[Fic] Melting Kiss -ThorxLoki-(part2)

posted on 19 Jun 2012 13:19 by seulki in Thorki directory Fiction

ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาชายรักชายค่ะ รับไม่ได้กดปิดไปนะค่ะ

 

p.s.แปลกมากที่คราวนี้ลงฟิคตอนกลางวัน 5555+

 

สำหรับสองตอนก่อนหน้านี้ไปดูตรง Recommend ด้านขวานะค่ะ ถ้าไม่อ่านก่อนอาจจะงงเอาได้เน้อ คือซึลขี้เกียจโพสลิ้งค์ =[]=

 

สำหรับตอนนี้ Enjoy ค่ะ อย่าลืมคอมเม้นด้วยเน้อ จุ๊บๆๆๆ

.......................................................................................................................................................

 

Chapter 2: Jotunheim

 

 

 

โยธันไฮม์…หนึ่งในภพทั้งเก้า ดินแดนของยักษ์น้ำแข็งหน้าตาอัปลักษณ์ผู้แสนชั่วร้าย ปราชัยในสงครามศักดิ์สิทธิ์ ถูกริบพลังอำนาจจนต้องล่าถอย หลบเร้นหลีกซ่อนอยู่ ณ ใจกลางดวงดาวที่มืดมิดที่สุด ไร้ซึ่งกษัตริย์ เหลือเพียงแต่เศษซากดวงดาวอันเหน็บหนาว เป็นแค่ผู้พ่ายแพ้ ไม่มีอะไรน่าสนใจแม้เพียงนิด

 

 

 

มือใหญ่พลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ รู้สึกทึ่งเป็นยิ่งนักเมื่อพบว่าเจ้าของสมุดเล่มนี้เชี่ยวชาญในทุกศาสตร์แห่งเวท เป็นเจ้าแห่งมายาโดยแท้จริง ยากที่จะหาผู้ใดเทียบเทียมแม้กระทั่งนักเวทย์ที่เก่งกาจที่สุดในราชวงศ์

 

 

 

ฉลาดล้ำลึก…นิยามอีกหนึ่งที่เขาให้กับเจ้าของสมุด

 

 

 

พลิกไปอีกหน้า ดอกไม้แห้งร่วงหล่นลงมาจากสมุดนั้น

 

 

 

กลีบของมันเป็นสีน้ำเงินครามเกสรสีเหลือง เล็กและบอบบาง เรียงตัวกันเป็นช่อ เขาไม่เคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้ในแอสการ์ดมาก่อน เดี๋ยวไว้ค่อยไปถามเสด็จแม่ ธอร์หันกลับมาสนใจหน้าต่อไป

 

 

 

เป็นเรื่องของโยธันไฮม์ ดวงดาวที่มีแต่ความมืดมิดและหนาวเหน็บ ซึ่งเมื่อกาลก่อนมิได้เป็นเช่นนั้น จนกระทั่งถูกยึดพลังอำนาจ เขาจำได้ว่าตัวเองเป็นคนทำลายสะพานไบฟรอสเองกับมือเพราะความผิดพลาดที่ทำให้ชาวโยธันเกือบสูญสิ้นทั้งเผ่าพันธุ์ ลอฟี่เองก็สิ้นจากเหตุการณ์นั้น เมื่อไร้ซึ่งผู้ปกครองยักษ์น้ำแข็งจึงกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกลืม

 

 

 

แต่ในนี้ไม่ได้เขียนถึงเหตุการณ์นั้น กลับเขียนถึงแผนที่ดวงดาวนั้นอย่างละเอียด ส่วนที่งดงามของดาวที่เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมี (ปัจจุบันอาจจะถูกทำลายไปแล้ว) ที่คุมขังสัตว์ร้าย จำนวนทหาร จุดยุทธศาสตร์ แผนที่ปราสาทน้ำแข็งของลอฟี่ที่วาดอย่างประณีต มันทำให้เขาจำได้ว่าตอนที่ไปที่นั่นก่อนจะถูกเนรเทศเขายังไปไม่ถึงปราสาทนั่นด้วยซ้ำ

 

 

 

พลิกไปหน้าถัดไป…นี่ต่างหากล่ะที่เขาสนใจ

 

 

 

ทางเชื่อมลับระหว่างแอสการ์ดกับโยธันไฮม์โดยไม่ผ่านทางไบฟรอส

 

