[s.Fic] A moment after -JoonXMir-

posted on 30 Oct 2012 22:52 by seulki in Joonmir
หลังจากหายไปนานเพราะงานยุ่งมาก ต้องทำงานตลอดเลย ซึลก็มีเวลาแต่งฟิคซะที แต่ฟิคที่แต่งไม่ใช่ธอร์กินะค่ะ เป็นฟิค mblaq ที่แรงฟินมันส่งล้วนๆ >O<
 
 
 
 
แปะรูปเพิ่มฟิน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กอดกันอย่างนี้~~ฟินไปอีกสามโลก
 
อย่าช้าอยู่เลย ไปอ่านดีกว่า Let's gooooo
 
....................................................................................................................................
 
 

[S.Fic]: A moment after…

Pairing: Joon x Mir

Author: SeulKi

Rate: Nc-17

Description: เหตุการณ์หลังจากถ่าย Idol Manager ep 10 จบค่ะ

Warning: ขออภัยหากมันไร้สาระและมีแต่ฉากเรท แบบว่าซึลฟิน~~~ เผาเร็วมาก ถ้าเจอคำผิดบอกซึลด้วยนะค่ะ J

p.s. ดราม่าเล็กๆ

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

ทั้งที่ในอกเจ็บปวด…แต่ก็ต้องทนฝืนยิ้ม

 

 

 

“ฉันไม่อยากออกไปเที่ยวกับนาย ถึงเราจะโทรหากันบ่อยๆ แต่ฉันก็ไม่อยากออกไปเที่ยวกับนาย”

 

 

 

ทั้งที่อยากจะร้องไห้… 

 

 

 

“พี่ก็ออกไปกับจุนบ่อยๆนะตอนกลางคืน”

 

 

 

แต่กลับทำไม่ได้…

 

 

 

“ฉันก็ออกไปดูหนังกับจุนฮยอง ไปดูคอนเสิร์ตด้วย”

 

 

 

เพราะว่าที่ตรงนี้ กล้องกำลังถ่าย…สายตาทุกคนกำลังจับจ้อง หากแสดงสีหน้าเจ็บปวดแม้เพียงนิด ทุกความรู้สึกที่ปิดบังไว้จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

 

 

 

ได้แต่หัวเราะ…ทั้งที่ไม่มีอะไรให้หัวเราะ

 

 

 

สำหรับจุน…คนอื่นสำคัญเสมอ

 

 

 

ยกเว้นบังชอลยงคนนี้

 

 

 

อีจุนคนโง่ที่ไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา

…………………………………………………………………………………….

 

 

 

วันนี้เป็นปาร์ตี้วันเกิดของชอนดุงกับซึงโฮพร้อมกับการบันทึกเทปรายการ Idol Manger  ทุกคนมารวมตัวจัดปาร์ตี้ในตอนกลางคืน ทั้งงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ สมาชิกทุกคนพูดเผยความในใจ และก่อนที่การถ่ายทำจะจบ

 

 

 

“ผมอยากไปดูหนังกับจุนฮยอง”

 

 

 

ชอลยงบอกความต้องการของตัวเองออกไป เขาไม่เคยไปดูหนังกับจุนเลยสักครั้ง ส่วนมากจะไปกับพวกพี่ๆคนอื่นในวงมากกว่า แถมส่วนใหญ่ที่ไปเพราะถูกจองบยองฮีบังคับอีกต่างหาก

 

 

 

“พี่มีนัดกับคนอื่นตลอดเลย!”

 

 

 

ร่างบางโวยวายขึ้นมา และก็เป็นเหมือนปกติที่จุนจะโวยวายกลับ

 

 

 

“ทำไงได้ ก็พี่มีนัดแล้วนี่!”

