[Fic Mblaq] The Coin -JoonxMir- Chapter 1

posted on 08 Jan 2013 00:56 by seulki in Joonmir

Chapter 1

Brother



รายการวาไรตี้แห่งหนึ่งเคยถามบังชอลยงว่า สำหรับมักเน่แล้วอีชางซอนเป็นใคร? วินาทีที่คำถามนั้นหลุดออกมาร่างบางทำหน้างุนงงพร้อมกับชะงักเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มเผยอออกแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาเหมือนกับสมองหยุดทำงานกะทันหัน บังชอลยงนั่งเงียบเฉยอยู่หลายวินาทีทั้งที่เป็นคำถามง่ายๆ จนทุกคนในห้องส่งพลอยนิ่งเงียบไปด้วย ดวงตากลมโตกระพริบติดๆกันหลายครั้งเสมือนคนคิดไม่ออก…หรือไม่เคยคาดคิด





‘นั่นสินะ…อีชางซอนเป็นใคร สำหรับบังชอลยง’





เพื่อน? หรือว่าแค่เพื่อนร่วมวง?





ใน DVD ของ Mblaq เองก็เคยมีของแถมเป็น Double Talk อีจุนเป็นคนพูดเองว่าชอลยงเป็นแค่เมมเบอร์ สำหรับอีจุนแล้วเขาเป็นแค่เมมเบอร์ ถึงแม้เขาจะเน้นย้ำว่าอีกฝ่ายมีความหมายกับเขามาก แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมวงที่หลุดออกมาจากปากที่ชอบพูดจาแบบไม่คิดของชางซอน





จะตอบว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญกับเขามากดีมั้ยนะ?





แต่ถ้าถูกถามต่อว่าสำคัญยังไงล่ะ? แบบนั้นคงไปต่อไม่ถูกแน่ๆ ก็ไม่รู้เลยนี่นาว่าอีกฝ่ายสำคัญยังไง





งั้นตอบว่าเมมเบอร์ดีมั้ย แค่เมมเบอร์คงดีสินะ พี่จุนยังเคยตอบแบบนั้นเลย…





“เมม…”





เสียงแหบหวานของชอลยงถูกขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุห้าวของซึงโฮที่ทนต่อสถานการณ์น่าอึดอัดไม่ไหว และตัดสินใจว่าเป็นการดีที่จะเข้ามาออกรับแทนมักเน่ น้ำเสียงนั้นมั่นคงและตราตรึงเข้าไปในหัวใจของชอลยงจนเจ็บแปลบ





“เราเป็นครอบครัวเดียวกัน Mblaq คือครอบครัว”





สุดท้ายแล้วช่วงตอบคำถามของมักเน่ก็ไม่ได้ออกอากาศ ทางโปรดิวเซอร์คงเห็นว่าสถานการณ์อันยอดแย่นั่นไม่เหมาะกับรายการที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ





หลังจากการทำงานที่เหนื่อยล้าทั้งวันจนกระทั่งถึงตอนที่ได้ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูน บังชอลยงกลับนอนไม่หลับ ได้แต่เฝ้าครุ่นคิด ถึงเขากับจุนฮยองจะไม่มีใครพูดอะไรเลยหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ คิดถึงตอนที่ตามรายการต่างๆได้จำกัดความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วยความขบขันแกมเอ็นดูว่า อีจุนคนดังกับแฟนคลับบังมีร์…





ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจขนาดนั้นแท้ๆ…





“ชอลยงอ่า พี่เข้าไปได้มั้ย”





เสียงทุ้มต่ำของอีจุนดังขึ้น ร่างบางถอนหายใจก่อนจะเดินไปเปิดประตู ร่างสูงของอีจุนยืนอยู่ที่นั่นพร้อมกับใบหน้าเป็นกังวล





“วันนี้ที่รายการนายเป็นอะไรรึเปล่า”





เขาเป็นอย่างนี้เสมอ…ไม่มีเกริ่นนำ ไม่ยืดเยื้อ ไม่อ้อมค้อม พูดและถามตามแต่ที่ใจตัวเองต้องการ ไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้องเสียด้วยซ้ำ





