[Fic] Heartless -RL- up.14 (40%)
posted on 06 Dec 2009 10:05 by seulki in RL>O< หายไปนาน วันนี้มาอัพก่อน 40% ค่ะ T^T
ซึลยังมีชีวิตอยู่นะเออ ไม่ได้หายไปไหน ช่วงนี้อาจจะวุ่นวายอยู่สักหน่อยค่ะ
กำลังจะออกฟิคโปรเจ็ค มีรายละเอียดเต็มไปหมดเลย T^T
ต้องออกไปทำงานทุกวัน ชีวิตเลยดูวุ่นวาย ^^ ยังไงจะพยายามอัพนะคะ
อ่านกันเลย!!!
ตอนนี้หาสาระไม่เจอ
................................................................................
Chapter 14: Before
ร่างสูงเดินขึ้นบันไดด้วยความหงุดหงิดใจ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะไปทำงานนั้น…จริงๆแล้วเขาอยากจะนอนอยู่บนเตียงมากกว่าด้วยซ้ำ สาเหตุก็เพราะความเหนื่อยที่สะสมมาจากเหตุการณ์เมื่อวาน และยังมีเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตอนเช้าแล้ว แต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่ไอวัวโง่จะหมดแรงจนไปทำงานไม่ได้แบบนั้น
อ่อนแอชะมัด!
สบถเป็นภาษาอิตาลี่พลางกระชากประตูห้องนอนเปิดออกอย่างแรง ร่างบางยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงของเขา ขดตัวราวกับลูกแมวน้อยเพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ผ้าห่มกองร่นไปอยู่ปลายเตียง
เหลือบตามองชุดกระโปรงนอนลายวัวตัวยาวที่เปิดเปลือยขึ้นจนถึงต้นขานวลเนียน และรอยจูบสีแดงเรื่อที่แต่งแต้มไปทั่วผิวกายขาวใสจนต้องยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ
มือใหญ่เปิดประตูตู้เสื้อผ้า ก้าวเข้าไปในนั้น กวาดตามองไปรอบๆก็พบกับเสื้อเชิ๊ตสีขาวแขนยาวของตนแขวนอยู่เต็มราวพร้อมกับกางเกงแสลค หากแต่อีกครึ่งหนึ่งของตู้ก็เต็มไปด้วยเสื้อเชิ๊ตลายวัวด้วยเช่นเดียวกัน
‘มีเสื้อแบบเดียวรึไงนะ’
เผลอส่ายหัวด้วยความระอาใจกับสไตน์การแต่งตัวของเจ้าวัวโง่ที่ผ่านมากี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมากพอๆกับเขาที่ใส่แต่ชุดสูทอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างน้อย เขาก็แต่งตัวได้เหมาะสมกว่าเจ้าวัวนั่น บางที…ถ้าหากว่ามีเวลาว่าง จะพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ดีมั้ยนะ
เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยยามจิตนาการถึงไอวัวโง่ที่ทำหน้าบูดบึ้งอยู่ในชุดสูทที่เขาเป็นคนเลือกให้ เจ้านั่นจะโมโหหรือว่าดีใจกันแน่นะ…ขมวดคิ้วมุ่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตนกำลังจะก้าวล้ำเส้นไปอีกครั้ง ด้วยการปล่อยใจเหม่อลอยไปถึงร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงของเขา
ขาเรียวก้าวออกมาจากตู้เสื้อผ้าเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะขาดก็แต่หมวกปีกกว้างเท่านั้น ช่วยไม่ได้ที่ต้องไปสั่งทำใหม่เพราะเขาไม่มีใบสำรอง ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาได้…ถึงแม้ว่าเขาจะระวังตัวอยู่ตลอดเวลาก็เถอะ
“ฮืม…รีบอร์น…”
เสียงละเมอจากร่างบนเตียงทำให้เขาต้องหันไปมองด้วยความสนใจ ร่างบางยังคงนอนหนาวสั่นด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศอยู่อย่างนั้น และก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัวก็พบว่า ตัวเองก้าวขาไปยืนชิดเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พร้อมกับห่มผ้าให้คนบนเตียงอย่างอ่อนโยนเกินกว่าที่ตัวเองจะคาดคิด