 

 

 

“พี่ก็ออกไปกับจุนบ่อยๆนะตอนกลางคืน”

 

 

 

ซึงโฮพูดแทรกขึ้นมา ชอลยงหันขวับไปมองหาเรื่องจุนทันทีด้วยสายตาตัดพ้อ จนร่างสูงต้องพูดแก้ตัว

 

 

 

“ผมก็ออกไปกับชอนดุงนะ”

 

 

 

“อ่า ใช่ ผมออกไปดูหนังกับจุนฮยอง ไปดูคอนเสิร์ตด้วย”

 

 

 

ดวงหน้าหวานก้มต่ำลง รู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก พี่ออกไปกับทุกคนยกเว้นผมใช่มั้ย และเหมือนกับยิ่งตอกย้ำตอนที่คยองลิมนูน่าพูดออกมาว่าจุนฮยองไม่อยากออกไปเที่ยวกับมักเน่ ความน้อยใจกับความเสียใจผสมปนเปกันไปหมด

 

 

 

“ออกไปเที่ยวกับผมด้วยสิ…”

 

 

 

ร้องขอออกไปทั้งที่คิดว่ามันดูเอาแต่ใจ แต่เขาเป็นมักเน่นี่นาแล้วจุนก็ไม่เคยออกไปเที่ยวกับเขาเลยสักครั้ง

 

 

 

“ฉันไม่อยากออกไปเที่ยวกับนาย ถึงเราจะโทรหากันบ่อยๆ แต่ฉันก็ไม่อยากออกไปเที่ยวกับนาย”

 

 

 

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”

 

 

 

ฝืนหัวเราะออกไป คำพูดที่รุนแรงของจุนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะชิน เป็นอย่างนี้เสมอเวลาอยู่หน้ากล้อง บังชอลยงเป็นใครสักคนที่อีกฝ่ายไม่เคยแคร์ ร่างบางแทบอยากจะจบการถ่ายทำนี้ให้รู้แล้วรู้รอด อารมณ์ดีๆที่มีมาทั้งวันเลือนหายไปหมด แค่เพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของร่างสูง

 

 

 

ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ชอลยงก็ไม่อยากสนใจฟังแล้ว เขาอยากจะขังตัวเองแล้วร้องไห้เงียบๆคนเดียวแบบที่เป็นมาตลอด มันไม่ใช่ความน้อยใจแบบน้องชายน้อยใจพี่ชายที่ไม่สนใจตน รู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เด็ก 5 ขวบที่ต้องการความรักความสนใจ มันเจ็บกว่านั้นจนบางครั้งรู้สึกราวกับว่าหัวใจแทบจะถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ เขารู้ดีว่ามันคือความรัก…

 

 

 

บังชอลยงแอบหลงรักอีชางซอน… 

 

 

 

ไม่ทันตั้งตัว…ตอนที่แขนแกร่งโอบรัดเอวเขาจากทางด้านหลังจนเขาแทบจะจมหายไปกับแผ่นอกกว้างๆนั่น จุนเกยคางไว้ที่ไหล่บอบบาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนร่างบางตัวสั่นเล็กๆ ช็อกกับความใกล้ชิดแบบกะทันหันแต่ก็ไม่ปฎิเสธ น้อยมากที่จุนจะแสดงความรักกับเขาต่อหน้ากล้อง ยิ่งเป็นการกอดแบบแนบชิดนี่แทบจะเป็นเขาฝ่ายเดียวที่เข้าหา กลิ่นน้ำหอมของร่างสูงลอยอบอวลอยู่รอบตัวราวกับจะกักขังเขาไว้ในอ้อมกอด

 

 

 

“เราไปแสดงความรักกันบนรถเถอะนะฮยอง”

 

 

 

เขาพูดแซวออกไปทั้งที่เสียงสั่น จุนประทับริมฝีปากแผ่วเบาที่ต้นคอขาวเนียน หัวใจของชอลยงเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก จุนนี่ฮยองกำลังทำอะไร…

 

 

 

“สัญญากับพี่ว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ในรถ”

 

 

 

“โอเค”

 

 

 