“ก็เปล่านี่ครับ แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย เลยกลายเป็นเอ๋อกลายรายการ ขายหน้ามาก”





ริมฝีปากบางยื่นออกมาด้วยความไม่พอใจ แก้มใสๆป่องขึ้นด้วยความเซ็งพร้อมกับบ่นงุ้งงิ้ง รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปลูบหัวทุยๆของอีกฝ่าย พันนิ้วเข้ากับเส้นผมนิ่มลื่นนั่นอย่างอดไม่ได้





“ฮยองทำไร ผมยุ่งไปหมดแล้ว เห็นมั้ยเนี่ย”





ชอลยงบ่นอุบ ปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆก่อนจะหันเหความสนใจไปที่การจัดแต่งทรงผมตัวเองแก้เก้อ ดวงตาคมๆของอีจุนกำลังทำให้เขาใจสั่น มันราวกับว่าจะทะลุเข้ามาจนมองเห็นตัวตนและความรู้สึกที่เขาเพียรปิดไว้





นิ้วโป้งของจุนเกลี่ยเบาๆที่แก้มใสก่อนจะเชยคางอีกฝ่ายขึ้นสบตา





“ไม่ว่าความรู้สึกของนายจะเป็นยังไง…” เสียงทุ้มทอดต่ำอย่างอ่อนโยน ร่างบางชะงัก ในใจท่วมท้นไปด้วยความกลัว





อย่า





“พี่ก็อยากให้นายได้รู้เอาไว้…”





ไม่นะ





อย่าพูด





“สำหรับพี่แล้ว…”





เปลือกตาบางไหวระริก คำปรารถนาที่ได้แต่ร่ำร้องแต่ไม่มีวันเป็นจริง





ห้ามพูดนะ…ห้ามพูดคำนั้นออกมา





“บังชอลยงคือ…”





เรือนร่างบอบบางไหวสะท้านเมื่อโดนรั้งเข้าไปในอ้อมกอด ริมฝีปากบางของอีจุนกดประทับลงบนหน้าผากกลมมน พร้อมกับหยาดน้ำตาเป็นสายที่ไหลรินลงมาตามแก้มใส





“น้องชายของพี่ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”





วินาทีนั้นที่ชอลยงตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้





สูญเสียหยาดน้ำตาให้กับรักแรกอันแสนบริสุทธิ์





พร้อมกับอีชางซอนที่ผละออกและเดินหันหลังจากไปโดยไม่เคยเหลียวกลับมา




 

อีชางซอนรู้…พี่จุนรู้เสมอว่าชอลยงรู้สึกยังไง





ถึงจะรับรู้แต่ก็ไม่อยากตอบสนองความรู้สึกนั้น



.

 





.







ถ้าหากถามบังชอลยงอีกครั้งว่า สำหรับมักเน่แล้วอีชางซอนเป็นใคร? 

 




 

สิ่งที่ได้รับคงเป็นเพียงความเงียบและรอยยิ้มเศร้าๆ กลับมาเท่านั้นเอง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………



เปลือกตาบางปรือกระพริบหลายๆครั้งก่อนจะเปิดขึ้นในที่สุด ทั่วทั้งห้องยังคงมืดสนิท อาจเพราะห้องนอนของเขาไม่มีหน้าต่าง เสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอดังชิดหู ท่อนแขนแกร่งกอดรัดเอวบางแน่นจนใบหน้าหวานแนบชิดกับอกกว้าง ชอลยงถอนหายใจก่อนจะพยายามเอาแขนที่พาดอยู่ออกไป แต่ผลที่ได้คืออ้อมกอดที่รัดแน่นมากยิ่งขึ้นจนเจ็บนิดๆ  





การตื่นขึ้นมาในความมืดสนิทพร้อมกับอ้อมกอดจากคนที่แอบหลงรักไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด ชอลยงไม่ใช่คนโง่…เขาเป็นคนที่เจ็บแล้วจำ การเข้าใกล้อีจุนมากเกินไปไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆสำหรับคนที่พยายามจะตัดใจ ความอบอุ่นที่โอบล้อมมีแต่ยิ่งทำให้หัวใจเจ็บแปลบจนความสุขเล็กๆที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงแทบจะทดแทนกันไม่ได้





