[Fic] Melting Kiss -ThorxLoki-(part1)

posted on 15 Jun 2012 03:26 by seulki in Thorki directory Fiction
อ่านบทนำก่อนนะค่ะ เดี๋ยวจะพลาดไป
 
 
 
 
...............................................................................................................................................................
 
 
 
Warning: เวิ่นเว้อ เยิ่นเย้อ สั้นและที่สำคัญ 'โลกิไม่มีบท' OTZ
 
 
...........................................................................................................................................................

 

 

 

 

Chapter 1: mysterious

 

 

 

 

 

 

ว่ากันว่า…’ความฝัน’เกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึก ไม่ว่าจะด้วยการคิดคำนึงถึงสิ่งนั้น การจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างตลอดทั้งวันล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดเป็นจินตภาพยามหลับใหล

 

 

 

 

 

 

อาจจะเป็นไปได้…รัชทายาทแห่งแอสการ์ดครุ่นคิด มันเริ่มขึ้นเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ยามเมื่อหลับตาลง สถานที่แห่งนั้น เสียงฝีเท้า เสียงโซ่ตรวนแม้กระทั่งเสียงร่ำไห้ของเสด็จแม่ปรากฏขึ้นเด่นชัดทุกคราที่หลับตา ราวกับคำสาปที่ทำให้ฝันวนเวียนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ปะติดปะต่อ ไม่เด่นชัดจนรู้สึกหงุดหงิดใจ

 

 

 

 

 

 

จากความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย ไม่มีเหตุผลแม้เพียงสักนิดที่เขาต้องฝันแบบเดียวกันทุกค่ำคืน มันต้องเป็นสัญญาณหรือลางบอกเหตุหรือภาพนิมิตถึงอนาคตอะไรก็ตามแต่ที่ใครสักคนเคยเล่าให้เขาฟังยามเมื่อเขาถามเกี่ยวกับความฝัน

 

 

 

 

 

 

ใครสักคน…

 

 

 

 

 

 

แล้วใครกัน?

 

 

 

 

 

 

บางสิ่งบางอย่างในตัวเขาบอกให้เขาหยุด เลิกคิดซะ ห้ามคิดไปไกลกว่านี้…นี่ต่างหากที่เป็นคำสาป เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเขาพยายามคิดถึงใครสักคนซึ่งเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่เสด็จพ่อ ไม่ใช่เสด็จแม่ ไม่ใช่เพื่อนสนิท…ใครสักคนที่สำคัญกว่านั้น

 

 

 

 

 

 

ใครกันล่ะ…ในเมื่อความจริงที่นี่มีเพียงตัวเขา…ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ไม่มีใครที่ไหน

 

 

 

 

 

 

ไม่มีพี่น้อง

 

 

 

 

 

 

แต่เขาก็อยากมีมาตลอด…น้องชายสักคน มันคงจะดีหากมีคนคอยอยู่เคียงกาย มีใครสักคนที่คู่ควรแก่การปกป้องโดยไม่มีข้อแม้ หรือคนคนนั้นอาจจะเป็นคนรัก เขารักเจน…เคยรัก…หากแต่มันยังไม่เพียงพอจะตอบสนองหัวใจที่แห้งผากของเขา เขาต้องการมากกว่านั้น รักใครสักคนให้ได้มากกว่านั้น รักจนรู้สึกว่าเขาอาจจะตายเพราะความรักนั้น

 

 

 

 

 

 

เขาเคยมีความรักแบบนั้น…

 

 

 

 

 

 

มีจริงจริงหรือ?

 

 

 

 

 

 

เขาไม่เคยหลงรักใครนอกจากเจน ผู้ซึ่งถูกเขาปฏิเสธไปแล้วเมื่อสักพันปีก่อน ช่วงชีวิตของมนุษย์สั้นกว่าเทพเจ้ามากมายนัก เขามั่นใจว่าครั้งหนึ่งเคยรักเจนแม้จะหาเหตุผลแน่ชัดไม่ได้ว่าทำไมจึงทิ้งเธออย่างไม่ไยดี จำได้ว่าตนเองบอกเพียงแค่ ‘รักคนอื่นมากกว่า’

 

 

 

 

 

 

อีกครั้ง…วนกลับมาที่เดิม…เขามั่นใจว่ารัก แต่ว่ารักใคร…?

