่งอื่นใดสำคัญยิ่งกว่า

 

 

 

แต่แล้วข้าก็พ่ายแพ้ ต่อพวกมนุษย์ชั้นต่ำพวกนั้น วินาทีนั้นข้ากลับรู้สึกว่างเปล่า ข้าไม่อยากได้สิ่งนี้เลยแม้เพียงนิด ต่อให้ไม่ได้ครอบครองก็มิรู้สึก

 

 

 

สายตาที่มองข้าด้วยความผิดหวัง มันช่างสะใจและเจ็บปวดเหลือเกิน…

…………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

“โลกิ”

 

 

 

เสียงทุ้มต่ำตะโกนขึ้นก่อนที่ประตูห้องนอนของเขาจะถูกผลักเปิดออก ที่เบื้องหน้าประตูปรากฏร่างของผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายกำลังยิ้มร่า บนไหล่กว้างมีซองธนูที่จำนวนลดหายไปกว่าค่อน มือใหญ่วางคันธนูลงบนโต๊ะตามด้วยปลดซองธนูออกจากบ่า ก่อนจะสาวเท้ามาหาเขาอย่างรีบร้อน ร่างบางลดหนังสือในมือลงก่อนจะเลิกคิ้วมองพี่ชายที่ไม่แม้แต่จะเคาะประตู แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไร พี่ชายก็ชิงพูดขึ้นมา

 

 

 

“วันนี้ข้าไปล่าสัตว์มาล่ะ เจอกระต่ายป่าตัวเบอเริ่มเลย”

 

 

 

ธอร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจที่ร่างบางคิดว่ามันออกจะเกินเหตุไปหน่อย

 

 

 

“นี่ท่านเริ่มตื่นเต้นเมื่อเห็นกระต่ายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน พี่ชายข้า หรือว่าพวกเสือ หมี กระทิงป่าที่ท่านเคยมาโอ้อวดข้าว่าสามารถล้มมันได้ด้วยมือเปล่า มันกลายเป็นของเก่าไปเสียแล้ว”

 

 

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่ช่างเย้าได้น่ารักเหลือเกิน น้องชายข้า”

ร่างบางทอดถอนใจ ข้ากำลังว่าท่านอยู่ต่างหาก แต่เอาเถอะ ต่อให้ประชดประชันมากแค่ไหน ธอร์ก็ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ารักอยู่ดี และอย่างที่เขาคิดไม่มีผิดเมื่อธอร์เริ่มขยับมือมาลูบหัวเขาราวกับเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆและเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทุกครั้งที่มีของมาฝาก เจอแบบนี้มา 18 ปี ธอร์ก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด และนั่นไง…

 

 

 

“ที่ข้าไปจับกระต่ายป่า เพราะอยากให้เจ้าได้ลองชิมสตูว์กระต่ายต่างหาก มันอร่อยมาก เจ้าต้องชอบแน่ๆเลย”

 

 

 

พี่ชายช่างเอาใจ…

 

 

 

ร่างสูงใหญ่เผยรอยยิ้มกว้างอีกครั้งพร้อมกับทิ้งตัวลงที่เตียงของเขา ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีทองทิ้งน้ำหนักลงมาที่ตักของเขาก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเริ่มปรือปิด

 

 

 

“หนัก”

 

 

 

โลกิบ่นอย่างไม่จริงจังนักและพี่ชายคนสำคัญก็ไม่ใคร่จะสนใจ ในเมื่อหน้าตักนุ่มผสมกับกลิ่นกรุ่นหอมของร่างบางเริ่มจะทำให้เขาเคลิ้มหลับไปจริงๆเสียแล้ว แค่เพียงอึดใจร่างสูงใหญ่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับที่มือใหญ่ข้างหนึ่งกุมมือข้างซ้ายของน้องชายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไป

 

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตหลุบต่ำ มองสำรวจหน้าของพี่ชายตอนหลับอย่างเงียบๆ ปีนี้ธอร์อายุ 20 ปีแล้วถือว่าเป็นผู้ใหญ่มากพอแล้วในแอสการ์ด อีกไม่นานเสด็จพ่อก็คงมอบบัลลังก์ให้เขา มันช่างน่าอิจฉาเหลือเกินที่ได้รับความรักจากเสด็จพ่อและความเคารพนับถือจากประชาชนมากถึงเพียงนี้  แต่เพราะว่าเขาเป็นพี่ชายโลกิจึงสะกัดกั้นความน้อยเนื้อต่ำใจนั้นไว้ได้อย่างเยือกเย็น

 

 

 

ธอร์มีใบหน้าหล่อเหลากับดวงตาสีฟ้าคู่สวยที่เขาชอบใช้มองสะกดสาวๆ บางค่ำคืนธอร์จะเล่นสนุกกับพวกเธอเหล่านั้น แต่โลกิกลับไม่สนใจและธอร์เองก็ไม่ต้องการให้เขาสนใจเช่นกัน