ทั้งที่เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว กาลเวลาที่ผ่านไปจนชินชา แต่ก็ยังหลอกหลอนแม้แต่ในความฝัน





ยิ่งชอลยงพยายามเข้าหามากเท่าไหร่…อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะยิ่งไกลออกไปมากเท่านั้น





ทั้งที่ตารางงานเต็มแน่นแต่ชางซอนก็ยังออกไปหาผู้หญิงเรื่อยๆ จุนไม่ใช่คนที่เข้าหาผู้หญิงเก่งนัก แต่การทำความรู้จักกับการมีเซ็กส์มันต่างกัน สิ่งที่จุนทำไม่ใช่คำพูด…เขาไม่อยากรู้จักผู้หญิงคนไหน เขาต้องการแค่เพียงปลดปล่อยความต้องการทางร่างกาย ไม่เคยจริงจังกับใคร





ครั้งหนึ่งเขาเคยถาม…ตอนที่อีจุนกลับมาที่ห้องพร้อมกับรอยจูบที่ต้นคอและกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนร่างบางต้องเบ้หน้า เขาถามว่าชางซอนเคยรักใครจริงบ้างมั้ย อีกฝ่ายนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า





‘เคยสิ เมื่อนานมาแล้ว แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เลยตัดใจได้ในที่สุด แล้วนายล่ะเคยรักใครบ้างรึเปล่า’





ชอลยงชะงัก ความทรงจำกับแฟนคนแรกก่อนที่จะมาเดบิวต์ย้อนเข้ามาเป็นฉากๆ รักมั้ยงั้นเหรอ…ก็คงจะรัก





‘อ่า พี่นี่ถามอะไรโง่ๆ ตอนที่เลิกกับหมอนั่น นายยังร้องไห้แทบตาย แล้วแบบนั้นจะไม่รักได้ไง’





ชางซอนยิ้มขืนๆ ภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของมักเน่ยังทำให้เขารู้สึกแย่จนถึงทุกวันนี้





‘อ่าครับ ผมก็คงรักแหละ ก็คบกันมาตั้งนาน’





รัก





แต่ก็ไม่เท่ากับที่ผมเจ็บเพราะพี่ตอนนี้





ที่ร้องไห้อาจจะแค่เพราะเจ็บใจ…ที่อีกฝ่ายทิ้งเขาไปอย่างง่ายดาย





‘ฮ่ะฮ่ะ งั้นตอนนี้เราก็โสดทั้งคู่ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ เหนื่อยมากเลย’





อีจุนก้าวเดินผ่านมักเน่เข้าไปในห้องก่อนที่เสียงแหบหวานจะเรียกไว้อีกครั้ง





‘พี่จุน…ผู้หญิงที่พี่มีความสัมพันธ์ด้วย…’





‘ไม่ต้องห่วงหรอก ชอลยง พี่ยังไม่คิดจะมีความสัมพันธ์กับใครที่ไหน ก็แค่เซ็กส์น่ะ’





และเพราะอีจุนไม่จริงจัง…ชอลยงจึงชินชาไปในที่สุด





บางครั้งเขาก็สงสัยว่าคนที่พี่จุนเคยรักอาจจะเป็นบังชอลยงคนนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็เป็นแค่เพียงจินตนาการของเขา แค่สักครั้งที่อยากเป็นที่รักของใครสักคน





ไม่ใช่ใครสักคน…แต่ต้องเป็นพี่จุนคนเดียวเท่านั้น





ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด





เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กของจุนดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า ร่างบางถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเสียงนั้นปลุกร่างสูงในที่สุด มือใหญ่คว้าสะเปะสะปะไปใต้หมอน วางโทรศัพท์บนอกชอลยงก่อนที่เสียงแหบพร่าจะสั่งเขาด้วยความงัวเงีย





“อ่านให้ฟังหน่อย”





แข