 

 

 

 

 

 

ภาพของนักโทษแสนสวยในความฝันปรากฏขึ้นในห้วงคิด น่าแปลกที่เขาไม่เคยเห็นหน้าร่างบอบบางนั่นในความฝัน แต่จิตใต้สำนึกที่ไหนสักแห่งสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งมีชีวิตที่ถูกพันธนาการนั้นช่างงดงาม เรือนผมสีดำสนิท ผิวกายขาวจัด ดวงตากลมโตสีเขียวมรกต และ…

 

 

 

 

 

 

“อ่า!”

 

 

 

 

 

 

มือใหญ่ยกขึ้นกอบกุมศีรษะ เจ็บราวกับเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงในสมอง ลืมเลือนเรื่องเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เทพสายฟ้าหอบหายใจอยู่บนเตียงพร้อมกับข้ารับใช้สาวสวยที่เปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะพร้อมกับถลาเข้ามาพยุงร่างใหญ่บนเตียงนอน

 

 

 

 

 

 

“ฝ่าบาทเพค่ะ”

 

 

 

 

 

 

มือเล็กนุ่มประคองไหล่เขา ดวงตาสีฟ้าสวยฉายแววเป็นห่วง ใบหน้าของนางงดงาม สวยหยาดฟ้ามาดิน…คู่นอนที่เขาโปรดปราน

 

 

 

 

 

 

คิ้วหนาขมวดมุ่น เขามักจะปวดหัว…ทุกคราที่คิดเรื่องนักโทษคนนั้นราวกับโดนคำสาปอะไรบางอย่าง แต่ใครจะกล้ามาสาปรัชทายาทแห่งแอสการ์ดได้ และเพราะความคิดนั้นไร้สาระเขาจึงหงุดหงิด

 

 

 

 

 

 

ธอร์ขืนตัวออกจากการเกาะกุมของข้ารับใช้สาว ผู้ซึ่งไม่กล้าทักท้วงยามเห็นแววตาหงุดหงิดรำคาญใจของเทพสายฟ้า เขาลุกขึ้นจากเตียง สั่งให้นางเตรียมน้ำให้อาบก่อนจะแต่งกายด้วยชุดเกราะเพื่อไปพบพระบิดาที่ห้องอาหารตามธรรมเนียม

 

 

 

 

 

 

“หมู่นี้เจ้าดูซูบเซียวไปนะ”

 

 

 

 

 

 

พระนางฟริกก้าเอ่ยทักเมื่อร่างใหญ่นั่งลง ธอร์ละสายตาจากจานอาหารเลิศรสเงยหน้าขึ้นมองพระมารดา ราชินีแห่งแอสการ์ด เสด็จพ่อของเขา ‘โอดิน’ พยักหน้าเห็นด้วย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พระบิดาของเขาเงียบขรึมและพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อก่อนพระองค์ช่างดูมีความสุข อาจจะสักเมื่อพันกว่าปีก่อน กาลเวลาอันแสนยาวนานของเทพเจ้าทำให้ทุกอย่างดูเลื่อนลอยไปหมด

 

 

 

 

 

 

 “หมู่นี้ข้าฝันประหลาด” ธอร์เอ่ยขึ้น “ฝันถึงสถานที่ประกอบพิธีกรรมอะไรบางอย่าง ข้าฝันว่าเสด็จแม่ร่ำไห้ ฝันถึงนักโทษในชุดเสื้อคลุมสีดำ ผิวของเขาขาวผ่อง ก้าวย่างงดงามเหมือนราชนิกูล…”

 

 

 

 

 

 

“มันก็แค่ความฝัน!”