ช่วยไม่ได้…
“ถือซะว่า ฉันช่วยไม่ให้แกหนาวตายอยู่ในบ้านก็แล้วกัน…”
ทั้งที่ปากบอกออกไปแบบนั้น แต่มือใหญ่กลับลูบเรือนผมสีดำเล่นอย่างเพลินเพลิน เส้นไหมที่นุ่มราวกับขนแมวไล้ผ่านไปตามนิ้วมือของเขา ก่อนที่แขนเรียวขาวจะเอื้อมมากอดรัดเอวของนักฆ่าคนสำคัญเอาไว้
“ให้ตายเหอะ! ฉันต้องไปทำงานนะ”
ดุคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบาพลางแกะแขนเรียวบางออกจากเอวของตนเอง แต่กลับทำให้ดวงตาสีเขียวมรกตปรือเปิดขึ้นด้วยความมึนงง
“นั่น…นายจะไปไหนน่ะ”
ถามออกมาด้วยเพราะยังไม่หายง่วงนอนดีนัก ใบหน้าหวานเหงเกเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่สะโพกมนจนทำให้ขยับกายได้ลำบาก มือเรียวกระชับผ้าห่มแน่นขึ้นเพราะความหนาวเย็น เรือนร่างบอบบางสั่นสะท้านไม่ใช่เพียงเพราะอากาศหนาว แต่เป็นเพราะคนตรงหน้าที่กำลังจับจ้องมายังตน ด้วยแววตาที่ทำให้รู้สึกราวกับว่า กำลังเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้ารีบอร์น
ดวงตาคมไล่สายตาไปตามลาดไหล่บาง ลำคอระหงส์ที่เต็มไปด้วยรอยจูบของเขา ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ริมฝีปากอิ่มที่แดงช้ำจนอยากบดขยี้มันอีกครา
ผู้พิทักษ์อัสนี…ที่แสนยั่วยวนใจ
“เอาจริงๆนะรีบอร์น นั่นนายจะไปไหนน่ะ?”
“ไปทำงาน” คำตอบนั้นทำให้แรมโบ้ต้องเบ้ปากอย่างอดไม่ได้
“รู้แล้ว…ฉันหมายถึงงานอะไร ไปที่ไหน กลับเมื่อไหร่อะไรแบบนั้น”
“ฉันจำไม่ได้ว่า แกเคยวุ่นวายกับฉันมากขนาดนี้”
พูดออกไปอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะลุกขึ้นเป็นสัญญาณว่า จบบทสนทนาแต่เพียงเท่านี้ แรมโบ้กรอกตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย แค่บอกว่าไปไหนก็ไม่ได้รึไงกัน
“ถ้าแกอยากรู้นัก…ก็ไปถามโคโรเนโร่ก็แล้วกัน”
“ว่าไงนะ! โคโรเนโร่เหรอ”
คำตอบนั้นทำให้ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อความทรงจำบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัว พาลให้ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงด้วยความตกใจ
“โอ๊ย!”
เสียงหวานอุทานลั่นด้วยความเจ็บปวดที่แล่นแปลบขึ้นมาตามสะโพกมน ลุกขึ้นไม่ได้…บ้าชะมัดเลย
“ทำอะไรของแกน่ะ โง่รึไง”
“ไม่ใช่นะ วันนี้ฉันต้องไปทำงานกับโคโรเนโร่ แต่ว่าฉันลุกไม่ได้เลย ทำไงดีล่ะเนี่ย รีบอร์น”
แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ถ้าเขาพลาดโอกาสวันนี้ไปก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย เขาไม่อยากทำให้แฟมิลี่ต้องเสียชื่อ ทำให้วองโกเล่รุ่นที่ 10 ผิดหวัง และที่สำคัญที่สุด…
เผลอช้อนสายตาขึ้นมองนักฆ่าไร้หัวใจที่นิ่งเฉยได้อย่างน่าหมั่นไส้ ทั้งๆที่เป็นความผิดของรีบอร์นคนเดียวเลย…แต่ทำไมเขาต้องมารับกรรมอีกแล้วล่ะเนี่ย
“แกนอนไปเลย”
มือใหญ่กดไหล่บางลงนอนราบกับเตียง ไม่ฟังที่อีกฝ่ายพยายามจะเอ่ยประท้วงเลยแม้แต่น้อย
“ต…แต่ว่า ฉันต้องไปทำงานนะ งานนี้มันสำคัญมาก ฉัน…”
“ฉันจะไปทำแทนแกเอง”
“หา อะไร นายเนี่ยนะ?”