 

 

เขียนไว้โดยละเอียดจนแม้แต่เขาคงสามารถข้ามไปได้โดยง่ายแค่มีสายเลือดแห่งนักรบ และสำหรับจ้าวแห่งเวทมนต์การเดินทางระหว่างภพทั้งเก้าคงง่ายเสียยิ่งกว่าเล่นกล

 

 

 

แต่การเดินทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกฎข้อห้ามและคงหลีกหนีไม่พ้นจากสายตาของเฮล์มดัล…นายทวาร

 

 

 

เขาอ่านไปเรื่อยๆ ศึกษาเวทมนต์นั้นทั้งที่ตัวเองไม่ค่อยจะถนัด แล้วพบว่าทางเชื่อมนั้นถูกร่ายมนต์กำบังเอาไว้ให้เล็ดรอดจากสายตาของเฮล์มดัล ทุกสิ่งอย่างมันช่างเป็นใจอย่างน่าประหลาด

 

 

 

เลือดแห่งนักรบกำลังร่ำร้องถึงอันตราย แม้จะเยือกเย็นขึ้นกว่าก่อนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนหิวกระหายการผจญภัยมากแค่ไหน ชีวิตที่มีแต่การสังสรรค์มันช่างน่าเบื่อ

 

 

 

ยักษ์น้ำแข็งชาวโยฮันเอ๋ย…เราคงได้พบเจอกันอีกมิช้า

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

และแล้วทุกอย่างก็ช่างเป็นใจในวันหนึ่ง เมื่อเพื่อนของเขามาชวนออกไปล่าสัตว์ ธอร์บอกพวกเขาเพียงแค่ว่าอยากจะออกล่าตามลำพัง เขาชักม้ามุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก ทิวทัศน์รอบกายมีเพียงผืนป่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาทึบเสียจนแสงแดดลอดผ่านมาให้เห็นเป็นลำแสงเล็กๆ ปกติจนไม่อยากเชื่อว่าที่นี่จะเป็นหนึ่งในทางเชื่อมลึกลับผ่านไปยังโยธันไฮม์

 

 

 

มือใหญ่หยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมาจากอกเสื้อ กระซิบถ้อยคำโบราณที่เขียนอยู่ในนั้น

 

 

 

จากป่าสีเขียวครึ้มปรากฏเป็นทางเชื่อมสีรุ้งทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด เขาทิ้งม้าเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปในทางเชื่อมนั้นเพียงลำพัง เพียงแค่ย่างเท้าเหล่าอสูรร้ายก็ขยับเข้ามาตีวงล้อม อาจจะนับร้อยๆตัวแต่หาได้ทำให้เทพผู้ยิ่งยงครั่นคร้าม เขารู้อยู่แล้วว่าทุกทางเชื่อมมีอันตรายแอบแฝง ขอเพียงแค่มีเลือดนักรบและจิตใจที่มุ่งมั่นย่อมฝ่าฟันสัตว์ร้ายออกไปได้ ธอร์กระชับโยเนียร์แน่นขึ้น เสียงทุ้มทรงพลังตะโกนเอื้อนเอ่ย

 

 

 

“เปิดทางให้ข้าซะ! ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใคร ข้ามิได้มีเจตนาทำลาย”

 

 

 

เงียบไปสักพัก…สัตว์ร้ายเหล่านั้นเงียบลงราวกับรอคอย ก่อนที่เสียงทุ้มหวานจะดังขึ้น ก้องกังวานพร้อมกับที่สัตว์ร้ายเหล่านั้นถอยห่างออกไป

 

 

 

“ท่านปรารถนาสิ่งใดหรือ บุตรแห่งโอดิน”

 

 

 

นางสิงห์ตนหนึ่งทอดร่างอยู่เหนือแผ่นผาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ขนสีเงินเปล่งประกายยามต้องแสงจันทร์ ขนของนางปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสายทั้งที่แทบจะไม่รู้สึกถึงความหนาว แทบเท้ามีหมาป่าขนสีเงินยวงกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาระแวดระวัง อสรพิษสีเงินเลื้อยไปมาอยู่ทุกหนแห่ง ทุกอย่างช่างดูขาวโพลนหากแต่เปล่งประกายงดงาม

 

 

 

“ข้าขอแค่เพียงผ่านทางไปโยธันไฮม์”

 

 

 

เขาพูดอย่างห้าวหาญ นางสิงห์หรี่ตาสีทองลง

 

 

 

“นายแห่งข้าห้ามมิให้ผู้ใดผ่านทาง แต่ถ้าหากเป็นท่าน…”

 

 

 

“นายเจ้างั้นเหรอ?” เสียงทุ้มขัดขึ้นด้วยความงุนงง สัตว์พวกนี้มิได้เป็นอิสระหรือไรกัน “หรือจะเป็นจอมเวทย์คนนั้น?”