ได้แต่ตอบรับออกไปอย่างเลื่อนลอย อ้อมแขนแข็งแรงคลายจากการกอดรัดพร้อมกับการถ่ายทำที่จบลงพร้อมกับรอยยิ้มหวานบนใบหน้าชอลยงที่เลือนหายไปทันทีที่ปิดกล้อง จุนเหลือบมองร่างบางน้อยๆแต่ชอลยงไม่มองหน้าเขาเลยสักนิด ทั้งที่ปกติต้องเข้ามาออดอ้อนจนน่ารำคาญ มือเรียวใช้ส้อมเขี่ยเนื้อในจานไปมา

 

 

 

“ชอลยง ถ้านายไม่กิน เอามาให้ฉันก็ได้นะ เขี่ยจนเละไม่เหลือสภาพแล้วเนี่ย”

 

 

 

ไม่รู้ว่านายเท่าไหร่แล้วที่เขาเอาแต่เขี่ยเนื้ออยู่อย่างนั้น จนชอนดุงผู้รักเนื้อยิ่งชีพทนไม่ไหว ร่างบางสะดุ้งก่อนจะเลื่อนจานออกห่าง

 

 

 

“อ่า...เอ่อ พี่เอาไปเหอะ ผมไม่หิว”

 

 

 

ชอนดุงกำลังจะยื่นแขนไปหยิบเนื้ออยู่แล้ว ถ้าไม่ติดที่แขนล่ำๆของลีดเดอร์ที่ยื่นออกมาฟาดแขนขาวๆของรองมักเน่ดังป้าปพร้อมกับเสียงดุคมเข้มราวกับพญามารจากนรก

 

 

 

“จานตัวเองก็มียังจะไปกินเนื้อคนอื่นอีก! ชอลยง กินเข้าไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำ!!”

 

 

 

“หา? อ่า…ครับ ครับ”

 

 

 

ชอลยงจิ้มเนื้อเข้าปากอย่างรวดเร็ว เคี้ยวจนแก้มตุ่ย ใครมันจะกล้าไปขัดจอมปีศาจยังซึงโฮ จุนหัวเราะออกมาน้อยๆ มีคนเดียวเท่านั้นล่ะมั้งที่ปราบมักเน่จอมดื้อได้…แต่ก็ใช่ว่าจะทุกครั้ง ซึงโฮเป็นคนใจอ่อนลึกๆ แค่มีร์ส่งสายตาออดอ้อนพร้อมกับเข้าไปคลอเคลียอีกนิดหน่อยก็ไม่พ้นต้องยอมตามใจทุกอย่างจนมักเน่เกือบจะเสียนิสัยอยู่แล้ว

 

 

 

“ซอสเลอะแล้วน่ะชอลยง”

 

 

 

เสียงทุ้มต่ำพูดอย่างอ่อนโยน มือใหญ่เอื้อมผ่านหน้าจีโอไล้ไปที่มุมปากของร่างบางแผ่วเบา ชอลยงเม้มปากแน่นพร้อมกับเบือนหน้าหนี จีโอที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินเล็กๆรีบชิงพูดขึ้น

 

 

 

“นายเปลี่ยนที่กะพี่ดีป่ะจุน นายจะได้ เอ่อ…เช็ดปากมักเน่ได้สะดวก”

 

 

 

พูดไปจีโอผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็กระอักกระอ่วนเล็กๆ บรรยากาศตอนนี้เหมือนสามีภรรยาทะเลาะกันไม่มีผิด หันไปมองรอบด้านก็เจอชอนดุงกำลังนั่งกินเนื้ออย่างเมามันส์ ซึงโฮกำลังคุมให้ชอนดุงกินแต่เนื้อในจานตัวเอง เมเนเจอร์สามสาวกำลังแผ่รังสีสีม่วงประหลาดออกมาเป็นแบ็คกราวน์ แล้วทำไมจองบยองฮีต้องมานั่งคั่นกลางระหว่างคู่จุนมีร์ด้วย อย่าให้รู้นะว่าใครจัดที่นั่ง!