คำกล่าวนั้นทำให้รีบอร์นคิ้วกระตุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไอวัวนี่มันกำลังดูถูกเขารึไง สบดวงตาสีเขียวคู่โตที่มองเขาราวกับว่าเป็นตัวประหลาดด้วยความหงุดหงิดใจ
“แกน่าจะดีใจ เพราะฉันคงจัดการได้ดีกว่าแก มีเรื่องอะไรไม่พอใจรึไง”
“ฉันไม่ได้ไม่พอใจ ก็แค่…แปลกใจ”
“เหอะ! ไร้สาระ”
พูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นจากเตียงในทันที พร้อมกับที่มือเรียวยื่นไปคว้ามือใหญ่เอาไว้โดยไม่รู้ตัว รีบอร์นชะงัก หันมาสบตาร่างบางที่กำลังกัดริมฝีปากด้วยท่าทางน่ารัก แก้มใสแดงก่ำชวนให้คนมองแปลกใจ
“ระวังตัวด้วยนะ ฉัน…จะทำอาหารเย็นไว้รอนาย”
คำพูดที่ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกจุดขึ้นที่มุมปากของร่างสูงอย่างช่วยไม่ได้ วงหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงจนเกือบชิดใบหน้าใส โดยไม่รู้ตัวดวงตาสีเขียวปรือปิดลงราวกับเรียกร้องรสสัมผัสนั้น
“ฉันจะไปแล้ว…แกไม่คิดจะจูบอวยพรฉันหน่อยรึไง”
กระซิบแผ่วเบาข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า จมูกโด่งกดลงบนแก้มใสเนิ่นนาน ก่อนจะผละออกมาจ้องอีกฝ่ายนิ่ง แรมโบ้กระพริบตาปริบๆ จับต้นชนปลายได้ไม่ค่อยถูกนัก รีบอร์นไม่ได้จะจูบเขา แต่ต้องการให้เขาจูบงั้นเหรอ เผลอจ้องริมฝีปากบางของรีบอร์นด้วยใจที่เต้นระส่ำ น่าอาย
ชะมัด…
“ฉัน…”
“มันเป็นหน้าที่ของคนรักไม่ใช่รึไง ที่ต้องจูบอวยพร เลิกทำหน้าโง่แล้วมาจูบฉันซะ”
นี่สินะรีบอร์น! ทั้งชอบบังคับแถมยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…ยกตัวขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละออกมานอนลงตามเดิม ร่างสูงขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ
“แค่นี้รึไง…”
“อ่า…แล้วนายอยากได้อะไรล่ะ ฉันก็จูบนายไปแล้วนะ”
“deep kiss ไง ไอวัวโง่”
“อ่า…เอาไว้หลังจากนายกลับบ้านมาอย่างปลอดภัยแล้วกัน”
กล้าต่อรองดีนี่! ร่างสูงแทบจะชักปืนออกมาขู่คนตรงหน้าที่กล้ายอกย้อนใส่เขา แต่ดวงตาสีเขียวมรกตที่แสดงความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิดนั้นทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด
“อย่าลืมที่แกพูดเอาไว้แล้วกัน แล้วฉันจะมาทวงคืนตอนเย็น…”
ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มแรงๆอีกครั้งเป็นการเอาคืน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ไม่สนใจเจ้าของร่างบางที่ได้แต่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง จินตนาการถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่เขาจะได้พานพบในตอนเย็นอย่างอกสั่นขวัญแขวน