 

 

 

‘ห้ามไปยุ่งกับนางกำนัลพวกนั้น ข้าไม่อยากให้ใครแตะต้องเจ้า’

ช่างเป็นเหตุผลที่ไร้สาระสิ้นดีและธอร์ก็ทำจริงอย่างที่พูดด้วยการเอาแต่เขม่นนางกำนัลทุกคนที่แตะต้องเขาเกินความจำเป็น ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วนางกำนัลคนหนึ่งซุ่มซ่ามทำน้ำหกใส่มือเขา นางกระวีกระวาดเช็ดพร้อมกับอุทานอย่างตะลึงเมื่อมือนางสัมผัสกับมือของเขา

 

 

 

‘ฝ่าบาท ผิวของพระองค์ช่างนุ่มเหลือเกินเพค่ะ’

 

 

 

โลกิเลิกคิ้วด้วยความพิศวงก่อนที่นางกำนัลคนนั้นจะร้องขอปรนนิบัติเขาด้วยการอาบน้ำให้ในค่ำคืนนี้ เขาพยักหน้ารับด้วยความงุนงงและในตอนเย็นนั้นเองที่นางกำนัลราว 7-8 คนจะเข้ามาในห้องของเขา ปลดเปลื้องเสื้อผ้าท่อนบนพร้อมทั้งลูบคลำสลับกับอุทานไม่หยุดหย่อน

 

 

 

มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่นัก ออกจะเพลินหน่อยๆด้วยซ้ำที่พวกนางลูบไล้เขาด้วยมือนุ่มๆนั่น แต่ก่อนที่พวกนางจะปลดท่อนล่างของเขา ธอร์กลับเปิดประตูผางเข้ามาในห้องพร้อมกับใช้สายตาดุดันจ้องมองจนพวกนางต้องถอยร่นออกจากห้องเขาแทบไม่เป็นขบวน หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาแตะต้องตัวเขาอีกเลย ไม่เว้นแม้แต่ทหารองครักษ์ที่ไม่กล้าเดินเฉียดเข้าใกล้เขาตอนที่ธอร์อยู่ด้วย ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกแต่ก็ไร้สาระเกินกว่าที่โลกิจะใส่ใจ

 

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องใบหน้าชื้นเหงื่อของพี่ชายด้วยความสับสน ทั้งความรักและความริษยาปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก บ่อยครั้งที่มันทำให้เขาทนแทบไม่ได้ แต่เพราะว่าเป็นน้องชาย

 

 

 

ใช่…เพราะว่าเป็นน้องชาย

 

 

 

มือเรียวไล้ไปตามบาดแผลเล็กๆบนใบหน้าพี่ชาย เขาคงไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามีแผล ริมฝีปากบางพึมพำถ้อยคำบางอย่างพลันบาดแผลนั้นก็เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา

 

 

 

“ถือว่าเป็นของตอบแทนแล้วกัน เกิดใบหน้าของท่านมีแผลเป็น ผู้หญิงอาจจะไม่มองเอาได้”

 

 

 

ราวกับว่ารับรู้ มือหนากุมกระชับมือเรียวบางแน่นขึ้น

 

 

 

อยากจะให้ช่วงเวลาอย่างนี้คงอยู่ตลอดไปเหลือเกิน…

 

 

 

แต่ว่า…มันไม่เคยมีสิ่งไหนคงอยู่ตลอดไป

 

 

 

ไม่เคยมี…เมื่อเขาค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่แอสการ์ด ไม่มีเพียงสักหยาดหยดที่จะเกี่ยวพันทางสายเลือด

 

 

 

ไม่ใช่…น้องชายของธอร์

 

 

 

ถ้าอย่างนั้นแล้วเขาจะเหลือสิ่งใดไว้พร่ำบอกตนเองยามเมื่อเกิดริษยาซะจนแทบจะเป็นเกลียดชังพี่ชายถึงเพียงนั้น ความรู้สึกต่างๆที่กักเก็บไว้ถาโถมเข้ามาจนรู้สึกได้ว่าคำเปรียบเปรยที่ว่าโลกพังทลายลงมา ยังไม่สาสมเท่ากับความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถือครองพังทลายไปต่อหน้า

 

 

 

ไม่ว่าทำอะไรมากมายเพียงใด พระบิดาก็ไม่เคยใส่ใจ สายตาของพระองค์มีไว้จับจ้องแค่เพียงลูกชายแท้ๆ เขาก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยง ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ ความสัมพันธ์จอมปลอมที่ทำให้เขาแทบเป็นบ้า พร้อมๆกับการคงอยู่ของมนุษย์ผู้หญิงนางนั้นที่ทำให้เขาเจ็บปวด

 

 

 

<