 

 

 

“ไม่ต้องหรอกฮยอง ผมจะไปนั่งกับดุงกี้”

 

 

 

มีร์พูดขัดด้วยเสียงเรียบเฉย จีโออ้าปากค้าง ปกติมักเน่จะเรียกหาแต่ จุนฮยอง จุนฮยอง นั่งกับจุนฮยอง นอนกับจุนฮยอง กินกับจุนฮยอง ถ้าเข้าห้องน้ำด้วยกันได้คงเข้ากับจุนฮยองไปแล้ว แต่นี่ชอลยงดันเมินจุนฮยองคนโปรด ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ส่วนคนที่ช็อกกว่าคงจะเป็นชอนดุงที่อ้าปากหวอทั้งที่มีเนื้ออยู่ในปาก อยากให้มีคนมาถ่ายรูปวินาทีประทับใจนี้ไว้เหลือเกิน

 

 

 

“ซึงโฮฮยอง เปลี่ยนที่นั่งกัน”

 

 

 

ซึงโฮพยักหน้ารับแบบงงๆตามด้วยแลกที่นั่งแบบงงๆและนั่งกินเนื้อต่อไปแบบงงๆ จีโอตบบ่าซึงโฮน้อยๆอย่างเห็นใจ ใครจะไปกล้าขัดมักเน่ที่กำลังพาล

 

 

 

“ดุงกี้ นายอยากกินเนื้ออีกป่ะ เดี๋ยวฉันตัดให้นะ”

 

 

 

ไม่อยู่ต่อหน้ากล้อง จากชอนดุงฮยองก็กลายเป็นดุงกี้ธรรมดา

 

 

 

“หา เอ่อ…ไม่ดีมั้ง”

 

 

 

รองมักเน่เหงื่อตก หันไปทางซ้ายก็เจอชอลยงกำลังส่งยิ้มหวานเจี๊ยบมาให้ มันก็น่ารักอยู่นะถ้าไม่ติดที่ว่าดวงตากลมโตนั่นไม่ยิ้มไปด้วยจนเขาคิดว่าเนื้อที่ชอลยงตัดให้อาจจะมียาพิษ มองเลยไปอีกก็เจอซึงโฮฮยองกำลังส่งสายตาตักเตือนที่กินเยอะเกินไป ตามด้วยจีโอฮยองที่มองเขาแบบสงสารปนสมเพช(?) แต่ที่หนักสุด…จุนนี่ฮยองคนหล่อที่กำลังเม้มริมฝีปากเน้น ดวงตาคู่คมมองมาที่เขาอย่างเชือดเฉือนจนเขาอยากจะทิ้งส้อม

 

 

 

บอกทีว่าดุงกี้ ดุง ดุง ดุง คนนี้ทำผิดอะไร ดุงแค่กินเนื้อ!!

 

 

 

“ชอลยง”

 

 

 

เสียงทุ้มๆอ่อนโยนของจุนเปลี่ยนเป็นเสียงเข้มขึ้นด้วยความหงุดหงิด แต่มักเน่ก็ยังคงกวนโมโหด้วยการทำหูทวนลม ใบหน้าหวานขะมักเขม้นอยู่กับการตัดเนื้อของชอนดุงจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

 

 

ตัดอย่างนี้ สับเลยดีกว่ามั้ย ไหนๆก็เละเหมือนกัน T^T

 

 

 

“อย่ามาทำเมินพี่นะ ชอลยง” ร่างสูงกดเสียงต่ำ

 

 

 

“ผมเปล่า ฮยองก็พูดไปสิ เห็นป่ะว่าผมตัดเนื้อให้ดุงกี้อยู่”

 

 

 

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ฉันตัดเองได้ นายไปคุยกะจุนฮยองเหอะ”

 

 

 

ชอนดุงพยายามจะไกล่เกลี่ยพร้อมกับส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่ฮยองอีกสองคน แต่คู่ 87 line ดันทำเป็นมองท้องฟ้าซะงั้น รักกันจริงๆ

 

 

 

“แต่ฉันอยากตัดให้นาย นายจะปฏิเสธฉันเหรอ”

 

 

 

ใบหน้าน่ารักของชอลยงเริ่มจ