 

 

 

 

 

 

ราชาแห่งแอสการ์ดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะตะคอก แววตาของชายชราวูบไหว เหลือบมองไปยังกำแพงว่างเปล่าอีกฟากฝั่งของโต๊ะตัวยาว ชั่วครู่ที่แววตานั้นเศร้าสร้อย ธอร์หยุดพูด เก็บงำความสงสัยนั้นไว้ในใจ ลอบเหลือบมองพระนางฟริกก้า เขาพบว่าพระนางเองก็มีสีหน้าไม่ต่างจากเขา ประหลาดใจกับท่าทีแข็งกร้าวผิดปกตินั้น

 

 

 

 

 

 

“ข้าขอโทษ หมู่นี้ข้าเครียดเรื่องงานมากไปหน่อย การเป็นกษัตริย์มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย เจ้าเองก็อย่าเอาความฝันเล็กน้อยเก็บมาเป็นกังวลเลย”

 

 

 

 

 

 

“พะยะค่ะ เสด็จพ่อ มันก็แค่ความฝัน…”

 

 

 

 

 

 

โต๊ะอาหารในวันนี้จบลงด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เมื่อโอดินไม่คิดจะเอ่ยคำใดกับเขาอีก ไหล่หนาของชายชราลู่ต่ำราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทม ส่วนเขาเอง…ตกอยู่ในภวังค์แห่งความสงสัย เหม่อลอยจ้องมองจานอาหารเช้าอย่างเป็นกังวล

 

 

 

 

 

 

เมื่อทั้งสองพระองค์ลุกออกไปพร้อมกับนางรับใช้ที่ทยอยเข้ามาเก็บอาหารชั้นเลิศที่ถูกแตะต้องไปเพียงหนึ่งในสี่ ธอร์ลุกขึ้นพาร่างตนเองไปหยุดที่อีกฝั่งฟากของโต๊ะอาหาร มือหยาบไล้ไปตามกำแพง สีของกำแพงบริเวณนั้นคล้ำเล็กน้อยจนน่าประหลาดก่อเกิดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวตั้งขนาดใหญ่จนเหมือนกับกรอบรูป

 

 

 

 

 

 

ไม่ผิดแน่…ที่แห่งนี้เคยมีกรอบรูปขนาดใหญ่ตั้งอยู่กับกำแพง สีที่คล้ำขึ้นของกำแพงบ่งบอกว่ารูปอะไรก็ตามแต่ที่เคยแขวนต้องคงอยู่มาอย่างยาวนาน แต่เขากลับไม่มีความทรงจำเรื่องรูปภาพนี่เลยสักนิดทั้งที่ใช้ห้องรับประทานอาหารนี่ทุกวัน!

 

 

 

 

 

 

“รูปอะไรกัน?”

 

 

 

 

 

 

ทำไมถึงต้องเอาออก

 

 

 

 

 

 

ไม่มีเหตุผลเลย เมื่อเขาถามถึงความฝันกับนักโทษคนนั้น เสด็จพ่อเหลือบมองที่ตรงนี้ด้วยความเศร้า ธอร์ไม่ถนัดด้านการใช้ความคิดเลยสักนิด เขาคิดแล้วคิดอีกจนหัวแทบระเบิดแต่กลับไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้

 

 

 

 

 

 

ในเมื่อคิดไม่ออก…เขาจึงเลือกที่จะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป น่าแปลกที่หลังจากนั้น…เขาก็ไม่ฝันอีก ธอร์จึงเริ่มคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญและลืมเลือนมันไปในที่สุด

 

 

 

 

 

 

เขาเคยคิดอย่างนั้น จนกระทั่งงานเฉลิมฉลองวันเกิดของเขา วนเวียนมาทุกปีเสียจนเกียจคร้านเกินกว่าจะนับว่าเป็นปีที่เท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

“ปีนี้เจ้าน่าจะหาอะไรที่มันท้าทายความกล้าทำ”

 

 

 

 

 

 

แฟนดรัลกระซิบกระซาบกับเขาในงานปาร์ตี้วันเกิด ขณะที่ทุกคนเริ่มจะกรึ่ม โอดินกับฟริกก้าเข้าห้องบรรทมไปนานแล้ว และนี่เป็นเวลาอันดีที่พวกหนุ่มสาวจะเล่นสนุกกัน