ไม่น่าให้เรื่องใส่ตัวเลยเรา…จะมาสำนึกในตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างบางได้แต่ทอดถอนใจ ทั้งๆที่ควรจะมีความสุขที่รีบอร์นเองก็ดูจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและหันมาใส่ใจเขา แต่ทำไมถึงรู้สึกราวกับว่า ไม่อาจลบคำปฏิเสธของรีบอร์นและความจริงที่ว่านักฆ่าชั้นต่ำอย่างเขาเป็นได้แค่เพียงคู่นอน ไปได้เลย
ไม่เข้าใจเลยทั้งตัวเองและรีบอร์นที่ปล่อยให้เรื่องมันเป็นอยู่อย่างนี้ ทั้งร่างสูงที่บอกว่าเขาเป็นเพียงแค่คู่นอน หรือว่านี่เป็นเพียงวิธีการปฏิบัติสำหรับคนเป็นคู่นอนเท่านั้นกันแน่นะ…ความอ่อนโยนนั่นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ หากมีวันใดที่รีบอร์นเบื่อ เขาก็คงไม่ต่างอะไรไปกับของเล่นที่พังแล้วเท่านั้นเอง
“ช้านะเว้ยเฮย”
เสียงทุ้มของโคโรเนโร่เอ่ยเย้าหยอกอย่างร่าเริง เมื่อมองเห็นร่างสูงของเพื่อนสนิทเดินลงบันไดมา หลังจากหายขึ้นไปนานโขเกินกว่าที่คนอย่างเขาจะเชื่อว่า เพียงแค่ไปแต่งตัว
“แรมโบ้เป็นยังไงมั่ง”
เอ่ยถามต่อด้วยความห่วงใย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารีบอร์นคงเล่นร่างบางไปหนักแน่ๆเมื่อคืนนี้ น่าสงสารเจ้าวัวนั่นแต่มันก็เลือกเองแล้วล่ะนะ ช่วยไม่ได้…
“แกจะถามทำไมให้มากความ เลิกเสียเวลาแล้วบอกภารกิจมาซะทีเหอะ”
ทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาข้างเพื่อนสนิท โคโรเนโร่ส่งเสียงพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอก่อนจะยอมส่งเอกสารให้แต่โดยดี มือใหญ่รับมา กวาดตามองอย่างผ่านๆก่อนจะเอ่ย
“นี่สึนะส่งเจ้านี่ไปทำงานแบบนี้?”
“ก็เออน่ะสิเว้ยเฮย ฉันล่ะเครียดอยู่เพราะทั้งฉันทั้งแกก็เป็นจุดสนใจ ท่าทางงานนี้จะยากกว่าที่คิด”
“เหอะ! ทำอย่างกับว่า ไอวัวโง่นั่นไม่เด่นอย่างนั้นแหละ”
เอ่ยดักคอขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ภารกิจของพวกเขาคือการแฝงตัวลอบสังหารคาทาโลแฟมิลี่ โดยแยกเป็นสองฝ่ายคือ เบี่ยงเบนความสนใจของบอดี้การ์ดและการลอบสังหารหัวหน้าแฟมิลี่ สถานที่คือบาร์ระดับหรูในเมืองที่เป็นตัวปัญหาอยู่ในขณะนี้
“ฉันว่านะ…ถ้าแกเปลี่ยนเสื้อผ้า มันอาจจะจำแกไม่ได้นะเว้ยเฮย ยังไงรูปที่พวกมันแอบถ่ายแกก็ถ่ายไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว”
“อ่อ สรุปว่า ฉันต้องไปคุยกะหัวหน้าพวกมันสินะ”
ร่างสูงขมวดคิ้ว จริงๆแล้วหน้าที่แสนอันตรายนี้ต้องเป็นของไอวัวโง่ ซึ่งเขามั่นใจว่า อะไรแบบนี้เจ้านั่นอาจจะทำได้ดีกว่าเขา แค่เพียงเบี่ยงเบนความสนใจของหัวหน้าแฟมิลี่เท่านั้น ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบเจ้านั่นคงจะทำสิ่งนั้นได้ไม่ยากเย็นนัก แต่แน่นอนว่า มันก็มีความเสี่ยงที่จะถูกจับได้สูงด้วยเช่นเดียวกัน