 

 

 

“ท่านมุ่งหน้าไปโดยที่ไม่รู้อะไรแม้เพียงนิด” นางสิงห์พูดด้วยน้ำเสียงเวทนา “ท่านทำของสำคัญหล่นหายไป ฝ่าบาท ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน”

 

 

 

ร่างสูงหรี่ตา เขาไม่ชอบที่อีกฝ่ายทำราวกับว่าเขาเป็นเด็กตัวน้อยที่ไม่รู้เรื่องราว ความสมเพชเวทนาที่เทพผู้หยิ่งทระนงไม่เคยพบประสบเจอมาก่อน

 

 

 

“เจ้าหมายถึงอะไร? ข้าทำสิ่งใดหายไป?”

 

 

 

“เรื่องนี้คงมีแต่ตัวท่านที่สามารถตอบได้”

 

 

 

ถ้อยคำวกวนชวนให้หงุดหงิด แต่เขาก็ไม่ละความพยายามที่จะถามแม้จะรู้ว่าอาจไม่ได้คำตอบ

 

 

 

“ใครคือนายของพวกเจ้า?พวกยักษ์น้ำแข็ง?”

 

 

 

“ถูกเพียงครึ่งฝ่าบาท” นางตอบด้วยน้ำเสียงชื่นชม “หากแต่นายของข้าคือราชาแห่งโยฮันเท่านั้น”

 

 

 

“เจ้าหมายถึงลอฟี่?” เขาถาม รู้สึกงุนงง “แต่ลอฟี่ตายไปนานแล้วนี่”

 

 

 

“ท่านทำสิ่งสำคัญหล่นหาย” นางสิงห์ทวนอีกครั้ง “และข้าคงไม่สามารถบอกอะไรไปได้มากกว่านี้”

 

 

 

สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย ธอร์ถอนหายใจ เขาคงต้องไปหาคำตอบด้วยตนเอง นางสิงห์กระทืบอุ้งเท้าเบาๆ ประกายแสงจ้าสาดส่องไปทั่วผืนแผ่นดิน ก่อเกิดเป็นช่องทางสีฟ้าครามเหมือนผิวกายของชาวโยฮัน ไอความเย็นหมุนวนจนรู้สึกหนาวเล็กๆแม้ยืนห่างไกล

 

 

 

“ไปเสียเถิด เทพแห่งสายฟ้า ขอให้ท่านพบเจอสิ่งที่ตามหา”

 

 

 

ธอร์พยักหน้าเงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดกับนางอีก ทั้งที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อนแต่ดูเหมือนนางสิงห์ตนนั้นรู้อะไรมากกว่าเขานัก ไม่แน่ว่าการไปโยธันไฮม์ครั้งนี้เขาอาจจะได้พบกับสิ่งที่ตนตามหาตามที่นางบอก

 

 

 

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ด้วยว้ำว่ามันคืออะไรก็ตาม… 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

 

โยธันไฮม์ดูแปลกไปจากในความทรงจำ ตอนนั้นเขาเห็นเพียงความมืดมิดเหน็บหนาว หิมะที่ปลิวกรรโชกไม่ขาดสายเสียดแทงผิวหนังพอๆกับสายตาที่กระหายการแก้แค้นของยักษ์น้ำแข็ง หินรูปทรงประหลาดที่ปกคลุมไปทั่ว เศษซากของสิ่งก่อสร้างบ่งบอกถึงอารยธรรมอันเสื่อมถอยของชาวโยฮัน

 

 

 

ที่นี่ใช่โยธันไฮม์แน่เหรอ…

 

 

 

เขาคิดอย่างงุนงง เบื้องหน้าคือบานประตูอันใหญ่โตสลักเสลาอย่างวิจิตรจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาตั้งอยู่บนภพที่ขึ้นช