“งั้นแกก็จัดการการ์ดพวกนั้นไปแล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเว้ยเฮย ฉันมีไรเฟิล”
นัยน์ตาสองคู่มองสบกัน ก่อนที่รีบอร์นจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากโซฟาก่อนตามด้วยร่างสูงกำยำของโคโรเนโร่
“เอาเป็นว่า เราเข้าใจกันแล้ว…งั้นไปเตรียมแผนที่ละเอียดกว่านี้ในคฤหาสน์วองโกเล่ก็แล้วกัน”
ร่างสองร่างเดินออกจากบ้านไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่า หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที รถคันสีดำสนิทสุดหรูคันหนึ่งจะแล่นมาจอดหน้าบ้านของรีบอร์น พร้อมกับการเดิมพันของสองแฟมิลี่ที่มีผู้พิทักษ์อัสนีเป็นตัวแปรสำคัญ
“เห พวกนายมาทำอะไรแต่เช้ากันเนี่ย”
น้ำเสียงประหลาดใจดังขึ้น ก่อนที่ผู้นำสูงสุดของวองโกเล่จะปรากฏตัวในห้องนั่งเล่นด้วยชุดลำลองสบายๆ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบกายก็พบสองอัลโกบาเลโน่กำลังนั่งคุยอะไรบางอย่างด้วยท่าทางเคร่งเครียด รอบกายเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษและเอกสารต่างๆระเกะระกะไปหมด
“วางแผนการประชุม” อดีตครูสอนพิเศษเป็นผู้ตอบคำถามนั้น สึนะโยชิขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยขึ้น
“นายไม่ต้องทำงานไม่ใช่รึไง”
“เจ้านี่มันมาทำงานแทนแรมโบ้น่ะเว้ยเฮย”
ดวงตาสีดำสนิทตวัดมองชายหนุ่มผมทองด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่อีกฝ่ายทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ สึนะยืนกระพริบตาด้วยความมึนงงชั่วขณะก่อนจะเข้าใจแจ่มแจ้งเมื่อชายหนุ่มขยายความต่อ
“ลุกไม่ขึ้นน่ะเว้ยเฮย ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
“หุบปากไปเลย แกเองก็เล่นไอเด็กหนุ่มเมื่อคืนจนถึงเช้าเหมือนกัน คิดว่าฉันไม่เห็นรึไง ที่หลังบาร์น่ะ”
ประกายไฟแปล่บปลาบกลายเป็นแบ็คกราวน์ระหว่างคนทั้งสอง รีบอร์นและโคโรเนโร่เป็นเพื่อนรักกันก็จริง แต่ก็นับว่าเป็นคู่แข่งกันด้วยเช่นเดียวกัน ทุกๆเรื่อง…ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของผู้พิทักษ์อัสนี
“จะว่าไปแล้วนะรีบอร์น ฉันเองก็อยากจะคุยกันนายเรื่องของแรมโบ้เหมือนกัน” ดวงตาสีน้ำตาลประสานสบกับดวงตาสีดำสนิท รีบอร์นจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาจิบ
“เจ้านั่นมันทำไม”
TBC.
.........................................................................
ซึลเมาแหงเลย ทำไมรีบอร์นมันอ่อนโยนขึ้น นี่มันตัวละครเดียวกะเมื่อ 13 ตอนที่ผ่านมารึเปล่าเนี่ย OTZ
กด1 ถ้าท่านชอบบอร์นโฉด โหด ซาดิสต์
กด2 ถ้าท่านชอบอ่อนโยน ปนคิกขุอาโนเนะ (อันหลังไม่ใช่แล้ว)
กด3 ตามใจซึลเลย คึคึคึ
กด4 ขอ nc เยอะๆ
กด5 เมื่อไหร่มันจะจบวะเนี่ย =[]=!!!